อนุทิน #111877

     ในปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเทคโนโลยีและแนวความคิดอยู่ตลอดเวลา ทำให้โลกเกิดการพัฒนาก้าวหน้าในด้านต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทางทหาร ทางการเมือง ทางการศึกษา ทางการอุปโภคบริโภค หรือการติดต่อสื่อสารซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะในปัจจุบันข้อมูลที่เราอยากรู้สามารถค้นหาได้เพียงไม่กี่วินาที เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกมุมโลกทุกคนสามารถรับรู้ได้ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ เหล่านี้หลายคนนิยามว่า โลกาภิวัตน์ แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วโลกาภิวัตน์คืออะไร เป็นคำนิยามที่ไม่ตายตัว โดยมีผู้ให้คำนิยามคำนี้ไว้มากมายนัก

     1โลกาภิวัตน์ หมายถึง กระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทำให้เกิดการติดต่อด้านเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศ สร้างตลาดการค้า การแข่งขัน การส่งออก การบริการ การลงทุน และองค์ความรู้ เทคโนโลยีร่วมสมัย (จรวยพร ธรณินทร์ 2548)

     โลกาภิวัตน์ หมายถึง การแพร่กระจายไปทั่วโลก (ของข่าวสาร) การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดสามารถรับรู้ สัมผัส หรือ รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง สืบเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศ ดังนั้นยุคโลกาภิวัตน์จึงเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร (Information Age) ที่ไร้พรมแดน อันเป็นยุคที่มีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารและคมนาคม ทำให้ประเทศต่าง ๆ ได้เข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น กระแสโลกทั้งในรูปของทุนและข้อมูล รวมทั้งค่านิยมบางประการ2

     โลกาภิวัตน์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง "การแพร่กระจายไปทั่วโลก การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นต้น"

     แน่นอนว่ายังมีนักวิชาการอีกหลายท่านที่ให้นิยามของคำว่า “โลกาภิวัตน์” ไว้อีกมากมาย แต่โดยรวมแล้ว “โลกาภิวัตน์” หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วโลก เป็นสิ่งที่ประชาคมโลกได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศ

1. สังคมโลกในกระแสโลกาภิวัตน์

   ลักษณะสำคัญของโลกาภิวัตน์จึงเป็นความหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายกิจกรรมการดำเนินงาน ซึ่งแต่เดิมอาจจะผูกขาดอยู่ ณ ศูนย์หรือแหล่งไม่กี่แห่งในโลก ออกไปยังท้องถิ่น หรือศูนย์ใหม่ ๆ หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า สังคมโลกยุคโลกาภิวัตน์จึงเป็นโลกที่มนุษย์สามารถข้ามพรมแดนของประเทศและสามารถทะลุกาลเวลาได้โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารในลักษณะที่ไร้พรมแดน ในสังคมโลกาภิวัตน์คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือที่จะรับและแปลงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว คอมพิวเตอร์ได้ถูกนำมาใช้ในการจัดเก็บ บันทึกข้อมูล จัดระบบข้อมูล และนำมาใช้สื่อสารถึงกันในเวลาอันรวดเร็วทุกมุมโลก

2. แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกตามกระแสโลกาภิวัตน์

     3กระแสโลกาภิวัตน์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้ข้อมูลข่าวสารกระจายอย่างหลากหลายและทั่วถึงส่งผลให้เศรษฐกิจเป็นทุนนิยมมากขึ้นวัฒนธรรมบริโภคนิยมเพิ่มขึ้น เพราะกระแสโลกาภิวัตน์และวิกฤติเศรษฐกิจ การเปิดเสรีทางการค้าก่อให้เกิดภาวะ การปรับตัวไม่ทันทางสังคม การเปลี่ยนแปลงที่พลิกผัน การแข่งขันสูง ก้าวสู่ระบบทุนนิยม วัตถุนิยม ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ นำไปสู่การพัฒนาในทุกด้าน แต่ขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน ความพยายามที่จะก้าวให้ทันกระแสโลกา- ภิวัตน์อาจทำลายศักยภาพของคน ชุมชน ท้องถิ่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม กล่าวคือเกิดภาวะทันสมัยแต่ไม่พัฒนา ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น แรงงานที่ไร้คุณภาพ การว่างงานเพราะการแข่งขันทางเศรษฐกิจ (วรรณะ รัตนพงษ์ และ อนัตต์ ลัคนหทัย 2555) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกตามกระแสโลกาภิวัตน์จะส่งผลต่อด้านต่างๆ คือ เศรษฐกิจ การเมือง ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม การคมนาคมและการสื่อสารที่ถึงกันอย่างรวดเร็วทั่วทั้งโลกเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจะกระทบและสามารถรับรู้กันอย่างทั่วถึง มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีใหม่มากมาย ซึ่งส่งผลให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอย่างมาก สังคมและชุมชนจำต้องปรับเปลี่ยนไปจากวิถีชีวิตเดิม จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนและการรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

     ด้วยในโลกปัจจุบันมีอัตราการแข่งขันสูง มีการกีดกันผลประโยชน์กันในรูปแบบต่างๆ ทั้งทางด้านกำลังเงิน กำลังคน จึงทำให้ในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่บนโลกเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ในขณะที่คุณธรรม จริยธรรมของแต่ละบุคคลลดน้อยลงในขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และเศรษฐกิจกลับเพิ่มมากขึ้น

     ดังนั้นเมื่อกระแสโลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ประชาชนทุกคนควรศึกษาความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ เหตุการณ์ต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจและถูกต้องก่อนเพื่อเป็นผลประโยชน์กับตัวเองซึ่งจะได้ป้องกันตัวเองจากการเสพข้อมูลข่าวสารที่อาจไม่เป็นจริงบนโลกของการสื่อสารที่ไร้พรมแดนนี้ นอกจากนี้ไม่ว่ากระแสโลกาภิวัตน์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีสติในการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลาก็จะสามารถทำให้เราก้าวทันกระแสโลกาภิวัตน์ได้อย่างมีความสุขและยังสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลอื่นได้ด้วย

 

3. ผลกระทบของโลกาภิวัตน์ที่มีต่อครอบครัวและชุมชน

     ผลกระทบทางด้านสังคม เนื่องจากการสื่อสารไร้พรมแดนทำให้อิทธิพลทางวัฒนธรรม ค่านิยมต่างๆ ได้แผ่ขยายเข้าสู่หลายๆ ประเทศ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและค่านิยมร่วมกันซึ่งจะครอบงำทางด้านเกิดความคิด ทัศนคติ การมองโลก การแต่งกาย การบริโภค และลักษณะในการดำรงชีวิต ในหลายๆ ครั้งอาจมีการขัดแย้งกันกันบ้าง เช่น การขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติ เป็นต้น ซึ่งด้วยลักษณะของโลกโลกาภิวัตน์เมื่อมีใครทำอะไร ที่ไหน คนอื่นๆ ก็จะสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและรู้ได้จากทั่วทุกมุมโลก

     ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีการเปิดการค้าเสรีขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและการลงทุน ทำให้เกิดแหล่งเงินทุนและธนาคารต่างๆ มากมาย มีเงินตราต่างๆ ไหลเข้าธนาคารในแต่ละวันเป็นจำนวนมหาศาลจึงจำเป็นต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าช่วยจัดการ ในระบบอุตสาหกรรมการผลิตและการขนส่งเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยโลกของโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดความคิดที่แปลกใหม่ วิธีการที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ยังคงคุณภาพของสินค้าได้ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย กรรมาวิธีการผลิตที่รวดเร็วและการขนส่งที่แม่นยำและรวดเร็ว จึงทำให้อุตสาหกรรมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมากเกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นมากมายอันเป็นผลทำให้เกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลา

     ผลกระทบทางด้านการเมือง เกิดความรู้สึกท้องถิ่นนิยม (Localism) กระแสโลกาภิวัตน์สร้างความรู้สึกท้องถิ่นนิยมแทนที่อุดมการณ์ชาตินิยม เนื่องจากสังคมยุคโลกาภิวัตน์เป็นยุคแห่งข่าวสาร ซึ่งประชาชนใน ท้องถิ่นสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนของตนได้อย่างรวดเร็วจากสื่อมวลชน ทำให้เกิดการปลุกจิตสำนึกของประชาชนในท้องถิ่น ให้รู้จักเห็นคุณค่าอนุรักษ์ รักษา และหวงแหนทรัพยากรภายในท้องถิ่นของตน พร้อมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง หากรัฐบาลกลางหวังจะตักตวงผลประโยชน์จากท้องถิ่นโดยไม่โปร่งใส ก็จะถูกต่อต้านจาก ประชาชนในท้องถิ่น ดังที่เราได้พบเห็นที่กลุ่ม ประชาชน ออกมาเรียกร้อง สิทธิ ความเสมอภาคต่างๆ2

     ผลกระทบด้านต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่มีผลต่อครอบครัวและชุมชนอย่างมาก เพราะมนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ก็จะส่งผลให้ประเทศอื่นได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย และเมื่อประเทศของเราได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงปัญหาด้านต่างๆ ประเทศของเราก็จะเกิดการเปลียนแปลงและการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ทำให้มีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ

สรุป

     แนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับกระแสโลกาภิวัตน์ คือ การเปิดรับและปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความเสี่ยงของการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตที่ต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสภาพแวดล้อมมีอยู่สูง ทำให้เราต้องมีสติในการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะไม่ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ถ้าเรามีสติในการรับข่าวสารข้อมูล มีสติในการศึกษาเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆ ให้เข้าใจและชำนาญก่อนนำไปใช้ก็จะทำให้เราใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันได้อย่างลงตัว รู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ช่วยพัฒนาศักยภาพความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยเริ่มพัฒนาศักยภาพของตนเองก่อน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ยังมีสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เราอยู่ร่วมกับกระแสโลกาภิวัตน์ได้อย่างไม่เกิดผลเสียคือความมีคุณธรรม จริยธรรม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้นอาจเป็นการจัดระเบียบสังคมในแง่ของจิตสำนึกภายในของแต่ละบุคคลซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังมาภายในตัวเราอยู่แล้ว การที่เรามีคุณธรรม จริยธรรม อาจจะทำให้การอัตราการแข่งขันในกระแสโลกาภิวัตน์ลดน้อยลง ความเครียดของประชากรโลกก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย อันเป็นเหตุให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้น

____________________

1 ดูข้อมูลบางส่วนที่ www.moe.go.th/charuaypon/works/word_charuaypon_108.doc

2 ดูข้อมูลบางส่วนที่ http://www2.udru.ac.th/~global/global_lavel_2_02.htm

3 ดูข้อมูลบางส่วนที่ http://www.baanjomyut.com/library/global_community/08_3.html

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

น่าจะสร้างบล็อกและเอาไปเขียนเป็นบันทึกนะคะ ดูรายละเอียดวิธีการได้ที่ คู่มือการใช้ GotoKnow (ฉบับย่อ) .pdf ค่ะ