อนุทิน #111651

ไม่ได้ไปวัดใดๆนอกจากวัดในอินเตอร์เน็ตที่ได้มีโอกาสท่องไปฟังธรรม และนำธรรมะที่ได้รับเดินเข้ารพ. พร้อมโทรศัพท์เชิญน้องนักวิชาการสุขศึกษาที่บ้านเกิดอยู่กาญจนบุรี  หากน้องไม่ได้กลับบ้านหรือไปร่วมงานบุญที่ไหน บ่ายแก่ๆวันนี้จะได้แลกเปลี่ยนและเตรียมความพร้อมเรื่องบูธจัดกิจกรรมวันที่ 15 วันน้ำนมแม่ของรพ.

และได้สรุปขั้นตอนการทำงานใน 1 ชั่วโมงไว้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้เล่าแนวคิดกิจกรรมสนุกซึ่งในเนื้อของกิจกรรมจะสามารถพัฒนากายให้เด็กน้อยพร้อมกับความเพลิดเพลินในกิจกรรม

ที่สำคัญผู้เป็นแม่จะได้เรียนรู้และสังเกตพฤติกรรมลูกน้อยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และการปรับตัวในสังคม

เมื่องานเรียบร้อยจึงชวนกันขึ้นตึกไปปฏิบัติธรรมกับผู้ป่วย ให้น้องสุขศึกษาทดลองอ่านหนังสือธรรมะให้ปผู้ป่วยมะเร็งรายหนึ่ง และป่วยด้วยโรคชราอีกรายหนึ่ง ส่วนตัวฉันเองทำสปาเท้าให้

ในการทำกิจกรรมบุญนี้ ได้พูดคุยและถามความรูสึกของน้องว่ารู้สึกอย่างไร
น้องบอกว่าหนูขนลุกเลย หนูรู้สึกดีมากๆ ตื้นตั้นใจที่ได้ทำสิ่งนี้ มันวิเศษจริงๆ
ตอนเช้ายังคิดเลยว่าเพื่อนร่วมงานและเพื่อนๆเขาไปงานบุญที่วัดกัน หนูไม่ได้ไป แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกแล้วว่าขาดกิจกรรมบุญ แต่กลับรู้สึกว่าได้ทำแล้ว

คำถามที่สองคือระหว่างอ่าน สังเกตหรือเห็นปฏิกริยาผู้ป่วยไหม

น้องเล่าว่าขณะที่อ่านได้ใช้สายตาเฝ้ามองผู้ป่วยเป็นระยะ พร้อมกับรับรู้จิตใจตัวเองว่ามันเบิกบาน มันมีพลังบางอย่างเกิดขึ้น และมีความรู้สึกว่าไม่เหนื่อย ไม่เบื่อเลย ทั้งๆที่หนูไม่เคยสนใจอ่านหนังสือธรรมเลย ส่วนผู้ป่วยมีสีหน้าสดชื่น ยิ่งตอนที่ครูต้อยนำพาให้ได้แผ่เมตตาจิตด้วย...ยิ่งเข้าใจเลยว่าสุข อิอิ

และคำถามเกี่ยวกับสำหรับผู้ป่วยทั้งสองท่าน
ได้คำตอบคล้ายๆกัน จึงถามคำถามที่สามว่า
 ระหว่างผู้ป่วยรายแรกกับรายที่สอง ในกิจกรรมที่ทำนั้นมีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร  และเธอคิดเห็นอย่างไร
ในด้านการการรับรู้ของทั้งสองคนมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

น้องตอบว่ายาวเลยครูต้อย
มีความเหมือนตรงที่เขารู้ว่าเราจะอ่านให้ฟัง
และไม่เหมือนตรงที่ครูต้อยให้หนังสือหนูไม่เหมือนกัน
เลยได้อ่านหนังสือแนวธรรมะ 2 แนวทาง แนวทางแรกเป็นแนวทางท่านพุทธทาส
และแนวทางที่2 เป็นวิถีแห่งเซ็น

ฉันถามว่ารู้ไหมว่าทำไมฉันจึงมีหนังสือธรรมะหลายเล่มในการขึ้นไปทำกิจกรรมข้างเตียง

น้องตอบว่า น่าจะเป็นความไม่เหมือนกันของผู้ป่วยแต่ละคน

ฉันตอบว่าก็ใช่ และที่สำคัญสภาพแวดล้อมของผู้ป่วยแต่ละคนะช่วยให้เราได้พิจารณาเลือกหนังสือและสื่อเพลงประกอบได้เพื่อให้เหมาะสมคล้ายๆการเลือกสื่อให้นักเรียน ให้ลูก โอ๊ะลืมไปว่าเธอยังไม่มีลูกขอโทษๆ  อิอิ

เอาเป็นว่าเลือกของฝากดีไหม เลือกของฝากให้เหมาะกับคนรับ 555
เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และน่าจะเวลาแล้วที่ฉันจะได้สรุปงาน
เทคนิคการอ่านหนังสือข้างเตียง เพื่อทบทวนการทำงานของตัวเอง

เรายังสนทนาต่อกันอีกหลายประเด็น น้องพูดว่าหนูไม่เคยทำงานแนวนี้เลย หลังทำงานแล้วยังได้มาพูดคุยกัน

ฉํนตอบว่าฉันเรียนรู้หนทางจากกัลยามิตรในg2k วันหลังมีโอกาสจะพาไปสมัคร 555

 

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)