อนุทิน #111097

สุขภาพที่ได้รับการดูแลเอาใจใสแล้ว ยังไม่วายให้ต้องเผชิญความเจ็บปวด
กระทันทันเกินป้องกัน มันเกิดขึ้นตอนตี 3 ของคืนวันพฤหัสที่ 12 กค. หากเป็นย่างเข้าวันใหม่แล้ว เป็นเช้าวันศุกร์ที่ 13 เลขสวยได้ด้วยตำนาน อิอิ
ก่อนนอนก็ได้ขับถ่ายแล้ว 1 ครั้ง และรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด แต่ก็ได้นั่งภาวนาไปนานจนคนในบ้านร้องทักทำไมนานจัง
ออกมานอนภาวนาต่อ เริ่มรู้สึกอึดอัด ที่บริเวรกระเพาะตอนบน เริ่มจุก แต่ยังเพียรภาวนา และระลึกรู้ลมหายใจไปบ้างหยุดบ้างตามแต่อาการปวดจะมากน้อย สุดท้ายก็ผลอยหลับไปในท่าตะแคงขวา นับเป็นช่วยงเวลาที่ทรมาน ก่อนหลับได้สวดภานา และแผ่เมตตา นึกย้อนการรับทานอาหารตั้งแต่เช้า น้ำดื่ม และของที่ชิมได้ ลองดู พิจารณาแล้วมองไม่เห็นว่าอาหารใดจะมีพิษ มีเชื้อโรคเข้าไปอยู่ได้ เพราะเป็นอาหารที่สุกใหม่ๆ เว้นแต่น้ำที่เปิดเทลงแก้ว และก้อนน้ำแข็งที่เย็น มารู้สึกตัวอีกทีตี 3 มันไม่ไหวเลยไปห้องน้ำเกือบไม่ทัน เริ่มปวดท้องบิดเป็นระยะๆและคลายเป็นระยะ เราอดทนและเฝ้ามองอาการตนเอง นึกถึง 1669 ตลอดเวลา เพราะไม่อยากปลุกคนที่นอนข้างๆ ค่อยๆย่องเข้าห้องน้ำไปและเฝ้าระวังลมหายใจของตนเองอย่างระมัดระวังให้จิตอยู่กับลมหายใจ หากเกิดปุ๊ปปั๊ปก็ยังไปในจิตที่เฝ้าภาวนาระลึกรู้ลมหายใจเข้าออก
เหงื่อเริ่มออกมากขึ้นผสมน้ำเกลือแร่ดื่มไม่ให้สมองแห้ง เริ่มตื้อๆและจิบน้ำเกลือแร่สลับกับการถ่ายออกจนนับได้ตรั้งที่ 6 บอกว่าลูกไม่ไหวแล้ว เท่านั้นแหละอาเจียนก็พุ่งพรวดออกมา โอ้โอ ไม่ย่อยเลยนี่ อาเจียนจนตาลาย หลับจามลงช้าๆ หายใจช้าๆเงียบๆ นึกถึงเสียงหนึ่งกระซิบว่าหายใจเบาๆค่ะ หายใจเข้าเบาๆและหายใจออกเบาๆ
แปลกที่หูแว่วเสียงนั้นอ่อนโยนความรู้สึกตื้นตันใจมาก...นั่งสงบอยู่กับกองทุกข์กองเบ้อเร่อ จมูกเริ่มได้กลิ่น กลิ่นแกงขี้เหล็ก อาหารที่ชอบมากเพราะมันช่วยให้นอนหลับสบายได้ดีทุกครั้ง และตื่นขึ้นมาในตอนเช้าถ่ายสะดวกรวดเดียวจบ แต่เวลานั้นมันไม่ใช่แล้ว
พิจารณาอาหารอื่นๆที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมเนื้อผักอื่นๆดูจะช้ำสีแกงขี้เหล็กลดความเข้มข้นลงสีของแครอทกลับอมเหลืองมากขึ้น นี่เรารับประทานอย่างประมาณแล้ว เพราะแม้แต่ข้าวยังเป็นเม็ดเลย ความอร่อยทำให้ใส่กลืนๆ จนเป็นเหตุหนึ่ง
ลำไส้ที่บอบบางคงทำงานหนัก รู้สึกผิดและสัญญากับตัวเองว่าต่อไปจะต้องพิจารณษอาหาร และทานอย่างมีสติอย่าปล่อยให้จิตไปหลงระเริงในรสอาหารจนเกิดความโลภะ เกิดกิเลสจนลืมสังขาร นึกได้เช่นนี้แล้วนึกกล่าวคำขอโทษท้องตัวเอง เอามือลูบอย่างปลอบใจ ต่อไปจะหาของอ่อนๆให้ทำงานนะ ..เอ..หรือนี่จะเข้าตำราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตานะเรา
เอามือขวาจับสายฉีดสิ่งที่ออกมาค่อยๆไล่ไปทีละอย่างจนพื้นกลับมามีสภาพสะอาดเหมือนเดิม ไม่ทราบนานแค่ไหน แต่ก็หายเหนื่อยไปพักหนึ่งก็เริ่มปวดริ้วๆๆขึ้นมา พาตัวเองค่อยๆย่องเพราะยืดไม่ได้แล้วอาการปวดท้องทำให้เสียบุคลิกภาพอายุแก่ลงหลายสิบๆเพราะเดินด้วยท่าคนชรามากๆ กลับมาหย่อนกายลงบนที่นอน ยังไม่ทันจะเอนกายลงไปก็เป็นอันต้องลุกขึ้นครานี้ลุกหนอไปไปพลัน รู้แต่ว่าไปให้เร็วๆๆๆๆ..ไม่ทันแล้ว เป็นอันว่าต้องอาบน้ำตี3.45 นี่ถ้าเป็นเวลาปกติ และคืนเดือนเพ็ยก็เรียกว่าอาบแสงจันทร์ไปด้วยได้เลย แต่นี่แม้จันทร์กระจ่าง แต่จิตใจกลับหม่นหมอง และเศร้าจังเลย รอให้สว่าง รอให้ถ่ายให้หมดคงหายปวด
วันที่ 13 เป็นวันที่เราเสนอให้จัดงาน และร่วมงวางแผนการทำงานด้วยตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่ก่อนที่จะรู้ว่าไม่ได้ทำงานอะไรเลยในวันถอดบทเรียนก็แอดมิดไปแล้ว
สรุปว่าครั้งนี้ถ่ายถึง10 ครั้งด้วยกัน ยังปวดท้องและบิดทรมนย รู้สึกเพลียแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ใจบอกว่าเราต้องไปทำงาน ชั้น 7 ห้องคุณพระนรราชฯ ผู้ป่วยมาร่วมงาน 40 กว่าคน รวมอาสาสมัครอีก เกือบครบ 10 เราต้องไปจัดกิจกรรม ก็รอจนสว่าง อาบน้ำอีกครั้งนุ่งกระโปรงเขียว เสื้อขาว ให้ดูสดชื่นเข้าไว้
ไปถึงรพ.เวลา 07.00น.เดินไปopd ตั้งใจให้หลานแก้วตา จัดการให้พอทุเลาแล้วขึ้นไปทำงาน บ่ายค่อยให้หมอตรวจอีกที อีกใจหนึ่งบอกว่า หาอะไรอุ่นๆทานเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง แต่อีกใจก็ร่ำร้องว่าถ้ามันปวดถ่ายไม่หยุดอีกจะทำอย่างไร แต่ใจหนึ่งก็บอกว่ารไม่น่าถ่ายแล้วเพราะหลังจากอาเจียนออกมาและถ่ายอีก 4 ครั้งก็สาหัสคิดว่าหมดพุงแล้ว นึกได้เช่นนี้ก็ลากสังขารไปกดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 7 ไม่เจอใครเลย กดลงมาชั้น 1 ใหม่ งั้นไปนั่งพักรอหลานแก้วก่อนดีกว่า รอไม่ไหวร่างกายมันจะหลับก็เดินไปห้องทำงาน เดินภาวนาไปคนไข้มากเหลือเกินแม้จะเป็นวันศุกร์ ไปถึงห้องทำงานหยิบอุปกรณ์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมาจะต้องเอาขึ้นไปใช้ประกอบการนำกิจกรรม นึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจลงมาเพราะขึ้นไปแบบลอยๆไม่ได้ไตร่ตรองว่าจะขึ้นไปทำงานนั้นต้องเอาอะไรไปบ้าง นี่ดีนะที่นึกได้ ยังไม่เสียการ            
ครั้งที่ 2ขึ้นไปเจอน้องวรรณ น้องเล็กแม่บ้าน ก็ใจดีใจหายเลย หาน้ำมาให้ดื่ม และบอกให้นอนพักหลังจากซักอาการแล้วก็รีบไปชงใบชาให้ดื่ม แต่ดูเหมือนว่าสวิสร่างกายเริ่มไมปิดแล้ว พอรู้ตัว พอแว่วแต่ร่างกายหมดแรง ได้ยินเสียงเรียกเปลเรียกรถเข็น พอได้ยินสติก็กลับมา และบอกน้องๆว่าไม่ต้องเรียกนะ ไหวๆๆ ขอไปห้องน้ำอีกสักครั้งเป็นครั้งที่ 11 น้องแหม่มน้อยพยุงไปส่งมีอาสาสมัครพยุงปีกอีกข้างคงเหนื่อยมากเพราะสภาพตัวเองเริ่มไม่รับน้ำหนักของตัวเองแล้วด้วยอาการบิดท้องที่พุ่งปี๊ดขึ้นมา ก็หันมาภาวนาพระคาถาชินบัญชร ช่างสับสนมากพระคาถาวกวนขึ้นลงต้องเริ่มใหม่หลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล หรือเราลืมภาวนานะโมก่อน ก็เริ่มตั้งสติ และภาวนาไปจนถึงห้องน้ำที่ชั้น 7 เข้าไปนั่งระลึกรู้ลมหายใจ ได้ยินเสียงน้องแม่บ้านบอกว่าเตรียม้ำยาฆ๋าเชื้อไว้เลย ป้องกันการระบาดก็อดยิ้มกับเสียงนั้นไม่ได้ รู้สึกดีใจที่จนท.มีความไวในสิ่งที่เกิดขึ้น เสร็จแล้วก็ออกมาแบบทุลักทุเล น้องสหภัคเรียกรถนั่งมาให้ เวรเข็นช่างสุภาพทีมงานทุกคนกุลีกุจอรับรู้นะแม้ว่าจะหลับไปแล้วหลับแบบผลอยเพราะหมดแรง
ไปถึงหน้าห้องตรวจฟังดูเหมือนใครๆก็เข้ามาถามว่าเป็นอะไรๆๆๆ ได้ยินเสียงวอเรียกเปลนอนไม่อยากให้คนป่วยนั่งทรมาน ...ช่างมีน้ำใจที่งดงามจริงๆ ต้อนเปลี่ยนเปลยังนึกสนุกสตยังมี คิดว่าเราจะไต่ขึ้นไปเตียงได้อย่างไร คิดหาวิธี เพราะรู้ว่าเตียงสูงเกินกว่าผู้หมดแรงจะพยุงกายตัวเองให้ไต่ขึ้นเตียงได้ ก็ลุกจากเก้าอี้เข็นมีพนักงานช่วยเหลือพยุง และถามว่าไหวไหมๆ เราก็ยิ่งเกรงใจต้องไหวซิ ก็เป็นอันว่าไปพับหน้าลงกับเตียงไม่ไหวเลย หมดสภาพคงไม่ต่างจากคนเมานะนี่ ได้ยินเสียลากเก้าอี้เข้ามาและเสียงพูดว่าเหยียบเก้าอี้ๆ โถ ..อีหนูเอ๋ย จะยกขาขยับยังไม่เขยื้อนเลย แต่ก็แข็งใจรวบรวมสติ กำลังก้าวฉับกองตรงนั้นดีที่เวรเปลผู้ป่วยเหลือผู้ป่วยก็ยังประคองไว้ มารู้ทีหลังว่าเด็ฏๆเกรงใจไม่กล้าจับตัวเกรงละลาบละล้วง...เป็นอย่างนี้ก็เสียเปรียบตรงนี้เองนะ
เด็กเกรงใจ...ทุลักทุเลขึ้นไปแผ่บนเตียงรอขึ้นห้อง เพราะคุณหมอสั่งแอดมิดทันที ก็โชคดีมีห้องพิเศษว่างอยู่ 1 ห้องตกลงนอนพักตึก 38ปี ชั้น 5 จุดเกิดไอเดีย R2R อีก 2 เรื่อง คือเรื่อง ผ้าขี้ริ้วทอง ชนะใจผู้ป่วย เป็นเรื่องของดวงตาที่ซุกซนจนได้เรื่อง เรื่องนี้คงจะได้ผลิตคู่มือการทำความสะอาดห้องผู้ป่วยพิเศษออกมาแน่นอนในไม่ช้านี้ และคงจะต้องขอความร่วมมือน้องๆคนงานได้มาช่วยกันแสดงความคิดเห็นเสนอแนะแนวทางทำงาน และรับทราบปัญหาที่มาจากน้องๆคนทำงาน เพื่อให้รพ.เป็นที่ไว้วางใจของผู้ป่วยทุกระดับ เฮ้ย จะไปเกี่ยวกับเขาทำไม ...ไม่ใช่ ...เอาไว้เป็น๕มือแนะนำเด็กๆจิตอาสาที่จะมาร่วมกิจกรรมทุกวันศุกร์ เออ..มีทางออกไม่ทำร้ายจิตใจใคร
อีกเรื่องเป็นเรื่องเทคนิคการเปลี่ยนสายน้ำเกลือ และการแทงเข็มอย่างไรให้เจ็บน้อย และเส้นเลือดของผู้ป่วยไม่แตก อิอิ เรื่องนี้ต้องขอความรู้จากพยาบาลแก้วตา โกศลอินทรีย์ คนนี้มือหนึ่งเลย ขนาดเลือดหนืดของผู้ป่วยไทรอยด์เธอยังทำได้แบบสบายๆผู้ป่วยยิ้มแฉ่ง และรู้สึกไม่กังวลเลย จะได้ให้พยาบาลมือใหม่ได้ทบทวนการทำงาน
งานนี้นึกถึงสีหน้าของน้องพยาบาลคนนั้นแล้วสงสารนะ แม้ว่าจะโดนพ่อบ้านพูดเสียงแข็งว่าไม่ต้องแล้วพอแล้ว แค่นี้นะขอบคุณครับ  บอกหมอด้วยนะว่าคนไข้พอแล้ว ดีขึ้นมากแล้ว และขอกลับวันนี้ ! 
เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยนะนี่ แต่หลักฐานมันฟ้องชัดเจน และควรอย่างยิ่งที่จะได้ทบทวนการทำงานของพยาบาลที่จบมาใหม่
สภาพร่างกายดีขึ้นมากแล้วเกือบเป็นปกติแล้วเหลือแต่อาการปวดท้องหมอบอกว่าลำไส้อักเสบ ...ออกจากรพ.ทรหาหลานแก้ว จะได้ไม่ต้องเข้ามารพ.เพราะเช็คเอ้าแล้ว คุณหมอให้ยาไปกินต่อที่บ้าน และได้เก็บภาพด้วยมือถือเอาไว้ เพื่อจะได้หาทางแก้ปัญหาเช่นนี้ไม่ต้องการให้เกิดกับผู้ป่วยรายอื่น ยังนึกชมตัวเองว่ามีสติไม่ตกใจไปด้วยได้แต่นั่งมองดูการเปลี่ยนสายน้ำเกลือดูน้องทำแบบเงอะๆเงิ่นๆ ยิ่งพลาดยิ่งตระหนกก็นึกถึงลูกสาว ถ้าลูกเราเป็นพยาบาลผู้ป่วยแย่แน่เพราะเขาว่องไว และใจไปก่อนเสมอ นึกแล้วก็เห็นใจ กำลังคิดหาทางจะแก้ปัญหาไม่ให้กระทบการทำงานของนย้องใหม่คนนี้

สรุปว่านอนรพ. 2คืน 2วันเต็ม แล้วไปไร่ราชบุรีต่อ คิดถึงต้นไม้ คิดถึงป่าที่ปลูกไว้

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)