อนุทิน #110650

นิทานเพื่อการมองโลกในแง่ดี

กาลครั้งหนึ่ง มีนครอยู่นครหนึ่ง มีกษัตริย์ครองนคร กษัตริย์ทรงโปรดปรานการท่องป่าล่าสัตว์เป็นอันมาก และทรงมีมหาดเล็กคู่ใจเป็นที่ปรึกษาอยู่คนหนึ่ง วันหนึ่งได้เกิดกบฏขึ้นภายในพระนคร มีคนลุกฮือขึ้นจจะโค่นอำนาจกษัตริย์ ซึ่งก็มีแววว่าจะชนะซะด้วย เมื่อกองทัพกบฏประชิดเมือง กษัตริย์จึงปรึกษากับคนสนิท รวมไปถึงมหาดเล็กคู่ใจด้วย

กษัตริย์ “เจ้าคิดยังไงกับเรื่องนี้” มหาดเล็ก “ดีพะย่ะค่ะ” กษัตริย์ “ดียังไง”

มหาดเล็ก “ สถานการณ์เวลานี้ แม้จะดูไม่สู้ดีนัก แต่อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า ใครบ้างที่จงรักภักดีกับเรา ใครที่คิดแปรพักตร์ไปด้านโน้น ซึ่งหากเราปราบกบฏครานี้ลงได้ พระองค์จะเหลือแต่ลูกน้องที่จงรักภักดีกับพระองค์ ทำให้ไม่ต้องกังวลพระทัยอีกต่อไปพะย่ะค่ะ ”

กษัตริย์ “ อืม นั่นสินะ ” หลังจากนั้นกษัตริย์ก็ทรงมีกำลังใจเป็นอันมาก และปราบกบฏได้สำเร็จ

ย่างเข้าหน้าฝน ฝนก็ตกหนักจนท่วมลามเข้าในพระนคร ทำให้การคมนาคมติดขัด ไม่สามารถเดินทางออกจากพระนครได้ ทำให้กษัตริย์ทรงหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เพราะพระองค์ต้องการออกป่าล่าสัตว์ จึงปรึกษากับมหาดเล็กอีกครั้ง

กษัตริย์ “ เจ้าคิดยังไงกับเรื่องนี้ ” มหาดเล็ก “ ดีพะย่ะค่ะ ” กษัตริย์ “ ดียังไง ” มหาดเล็ก “ แม้ตอนนี้เราจะไม่สามารถสัญจรไปไหนมาไหนได้ เพราะเป็นหน้าฝน หากทรงเสด็จออกป่าก็จะไม่สนุกเป็นแน่แท้ และเป็นการดีเสียอีกที่พอน้ำลด เกษตรกรของบ้านเมืองพระองค์จะได้ทำการเพาะปลูกได้ผลิตงอกงาม และสามารถกักตุนเสบียงได้ในยามจำเป็นพะย่ะค่ะ ” กษัตริย์ “ อืม นั่นสินะ ”

พอเสร็จสิ้นหน้าฝน กษัตริย์ก็ทรงออกป่าล่าสัตว์ ซึ่งมหาดเล็กก็ติดตามไปด้วย แต่ขณะที่พระองค์ทรงอยู่บนหลังม้า ปลอกพระขันธ์ (มีดพก) ที่ทรงเหน็บไว้ที่เอวได้รั่วทำให้มีดหล่น เฉือนนิ้วก้อยเท้าของกษัตริย์ขาดไปต่อหน้าต่อตา กลายเป็นคนนิ้วเท้าด้วน กษัตริย์จึงถามมหาดเล็กเช่นเดิม

กษัตริย์ “ เจ้าคิดยังไงกับเรื่องนี้ ” มหาดเล็ก “ ดีพะย่ะค่ะ ” กษัตริย์ “ ดียังไง ” ( น้ำเสียงโกรธจัด !!! ) มหาดเล็ก “ ยังไงก็ดีกว่าตายพะย่ะค่ะ ” กษัตริย์โกรธมหาดเล็กมาก สั่งให้ทหารนำมหาดเล็กไปขังลืมในคุกขี้ไก่

๑๐ ปี ผ่านไป มหาดเล็กยังถูกขังลืมในคุกขี้ไก่เหมือนเดิม และกษัตริย์ก็ทรงออกป่าล่าสัตว์เหมือนเดิม แต่คราวนี้โชคร้ายของกษัตริย์ เมื่อไปเจอชนเผ่ากินคน ทหารทั้งหมดถูกชนเผ่ากินคนจับและต้มกินเป็น ๆ จนหมด เหลือแต่กษัตริย์คนเดียว เมื่อชนเผ่ากินคนเตรียมจะเชือดกษัตริย์ลงหม้อ ก็สังเกตเห็นว่า กษัตริย์ไม่มีนิ้วก้อยเท้า ซึ่งชนเผ่ากินคนนี้มีความเชื่อว่า เป็นตัวกาลกิณี กินเข้าไปจะเกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงแก่เผ่า จึงทำการปล่อยตัวกษัตริย์นั้นไป

เมื่อกษัตริย์รอดตายกลับเข้าพระนคร ได้นึกถึงคำพูดของมหาดเล็กคู่ใจ จึงสั่งทหารให้ปล่อยตัวมหาดเล็กจากคุกขี้ไก่ และเมื่อทรงเจอมหาดเล็ก ก็ทรงเล่าถึงเหตุการณ์ที่พระองค์เจอเผ่ากินคนและรอดชีวิตมาได้

กษัตริย์ “ คำของเจ้าเป็นจริง ยังไงนิ้วก้อยก็ยังดีกว่าตายจริง ๆ ” มหาดเล็ก “ พะย่ะค่ะ ” กษัตริย์ “ เออ แล้วอยู่ในคุกขี้ไก่เป็นอย่างไรบ้างล่ะ ” มหาดเล็ก “ ดีพะย่ะค่ะ ” กษัตริย์ (ทำหน้างง งง) “ ดียังไง ” มหาดเล็ก “ ถ้ากระหม่อมไม่อยู่ในคุก ก็ต้องตามเสด็จพระองค์ไปในวันนั้นด้วย และคงจะโดนเผ่ากินคนกินไปแล้วพะย่ะค่ะ ”

....................... จบ

เขียน:

ความเห็น (0)