อนุทิน #110627

ในการช่วยชาติ ดูแลแผ่นดินนั้น เพียงปวงประชามหาชน แต่ละคนปฏิบัติตนธรรมดา ๆ ทว่า จิตใจมีความเข้มแข็งในการรักษาศีล ลด ละ เลิก อบายมุข ทั้งต่อหน้าและลับหลังอย่างสม่ำเสมอให้ได้

ตรองดูสิ หัวข้อ ธรรมคุ้มครองโลก ขอย้ำนะว่า.. คุ้มครองโลก ไม่ได้พิเศษอะไรเลย ก็เพียงคือ หิริ กับ โอตตัปปะ

๑. หิริ (อ่านว่า หิ-ริ, หิ-หริ) แปลว่า ความละอายแก่ใจ ความละอายต่อบาป หิริ หมายถึงความละอายใจตัวเองต่อการทำความชั่วความผิด ต่อการประพฤติทุจริตทั้งหลายและความละอายใจตัวเองที่จะละเว้นไม่ทำความดี ซึ่งควรจะทำให้เกิดมีในตน เช่น บิดามารดามีความละอายใจที่ไม่ดูแลบุตร - ธิดาของตน หนุ่มสาว รักกันแล้วแอบไปผิดผี ปิดบัง หากพยายามสร้างเครดิตให้ตนดูดี

เช่นนี้ เรียกว่า มีหิริ

หิริ เกิดขึ้นได้ด้วยสำนึกจากใจตน ด้วยการคิดถึงการศึกษา ฐานะ ยศศักดิ์ ชาติตระกูล คิดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมกับความแกล้วกล้าของจิตใจที่จะไม่ทำชั่วเช่นนั้น

หิริ เป็นธรรมรักษาคุ้มครองโลก ทำให้โลกเกิดสันติ ทำให้คนเราอยู่กันอย่างสงบสุข เพราะคนที่มีหิริ จะเกลียดความชั่ว และละอายที่จะทำความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่โลกและสรรพสัตว์ทั้งปวง

๒. โอตตัปปะ (อ่านว่า โอดตับปะ) แปลว่า ความเกรงกลัว หมายถึงความสะดุ้งกลัวต่อผลของความชั่ว ต่อผลของความทุจริตที่ทำไว้ โอตตัปปะ เป็นอาการของจิตที่หวั่นไหวเมื่อจะทำความชั่ว เพราะกลัวความผิดที่จะตามให้ผลในภายหลัง เกิดขึ้นได้เพราะคิดถึงโทษหรือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำชั่ว จากการประพฤติทุจริตของตน เช่น ตัวเองเองต้องเดือดร้อน เกิดความเสียหาย เสียทรัพย์สินเงินทอง เสียอิสรภาพ หรือถูกคนอื่นตำหนิติเตียน ถูกสังคมรังเกียจ เป็นต้น

โอตตัปปะ เป็นธรรมคุ้มครองโลกคู่กับหิริ เพราะคนที่มีโอตตัปปะ ย่อม กลัว ที่จะทำความผิด ทำให้งดเว้นจากการประพฤติต่างๆ ได้ อันเป็นเหตุให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข เกิดสันติภาพขึ้น

เขียน:

ความเห็น (0)