อนุทิน #110242

ฝากข้อความถึง...คุณ Blank ปริม  ทัดบุปผา

 
 
เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (16)

ย้าาา แผ่นโน้ตหราเต็มจอเลยนิ

ขออภัยค่ะคุณปริม ในโปรแกรม ขนาดกำลังพอดีอะ

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

โอว..ว้าว... คุณ Tawandin ทำให้วันจันทร์ที่ดูครึ้มๆ ตื้อๆ สตาร์ทไม่ค่อยติดหลังจากหยุดเสาร์อาทิตย์ของปริมให้ดูสดชื่น มีสีสันขึ้นมามากมายเลยค่ะ 

ขอบคุณข้อความแห่งความระลึกถึงที่สวยงามค่ะ...

ดีใจกับคุณ Tawandin ด้วยค่ะที่คุณแม่สุขภาพดีขึ้น และมีความสุขไปด้วยที่คุณ Tawandin ได้ทำในสิ่งที่อยากทำค่ะ

พักหลังมานี้รู้สึกถึงความสุขในการเขียนบันทึกค่ะ ก็เลยพยายามให้รางวัลความสุขกับตัวเองด้วยการเขียนบ่อยขึ้น ดีบ้างไม่ดีบ้างพอคิดได้ อ่านเจอก็เขียนเลย...กันลืมค่ะ และจะได้สอนตัวเองบ่อยๆ อย่างที่เคยบอก สำหรับปริมการเขียนคือการสอนตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองไปในตัวค่ะ บางทีก็เหมือนจะรำพึงรำพันมีแต่น้ำไม่มีเนื้อค่ะ อิอิอิ จากนี้ไปจะพยายามคั้นเอาเนื้อ (หากหาเจอ) มาฝากในอนุทินก็แล้วกันนะคะ

ว่างๆ ก็เชิญแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบันทึกได้เลยนะคะ ปริมยังเป็นคนไทยเต็มร้อยถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองไทยมากว่าครึ่งชีวิตและถือคติ "อันธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ" เหนียวแน่นค่ะ :) การเรียนรู้ด้วยการแลกเปลี่ยนกันน่าประทับใจ น่าตื่นเต้น ทำให้เราระมัดระวังกว่าการเรียนรู้บนถนนวันเวย์นะคะ

ตอนนี้ที่นี่ฝนกำลังเริ่มลงเม็ดค่ะ ร้อนแล้งมาหลายวันแล้ว ฝนตกลงมาบ้างต้นหญ้าใหญ่น้อยจะได้ชื่นใจ

วันก่อนปริมเขียนบันทึกเดินสวนทาง ถ่ายทอดความรู้สึกชอบและมีความสุขกับวิถีชีวิตของตัวเองที่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคนอื่นค่ะ เอามาฝากแบบสั้นๆ ในวันนี้นะคะ 

"การเดินสวนทางกับคนอื่นแต่มีจุดหมายที่ชัดเจน ฉันคิดว่ามันย่อมดีกว่าการที่เราจะเดินหลงทางอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนอื่นเขา และแม้จะเดินสวนทางกับคนอื่น สวนกระแสกับคนอื่น แต่เราจะไม่เดินสวนทางกับความเชื่อมั่นในความดีของเรา...."

เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

:)

มาแว้วว ^____^ ดีใจจัง

"การเดิน สวนทางกับคนอื่นแต่มีจุดหมายที่ชัดเจน ฉันคิดว่ามันย่อมดีกว่าการที่เราจะเดินหลงทางอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนอื่นเขา และแม้จะเดินสวนทางกับคนอื่น สวนกระแสกับคนอื่น แต่เราจะไม่เดินสวนทางกับความเชื่อมั่นในความดีของเรา...."

ฮึ่ย อุ้ย :) ถูกใจอีกแล้ว...

พาเพื่อนใหม่มาสวัสดีค่ะ "หนุ่มแช่ม สหายต่างวัย" ยามนี้ :)

เมื่อวาน มาขลุกทั้งวัน สวมหมวกช่วยงานสะสางรอบบ้านกับพี่ๆ

(ปรับขนาดแผ่นโน้ตใหม่ เป็นที่พอใจเราหละ)

ขอบคุณมากค่ะ


ขออภัยค่ะ เน็ตหลุดบ่อย ข้อความหายวับ

การแสดงความเห็น... ยังไม่มั่นใจในตนเองว่าจะประมาณความเหมาะควร...เป็น

ว่าจะขอเว้นสักสามเดือน นอกจากเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวจริงๆ

ให้เวลาตนเอง ได้คิดนึกตรึกถึง...ความเป็นตัวตนของเพื่อนด้วย

ลองฝึกสมถะ สวดมนต์บทพุทธชัยมงคลคาถา(พาหุงฯ)ติดต่อกันครบเจ็ดวัน

น่่าจะเริ่มออกนอกบ้านได้บ้าง...มังนะ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

 

ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเราคุยกันในอนุทินก็ได้ หนุ่มน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูเชียวค่ะ ท่าทางเก๋ไก๋ไม่เบา

ตอนกลับบ้านเย็นนี้รถติดมาก เอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่เอามาไว้ติดรถมาเปิดดู พอดีเป็นหนังสือ "สุขทุกลมหายใจ" ของพระไพศาล วิสาโล เอาคำพูดของท่านจากปกหลังมาฝากค่ะ

"เงินซื้อได้แต่ความสบาย ส่วนความสุขนั้นนต้องทำเอง นอกจากทำที่ใจแล้ว ความสุขยังเกิดจากการมีมิตรโดยมีน้ำใจ แและการแบ่งปันเป็นเเคครื่องสานสัมพันธ์ การได้อยู่ท่ามกลางหมู่มิตรหรือชุมชนที่คุ้นเคยกัน เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขอย่างหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ซื้อไม่ได้ " - พระไพศาล วิสาโล

เปิดเครื่อง...หลับตา หายใจเข้าออกอยู่สักพัก

ยังนึกไม่ออก ว่าจะเริ่มที่ตรงไหน

"สุขทุกลมหายใจ"... ชุมชนที่คุ้นเคยกัน...บ้านเกิดแห่งนี้

เหลืออยู่คือผู้แก่ผู้เฒ่า เด็กๆ... ความบริสุทธิ์...ความน่ารัก ความจริงใจใสๆ

วันเสาร์เด็กๆเค้าปั่นจักรยานไปตลาดเป็นเพื่อน

ขากลับอะ มีถังใบใหญ่สองใบบรรจุของมัดไว้ตะแกรงหลัง

รถราขวักไขว่ กลัวถังไหลหลุดตะแกรง เด็กตามหลัง เบรคไม่ทัน คงอันตราย

บอกให้เด็กออกหน้า เดี๋ยวถังหล่น มันอันตราย...

เด็กก็ยังยืนยัน "พวกเราอยู่หลังอะ ดีแล้ว จะได้ดูให้ ถ้าถังมันจะไหลไงป้า"!

น้ำใจใสๆ หมดคำพูดที่จะอธิบาย ค่อยๆปั่น ลุ้นกันจนถึงบ้าน

ยังชวนป้าทำโน่นทำนี่ ต้องออกปากว่า "ป้าเมาแดด พอก่อนเนาะ ค่อยต่อวันหลัง"

เมื่อวานทั้งวัน (เสาร์อาทิตย์)เค้าอยู่กับเราตลอด วันนี้ โรงเรียนเลิก ก็มา...ยังกับนัดกันอะ

นวดเท้าให้แม่ แซวว่า "เช้ามา เดินได้ปร๋อ จะว่าไงหละเนี่ย?"

"ก็ไปขุดปูนาอะสิ" แม่ตอบทันที ทำให้เราต้องส่งให้เด็กๆต่อ

"ใครจะไปขุดปูกับทวดมั่ง" ไปกันหมดเลย หนุ่มแช่มอาสาถือถังตาม

เด็กๆก็ชอบ ยายก็ชอบ ชวนยายเข็นรถไปเที่ยวตลอด

เสาร์อาทิตย์หน้า คงพาคารวานออกเยี่ยมคนป่วยในหมู่บ้านกัน

...ความสุข ณ ลมหายใจเฮือกนี้...

ยังมีสิ่งคาใจนะ ต้องสะกิดออกอีกหน่อย ยังไปไม่เป็น...

ขอภาพอะไรที่มันกว้างๆนำทางสักภาพนะ

ฝีมือคุณปริมอะนะ ขอบคุณมากค่ะ

 

ให้ความรู้สึกกว้างดีไหม ? :)

ปริมคุยกับคนใกล้บ่อยๆ ว่าจริงๆ แล้วเรายังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะแยะมากมายหรือในชีวิตนี้ คำตอบก็คือเปล่านะ สิ่งที่เราต้องทำจากนี้ไปคือการพัฒนาจิตใจเท่านั้น ที่เหลือไม่ทำก็ไม่เป็นไร เพราะมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับชีวิตเรา

ชีวิตที่เรียบง่าย สงบๆ ปลูกผักผลไม้กินเองอย่างพอเพียง มีเงินนิดๆ หน่อยๆ เอาไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น เท่านี้ก็พอแล้วสำหรับเราสองคน เราคิดกันเช่นนี้เสมอ สำหรับคนอื่นๆ รอบข้างในตอนนี้เราก็พยายามให้เบ็ดเขา สนับสนุนให้เขาหาปลาด้วยตนเอง เราก็จะได้มีชีวิตของเราเองในที่สุด

อีกไม่นานปริมคงได้ใช้ชีวิตอย่างที่บอกค่ะ ชีวิตที่เดินสวนทางกับคนอื่น แต่มีความสุขเพราะเราเลือกเอง

เอาใจช่วยในหนทางชีวิตที่คุณ Tawandin เลือกนะคะ

:))

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม?...

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับภาพที่ให้ความรู้สึกกว้าง

"... สิ่งที่เราต้องทำจากนี้ไปคือการพัฒนาจิตใจเท่านั้น ที่เหลือไม่ทำก็ไม่เป็นไร เพราะมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับชีวิตเรา"

บทสรุป...เพื่อเริ่มต้นคุณปริมชัดเจนดีจังนะคะ

เข้าเรื่องกันได้พอดีเลยค่ะ

ตอนนี้ ตนเองยังเริ่มอะไร ไม่ได้เต็มที่ ตราบที่ใจยังมีอะไรค้างคา

คุณปริมคือคำตอบสุดท้ายค่ะ :)

พูดซะเป็นปริศนาเนาะ

จะสรุปให้สั้นกระชับอย่างไรดีหนอ?

เรื่องของเรื่องคือ มีพี่หญิงคนหนึ่งที่ตัวเองรักมากกก ชื่อพี่เล็ก "น้อมขวัญ"

เธอมีพี่สาวชื่อ "น้อมนบ" เป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาล "ชมชื่น"

สัปดาห์หนึ่ง ทั้งสองท่านจะไปช่วยงานที่ร้าน ประมาณสามวัน

พี่ทั้งสองเป็นกรรมการชุดใหญ่ของบริษัทค่ะ

สามปีที่แล้ว กว่าจะตกลงกันได้ว่า จะเปลี่ยนระบบงานเป็นระบบบาร์โค้ดได้

มีค้านกันสองฝ่าย ประธานและกรรมการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

แต่ผู้ปฏิบัติการ แม้ความพร้อมมีเพียงห้าสิบ ก็เสี่ยงเลือกเอาระบบ

พอโหวตระบบผ่าน ก็ต้องโหวตเลือกผู้นำ

ด้วยความกลัว หัวกับหัว มัวขัดแย้งกัน หางจะขยับอย่างไร

เราตัวเล็กตัวน้อยจึงรวมหัวกัน :)

ก็...โหวตเลือกผู้นำที่เราไม่รู้จักมักคุ้นเลยมาเป็น...หัว

(ให้พี่ในพื้นที่ที่เป็นหลักอยู่แล้ว เป็นผู้ปฏิบัติ)

พี่ที่รักทั้งสองคนเลย "กระเด็นกระดอน" เพราะเหตุ มีเวลาดูแลเงินน้อย

โดนฉกหายไปหลายตังค์ด้วย 

แต่...พี่เค้าั้ตั้งใจยุบโรงเรียนอนุบาลเพื่อมาช่วยงานอย่างเต็มมือ

ความตั้งใจพี่เต็มร้อย แต่เรา...ปิดประตู ขอโอกาสให้ผู้ใหญ่อีกฝ่ายลองระบบก่อน

จะเชิญพี่ๆมาเก็บรายละเอียดตอนระบบลงตัวทีหลังค่อยว่ากัน

สองปีผ่านไป ระบบใหม่ ไม่ใช่คำตอบทั้งสต๊อกทั้งบัญชีการเงิน

ระบบยิ่งทันสมัย ยิ่งทุจริตได้เนียนกว่าเดิม ง่ายและมากกว่าเดิมด้วย

ทุกครั้งที่อ่่านบันทึกคุณปริม ..."ด้วยความนอบน้อม"

เหมือนเป็นกระแสคลื่นปั่นป่วนภายในใจ "น้อมขวัญ...น้อมนบ"

เราเลือกระบบ กันพี่ๆออกไป ตอนนี้ กรรมย้อนศร ระบบ...กันเราออก...ไม่ต่างกันเลย

โกรธตัวเอง คับแค้นใจ คุณปริมพูดดีอย่างไร ยิ่งรู้สึกบาดหูบาดใจ...ลึกเท่านั้น

พี่เขางามพร้อม ดีพร้อม ใจกว้าง เข้าใจคน เข้าใจงาน ฯลฯ

มีติดนิดเดียวคือ พี่ใหญ่แรงเกินไป ถ้ามาแล้วต้องมาคู่

ตอนหลัง ไปเชิญมาก็...ไม่ทันแล้ว พี่ไปประจำการหน่วยงานอื่นเต็มตัวแล้ว(...แห้ว)

(จัดเก็บก่อนเนาะ ยาวเกินไป ไหวไหมเนี่ย)


 

เธอเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ งามทั้งกายทั้งใจ

หลักแหลม แต่อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเลิศ 

คือ..."ความรักและความเข้าใจ"ฯลฯ

เหมือนใครคนนี้ ...ด้วยความนอบน้อม...

ทุกครั้งที่หลุดคำพูดไปในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้องมานอนฟูมฟาย

"กรรมออนไลน์" ไวกว่าจรวด...แค่ลัดนิ้วมือจริงๆ

เกือบลืมคลื่นลบสำคัญ ที่ไม่ยอมทำโจทย์เลยคือ...

ผู้ใหญ่ที่เราโหวตเลือกมา กลายเป็นผู้ที่เรารับไม่ได้อย่างแรง (กรรม)

และไม่เคยคิดจะทำใจให้ยอมรับด้วย (ซวยหละสิ)

สรุป...คุณปริมต้องรับแรงกระแทกสองเด้งเลย (โอวว ยังไหวนะ)

กราบพระทีไร ต้องกราบขออโหสิไปด้วยทุกครั้ง(รับคลื่นได้มั่งป่าวนะ)

(ส่วนที่เป็นความไม่เหมาะไม่ควรในการแสดงความเห็นต่อเพื่อนๆประจำนั้น เป็นความไม่รอบ ไม่รู้ เป็นการวางตัวไม่เป็น เป็นความบกพร่องทางบุคลิกภาพ ความไม่สมประกอบฯลฯ แต่กับคุณปริม คือกระแสหักเหลี่ยมรักหักคาอก โอ๊ะๆ อั๊คค จริงๆค่ะ)

โอยยย พูดหมดซะได้...เนี่ยแหละ ถึงจะต้องขอสารภาพบาปหละค่ะ

ขอจัดดอกไม้(ในใจ) มาไหว้...

กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินเบียดเบียนผ่านมา

ข้าพเจ้าต้องกราบขอขมา ขออโหสิกรรมต่อคุณปริมมา ณ ที่นี้ด้วย

สาธุๆๆ

 

พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่ได้อ่านค่ะ แต่ก็ยังมิค่อยเข้าใจอยู่ดี เพราะเรามิได้อยู่ในสถานการณ์จริง แต่ก็พยายามค่ะ :) นี่คงเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งค้างคาที่คุณ Tawandin พูดถึงนะคะ

พึ่งรู้ว่าคำลงท้ายที่ชอบใช้ ไปสะกิดความรู้สึกลึกๆ ของคุณ Tawandin โดยมิตั้งใจ ขออภัยค่ะ ที่ใช้เพราะคำนี้ให้ความรู้สึกดีกับตัวเองค่ะเพราะกัลยาณมิตรใน g2k แทบทุกท่านเป็นผู้มากด้วยประสบการณ์ มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต แต่ก็ยังกดมาอ่านบันทึกของเราทั้งๆ ที่เราเองไม่มีใครรู้จักเลยมาก่อนในที่นี้ ปริมถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้วค่ะ คำลงท้ายนั้นถือเป็นการตอบแทนเกียรติที่มีให้ด้วยความเคารพ ขอบคุณที่เมตตาประมาณนี้ค่ะ และอีกอย่างคำนี้มีไว้เเตือนใจตนให้เป็นคนอ่อนน้อม รองรับคำแนะนำ คำสอนจากผู้รู้ค่ะ

ปกติปริมก็เห็นว่าความคิดเห็นของคุณ Tawandin ดูสร้างสรรค์ ให้กำลังใจ เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี มิได้ทำให้ปริมรู้สึกเป็นกระแสหักเหลี่ยมรักหักคาอกอย่างที่บอกเลยค่ะ เอ…หรือปริมอ่านความหมายระหว่างบรรทัดไม่เป็นเนี่ย

คงไม่ต้องขอขมาหรอกค่ะ เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรนอกเหนือไปจากความรู้สึกดีดีที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันค่ะ คุณ Tawandin ทำใจให้สบายๆ ได้เลยนะคะ

เป็นกำลังใจให้คุณเดินผ่านหลุมบ่อของชีวิต แม้ตอนนี้จะเปียกปอนไปบ้างเพราะตกบ่ออยู่ แต่หวังว่าคุณจะตะกายขึ้นมาจากบ่อได้ แล้วเดินต่อไปค่ะ บ่อนี้คือจุดวัดระหว่างคนที่แพ้กับคนที่ชนะ คนที่แพ้เลิกล้มความตั้งใจที่จะไปต่อ จมอยู่ที่เดิม คนที่ชนะจะลุกขึ้นยืน สลัดความเปียกปอนทั้งใจและกายออก ผึงแดด แล้วเดินต่อไปค่ะ ประสบการณ์จากการตกบ่อเปียกน้ำจะสอนให้เราระมัดระวังในการเดินมิให้ตกบ่ออีก

เวลาตกบ่อ อย่าอยู่ในนั้นนานจนเกิดเป็นความเคยชินนะคะ :)

ฮู็่้ววว โล่งหน่อย ดีจังเลยค่ะที่คุณปริมไม่สะดุด ความกร้าว กระด้างหนะค่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องในสวนมังนะ

ด้วยความนอบน้อม...สะกิดใจ หาใช่ความบกพร่องคุณปริมนี่หน่า เหมาะที่สุดแล้วค่ะ ดีซะอีก ที่คำดีๆช่วยสะกิดแผลให้เชื้อที่ฝังในแสดงอาการ เพื่อการรักษาอย่างถึงเหตุหนะค่ะ คำๆนี้ สะท้อนตัวตนพี่ที่ตนเองรักมากๆหนะค่ะ

เมื่อคืน ฝันแจ่มทันควันเลยค่ะ พอได้สารภาพกับคุณปริมแล้ว หลับ ฝันว่าเราไม่มีเสื้อผ้า โป๊ล่อนจ้อน มีแต่กระดาษสีน้ำตาลห่อตัว พี่เค้าวางงานทันที รีบวิ่งหาเสื้อผ้าดีๆมาให้สวมใส่ แถมสตังค์อีกหลายให้ซื้อของฝากแม่

ก่อนกลับบ้าน พี่เค้ายังปลอบใจ "หนูมีทุนเดิมดีๆอยู่แล้ว เดี๋ยวก็ตั้งหลักได้หละฯลฯ" เค้าไม่ได้คิด ไม่ได้ติดใจอะไร เพื่อนๆก็ไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของเรา แต่เรายังรู้สึกผิด และคาใจอยู่ "ตะปูตรึงใจ" ตนมิให้ขยับเดินหน้าได้... (เมื่อก่อนเป็นหนักกว่านี้ค่ะ ทุกครั้งที่กดดันน้องนุ่งในทีมจะให้ได้ดี เท้าจะบวมทันทีจนแทบเดินไม่ได้ และถ้าเห็นแย้ง เถียงผู้ใหญ่ จะจามฮัดเช้ยๆ น้ำตาไหลๆๆตาปูดทันควันเลยค่ะ เป็นบ่อย เพื่อนบอก ชอบทำร้ายตัวเอง ตอนหลังเขียนจดหมายแสดงความเห็นแย้งได้ ตาไม่บวมแล้วค่ะ)

ขอบคุณ คุณปริมมากๆนะคะ ที่ส่งมือมาให้ อย่างน้อยขึ้นจากบ่อในฝันได้หละ :)

ผมแค่แวะเข้ามาแอบอ่านข้อความที่ทั้ง 2 สาวคุยกันเท่านั้นเองนะครับ 555

สวัสดีค่ะอาจาย์อักขณิช

ด้วยความยินดี ที่กรุณาแวะมาร่วมรับฟังค่ะ

เพราะเรื่องนี้เองที่จะขอสารภาพบาปที่ว่าหนะค่ะ

แต่เห็นว่า คุยกับคุณปริมโดยตรงเลยน่าจะเหมาะกว่า

ขอบพระคุณมากค่ะ

ขอฝากข้อความถึงอาจารย์ศิลาและคุณปริมต่ออีกนิดนะคะ

ติดตามบันทึกคุณปริม พบคลิปเจ้าหนูน้อยเล่นกระดาษทิชชู่พันตัวนุงนัง

ติดตามอนุทินอาจารย์ศิลา พบภาพท้องน้ำ กับข้อความหนึ่งประโยค

"เราจะมีความสุขมาก ถ้าลดความอยากลง"

หลังจากสะสางเบื้องหลังกับคุณปริมแล้ว...

เบื้องหน้า...ต่อไป กำลังสงสัยตนอยู่ครามครัน

เรา...แสวงหาปัญญา เพื่อแก้ปัญหา...

แต่ทว่า...เรากลับจมกับความอยาก และปัญหาเฉพาะหน้า...

อยากเข้าสู่..."สังคมอุดมปัญญา" นี้

จนน้ำหนักทุกข์มันมากกว่าเดิมที่เป็นอยู่

แม้เบื้องต้น ได้ถอดบทเรียนสำคัญ

คือทะลวงตัวตน... ตีแตกผลึกความกลัว เป็นผลสำเร็จ

แต่...ทุกข์ระหว่างรายทาง

ทั้งเรื่องการวางตัว มารยาทสังคม ความไม่รู้ ไม่เข้าใจผู้อื่นฯลฯ

อันเป็นส่วนขาดพร่องในตน ที่ต้องเรียนรู้ ขัดเกลาตนเพิ่มขึ้นนี้

มันยังมีผลค้านแย้งกับคำว่า "ผาสุก" ตามอัตภาพหนะค่ะ

เข้าประเด็น... ลดอยากจะสุขมาก...ไหมคะเนี่ย?

หรือต้องถามตนเองว่า...

เกิดอุปทานตัวใหม่ เป็นทุกข์เพราะภพ..."หลงปัญญา" หรือเปล่าหนอ?

ขออภัยนะคะ มิกล้าถามผู้รู้วงใน มิกล้าระบายเรื่องนี้กับเพื่อน

เพราะยืนยัน นั่งยัน อย่าแตะต้องครูชั้นนะ

ชั้นเลือกเรียนรู้ที่นี่ โกทูโน เพราะฯลฯ

เดี๋ยวไปสารภาพว่ามาเรียนรู้ที่นี่ แล้วทุกข์อะไร อย่างไร

คง...โดนน่วมเป็นแน่แท้ :)

ขอบคุณมากค่ะ


 

จิตที่สงบทำให้ห้วงแห่งความฝันสงบตามไปด้วยนะคะ คำว่าฝันดีคงใช้ได้บ่อยๆแล้วค่ะ

ที่เรายังๆไม่รู้สึกเป็นอิสระจริงๆ ก็เพราะเรายังความรักโลภโกรธหลงอยู่ค่ะมันเป็นพันธนาการให้้เรายังยึดติดอยู่กับที่ แต่เราก็ต้องสู้ต้องฝืนกับความรู้สึกเหล่านั้นค่ะ เป็นธรรมชาติอยู่แล้วเพื่อการพัฒนาตนที่ดีขึ้นเราก็ต้องก้าวผ่านความทุกข์ยากนี้ไป บนหนทางของนักเรียนรู้ปริมว่ามันเป็นธรรมดาที่เราจะเจออุปสรรคเล็กบ้างใหญ่บ้างค่ะ ปัญหานี้หมดไปปัญหาใหม่เข้ามา สุขทุกข์ปนกันไป ตกนรกไปพลาง ขึ้นสวรรค์ไปพลางดังที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้

เรายังเกิดมาในชาตินี้และยังเป็นอยู่อย่างนี้แสดงว่าเรายังฝึกและพัฒนาจิตใจได้ไม่ดีพอจึงทำให้มีผลอย่างที่เห็นเพราะหากเราทำได้ดีมากมาก่อนเราก็คงไม่ได้มาเจอกันในชาตินี้ ในเมื่อเราอยู่ในเรือลำเดียวกันจุดหมายของเราคือไปให้ถึงฝั่งด้วยกัน เมื่อมาเจอกันและรู้ว่าเรายังต้องพัฒนาอีกเยอะเราก็ช่วยกันนะคะ เราต่างได้ประโยชน์จากาการเรียนรู้ร่วมกัน

ชื่นชมความกล้าที่จะทำให้ความค้างคาใจหมดไป แม้อีกฝ่ายจะไม่เคยติดใจอะไรเลยก็ตาม แต่การที่เราลุกขึ้นยืนและบอกกับความค้างคาได้ว่าเราไม่อยากอยู่กับมันอีกก็แสดงว่าเราชนะตัวเองได้แล้วค่ะ และการเอาชนะความไม่กล้าของตัวเองได้ก็เยี่ยมมากแล้วค่ะ และเรื่องเหล่านี้หากทำบ่อยๆ จะกลายเป็นกำลังใจเป็นทักษะชีวิตที่เราจะทำให้เป็นอิสระอย่างแท้จริงค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณ Tawandin ค่ะ

สุขสันต์วันหยุดค่ะ