อนุทิน #109450

หลังกิจกรรม 1 ในกลุ่มที่ 8 ทำงานด้านสุขภาพ.....เช่นกันที่บังเอิญประสบเคาะห์กรรมมาหาเมื่อครั้งเรียนมัธยม....ตลอดระยะที่ผ่านมานับ 10 ปีเขาได้เรียนรู้เพื่อเข้าใจมัน และอยู่กับ...อย่างเข้าใจ เขามีความคิดบวก และเลือกที่จะระมัดระวังไม่ให้...เพิ่มความเข้มข้นขึ้นภายในกาย และจิตใจของเขา  เขาเพียรเข้าหาคนคิดบวกและสร้างกรรมดี เพื่อให้จิตใจเข้มแข็ง และออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง.................

กิจกรรมในช่วงที่ 3 จึงดำเนินไปอย่างราบเรีย หากได้ร้อยดวงใจพวกเขาไว้ด้วยกันโดยผ่านกิจกรรม สปาเท้าด้วยความระลึกรู้สัมผัสกายและกาย กายและจิต บริหารจัดการให้สัมพันธ์กันระหว่างกายกับจิต ให้เคลื่อนไปด้วยกันอย่างอ่อนโยน เข้าใจ และรับฟังเสียงกายในปัจจุบันขณะ

หลังจากนั้นได้สอบถามความรู้สึก ความคิดที่เกิดขึ้นของแต่ละคนในขณะที่ดำเนินกิจกรรม ทุกคนได้แชร์ความรูสึก ขั้นนี้คนจัดกิจกรรมสอบผ่าน และคนทำกิจกรรมสอบได้ทุกคน และมีระดับความพึงพอใจที่เต็มร้อย พร้อมให้คำมั่นสัญญากับตนเองว่าจะต้องหันมาดูแลเท้า และส่วนต่างๆของร่างกายโดยมีความรู้ ความเข้าใจที่จะดูแลตนเอง

กิจกรรมที่ 2เป็นกิจกรรมกอดหมอน ที่เริ่มต้นก็ฮาเล็กน้อย และเสียงที่ฮานั้นเป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความสุขกาย สบายใจมากขึ้น เมื่อทุกคนพร้อมเข้าสู่ภวังค์แห่งอดีต เราพาให้ระลึกรู้และอิ่มเอมกับอดีตที่ยังประทับ และทำให้การระลึกถึงส่งผ่านมายังกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม  เสียงสะอื้นเบาๆ หากแต่ไม่มีความเศร้าอยู่เลย นอกเสียจากความเข้าใจ และความรู้สึกในไมตรีจิต ในความกรุณา มุทิตา และอุเบกขา นั้นต่างหาก ทุกคนได้ถอดฐานะทางโลกออก และเปิดใจ

กิจกรรม ประสบการณ์ที่ 3 เป็นเรื่องของการ..................i'm sleeptggggggggแพ้มดคันไฟ หมอให้กินยาแก้แพ้ 3 เวลาเลย ไม่สามารถ จัดระบบของสองให

เปิดอนุทินตนเองเพือบันทึกต่อ อื้อเป็นเช่นนี้เอง ยามที่สมาธิได้ถูกรบกวนจากภายนอกเพียงมดคันไฟกัด และมีอาการแพ้ ...เจ้ามดตัวน้อยๆก็แผลงฤทธิ์ได้มากถึงเพียงนี้ อีกทั้งสติของเราก็ใช่ย่อย ดันไปหลงความคันทะลุฟ้าชนิดเกาขนเลือดซิบ หันไปหยิบรางจืดขยี้ๆแล้วโปะลงไปก็โอเคนะ แต่ดูเหมือนตัวยาในใบรางจิดจะสามารถควบคุมการคันได้เพียง 10 นาทีก็เท่านั้น อาจต้องใช้มากกว่านี้หลายเท่า หรือไม่ก็ต้องมีวิธีการสกัดสารแก้แพ้ แก้คันในตัวรางจืดดอกสีม่วงออกมาให้ได้ ซึ่งแน่นอนคงได้น้อยมาก แต่ถ้าทำได้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตชาวไร่อย่างเราเอง

บันทึกกิจกรรมที่ 3 ใหม่ กิจกรรมที่ 3 เป็นเรื่องของการพาจิตและลมหายใจเข้าไปเยี่ยมเยียนส่วนต่างๆของร่างกาย ไปฟังเสียงกายนะนี่ จิตที่สงบแล้วอาจได้ยินสำเนียกนั้นๆ บางทีอาจเป็นการสร้างและเสริมแรงศรัทธาให้กับผู้ที่กำลังฝึกปฏิบัติการระลึกรู้ลมหายใจ และฉันเองก็ยังคงเพียรฝึกเพียรปฏิบัติ เราเริ่มพากันเข้าสู่กิจกรรมด้วยการน้อมใจให้นิ่งและรู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไร ด้วยลมหายใจแบบโยคะ 3 ครั้ง แล้วกลับมาหายใจตามปกติ เพียงแต่ประคองใจไว้ไม่ให้วิ่งออกไปเพ่นพ่านนอกตัวเรา และทำความรู้สึกระลึกถึงลมหายใจเข้า นิ่งไว้ แล้วปล่อยวาง นิ่งไว้ เท่านี้เอง ความเงียบแผ่เข้ามาในห้องที่เริ่มดับไฟทีละดวงๆ เสียงลมหายใจของใครดังขึ้นเบาๆ (ดูเหมือนจะหเริ่มหลับซะแล้ว) เสียงเพลงNIVARA ดังขึ้นเบาๆหากแตกพล่าเล็กน้อยเนื่องจากการใช้งานมามาก จึงหยิบหมอนที่วางบนศีรษะมาวางปิดเจ้าตัวจิ๋วที่กำลังทำงานส่งเสียงให้เกิดความนุ่ม คลื่นไปแบระริ้วเล็กๆๆๆและบางเบา ทำความรู้สึกถึงสายลมพัดเอื่อยๆๆๆ และลมโชยพัดพากลิ่นหอมของดอกไม้ป่าลอยมาเตื่อนตนเองมิให้ละการระลึกถึงลมหายใจในปัจจุบันขณะ ปล่อยวางกายลงแนบแม่พระธรณี และรับรู้สัมผัสที่อบอุ่น เบาบาง สบายๆๆๆๆที่กายนี้ถูกโอบอุ้มไว้ระลึกรู้ลมหายใจ และตามความรู้สึกยินดีที่เกิดขึ้น ปล่อยวางข้อสงสัย....ก็ทำไปเรื่อย จนเข้าสู่ร่างกายเสียงกรนของใครคนหนึ่งดังขึ้น...โอ ยังไม่ทันการ ทำไมหลับเร็วจัง เปิดเพลงให้ดังขึ้นเพื่อเตือนสติให้ตื่น แอบรู้สึกสงสารคุณยายที่อยู่ถัดไปไม่ได้ จิตจะคิดต่อว่าน่าจะมีอะไร ก็รีบหายใจเข้าลึกๆๆเพื่อจะได้ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง บนเส้นทางแห่งการเดินทางด้วยจิตเพื่อเยี่ยมกาย และฟังเสียงกายกระซิบนั้นผ่านไปได้ครึ่งทาง เสียงกรนอีก 3 คนดังขึ้น อารมณ์ฉันเองเริ่มหลุด และอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ นี่เป็นวิชาที่ฉันเฝ้าเรียนรู้จากอ.หมอท่านหนึ่ง และเฝ้าฝึกตนเองจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง จากคำสอน เทศนาธรรม ผู้มรณะภาพไปแล้ว หากยังเขียนบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ รวมทั้งการเรียนรู้ทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางg2k และนี่ไม่ใช่เพียงครั้งแรกหากจะนับก็นับไม่ถ้วนแล้วที่ได้นำมาปฏิบัติ แบ่งปันกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง บางกลุ่ม และกับเยาวชน รวมถึงนร. สิ่งสำคัญมิใช่ปริมาณ หากเป็นเรื่องคุณภาพที่เกิดจากการฝึกปฏิบัติ และเฝ้าสังเกตตนเองของทุกคนที่ได้มีโอกาสหันมาระลึกถึงลมหายใจของตนเอง ผลที่เกิดขึ้นคือความรู้สึกสบายๆ เบาๆ โล่งก็พอแล้ว หากมีบุญวาสนาเดินทางมาเจอกันก็อาจได้เรียนรู้ฝึกฝนตนเองมากขึ้น เพียรมากขึ้น กิเลสน้อยลงก็เป็นเช่นนี้ เสียงเงียบเข้ามาแทนที่เมื่อฉันหยุดพูดกับคนอื่น และกิจกรรมจึงดำเนินต่อไป ฉันหรี่เสียงเพลงลงค่อยๆลงๆๆ และใช้หมอนกดเจ้าตัวจิ๋วเพื่อช่วยให้เสียงนั้นคล้ายลอยมา เสียงกรนหายไปเสียงลมหายใจออกดังขึ้น แสดงว่ารู้สึกตัวแล้ว เราจึงเดินทางต่อ แต่เราก็ไปได้แค่ไหล่ทั้งข้าง ทุกคนก็เงียบสนิทไม่มีเสียงกรน เสียง ไอก็ไม่ได้ยิน ลุกขึ้นมานั่งมอง และระลึกถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ นึกถึงผู้ยากไร้แล้วแผ่เมตตา ได้เวลาสมควรจึงส่งสัญญาณให้ทุกคนตะแคงตัวไปทางข้างขวา...คนที่รู้สึกตัวเร็วก็ตะแคง อีก 3 ไม่ไหวติง ก็ปล่อยไปให้คนรู้สึกตัวประคองความรู้สึกสบายๆนั้นไว้ แล้วระลึกรู้การนอนท่าตะแคง ดูลมหายใจ และประคองความรู้ส กดีๆไว้ ลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สบายรับรู้การเคลื่อนของกาย และระลึกรู้ลมหายใจ อ้า...ถึงตรงนี้ อีก 3คนลุกขึ้นมาแคนหนึ่งพูดว่าฉันหลับสนิทเลย แต่เมื่อเห็นเพื่อนเงียบนิ่งก็จัดท่านั่งของตนเอง เราเข้าสู่กระบวนการแบ่งปันรัก และจบด้วยการร่วมกันแผ่เมตตา

เสร็จภารกิจของฉัน จนเลยเวลาแม่วัยใส ไม่ได้ลงไปช่วยน้องนุ้ยที่ทำงานแทนน้องแหม่มอรชรเนื่องจากเธอไปประชุม..

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)