อนุทิน #108887

เช้านี้ตื่นสายหน่อย เพราะเมื่อคืนได้สนทนากับดร.ปัญญา เลิศไกร ถึงแนวทางการนำเสนอการดูแลสุขภาพแบบชาวบ้านแต่มีความรู้หน่อยเนื่องจากผลการใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองตามแนวทางวิถีแห่งพุทธะ ประสบความสำเร็จ จากพื้นบ้าน สู่เทคโนโลยี ไม่ใช่จากเทคโนโลยีสู่ชาวบ้าน ซึ่งไม่ต่างจากการเล่นเกม หากทุกคนตระหนักรู้ และเข้าใจชีวิต แนวทางการลดปัญหาสุขภาพแบบชาวบ้านที่ทำอยู่จะช่วยให้ชุมชนนั้นมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติ เจตนคติที่ดี และเห็ฯคุณค่าในสิ่งที่ตนเป็นอยู่ ดร.ปัญญา เป็นเพื่อนที่เคนเรียนในสถาบันเดียวกัน เมื่อครั้งแรกรุ่น และเป็ฯตัวอย่างของบุคคลที่มีความรักและความจริงใจให้กับเพื่อนละสถาบัน การดำเนินชีวิตเป็ฯไปอย่างราบเรียบ แต่มุ่งเน้นช่วยสังคม เมื่อครั้งเกิดสินามิ ท่านต้องทำงานหนัก และเข้าสู่กระบวนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบยั่งยืน สิ่งที่เพื่อนเน้นให้ทราบคือการวิจัยเชิงประจักษ์ ดูออกรสชาติ และตรงกับจริตในตัวที่ฉํนมี มันต้องลุย "อย่านั่งเทียนส่องดาว ดึงเมฆมาเชย "ประโยคนี้ฉันสรุปแนวคิดของเพื่อนดร.ท่านนี้ เราสนทนากันถึงคุณค่าในตัวเพื่อนมนุษย์ทุกคน มนุษย์ล้วนเกิดมาอย่างมีศักยภาพ แต่บางครั้งสภาพแวดล้อมมักส่งผลให้ศักยภาพของมนุษย์ถูกหมกเก็บไว้ จนอาจลืมเลือน และหายไปในที่สุด ส่งผลต่อสภาพจิตใจของมนุษย์ให้อ่อนระโหยโรยแรง และสิ้นหวัง และหันไปแก้ปัญหาแบบ แก้ผ้าเอาหน้ารอด หรือไม่ก็ดันทะลุมติจนผู้คนชั้นปัญญชนมองอย่างเดียจฉันท์ โอกาส และการหยิบยื่นจึงเป็นเส้นทางแหงการสร้างบุญ ผู้คนชั้นปัญญาชนหลากหลายทุกอาชีพ อาจหลงลืมการให้โอกาสผู้อื่น และการฟังเสียงหัวใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ต้องบ้าทฤษฎี ไม่ต้องเรื่องมากให้เกิดราคะ ตัณหา โทสะ และจริตมากมายเพียงเพื่อคำว่าimportant ให้เกิดมีเกิดได้ในตนเองเพราะท้ายที่สุดมันคือขยะโลก พระพุทธองค์ได้มอบมนตราแห่งความสุขในการที่จะดำรงชีวิตบนโลกใบนี้ก่อนจากลาไว้นานแล้ว จึงทำให้ฉันรูสึกถึงคุณค่าของการเดินออกไปเพื่อเรียนรู้ชีวิต และชีวิตของตนเอง เพื่อวันหนึ่งที่ความตายมาถึงฉํนจะตายได้อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

เขียน:

ความเห็น (0)