อนุทิน #108202

กิจกรรมโครงการHM วันนี้คับคั่งไปด้วยกลุ่มผู้ป่วย 3 กลุ่ม คือกลุ่ม 1เพิ่งรู้ตัวแล้วกลุ่มนี้น้องแหม่มทำงานหนัก การที่คนๆหนึ่งจะช่วยให้คนอีกคนหนึ่งเกิดการยอมรับในสิ่งที่ตนเป็นนั้นค่อนข้างยากอยู่แล้ว แต่วันนี้น้องแหม่มเจอเข้าไป8 เครส สมองทำงานหนัก และต้องฉับไวในการรับรู้ วิเคราะห์ ประเมินให้ทันเวลา กลุ่ม2 คือกลุ่มรู้แล้ว ดูแลตัวเองดีมาก ระดับเกรด a และพัฒนาตัวเองเป็นที่ปรึกษาเพื่อนช่วยเพื่อนได้แล้ว เพียงเติมเต็มด้านการรูจักและให้กำลังใจตนเอง รวมทั้งการเสริมพลังและนำคุณค่าที่มีในตัวเขาออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเต็มศักยภาพเท่านั้น และกลุ่มสุดท้าย..ให้เป็นเกรด d แล้วกันไม่ต้องถึงกับเกรดeหรอก เพราะเดี๋ยวน้อยใจไม่มาแก้ ตกไปเลยจะบาปเอา ถ้าเป็นนักเรียนส่งสัยจะต้องโดนหลายเม็ด กลุ่มนี้ทั้งดื้อ ทั้งพยศเลย เดี๋ยวกิน เดี๋ยวไม่กิน และไม่เคยมาเข้ากลุ่ม แต่วันนี้มาเข้ากลุ่มเรียนรู้ได้ คงโดนน้องนุ้ยกล่อมซะอยู่..เยี่ยมจริงๆน้องนุ้ย บทเรียนวันนี้จึงจัดให้หนักเลย บอกว่าเราทุกคนโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ชวนคุยอะไรตอบได้หมด รู้ไหม... รู้ เห็นไหม....เห็น ทำได้ไหม ...ได้ กินไหม ...กิน ตายไหม ......ไม่ตาย...แล้วก็พากันหัวเราะ เจอแบบนี้เข้าก็อดขำไปด้วยไม่ได้ หาสาเหตุอยู่นะ ว่าทำไมหยุดยา นี่หมายถึงสาเหตุที่แท้จริง ที่แอบซ่อนไว้ลึกๆ ที่บางคนก็ไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร พวกนี้ต้องให้ติดรอ ให้ทำงานส่งละมั๊ง กิจกรรมจิตตปัญญา วันนี้เปลี่ยนไปจากกลุ่มอื่นเล็กน้อย เนื่องเพราะวันนี้มีผู้ป่วยมาก ช่วงแรกที่เริ่มถ่ายทอดและให้ฝึกวิธีหายใจเพื่อสุขภาพ และแบบโยคะ ไปแล้ว 15 คน ก็มาเพิ่มอีก 1คน เป็น 16 รายหลังนี่เข้าขั้นดาราเกาหลีเลยนะ หลังจากนั้นฝึกการผ่อนคลายตัวเอง จนรู้สึกร่างกายสบายๆ ก็เสริมพลังด้วยการให้ทุกคนมองเพดานจุดใดจุดหนึ่ง อย่างแน่วแน่ สายตาพุ่งขึ้นไปทำมุม 45 องศา แบบสบายๆ จะได้ไม่เมื่อยต้นคอ ให้หายใจอย่างที่ฝึก 3 ครั้ง แล้วสอบถามความรู้สึก เออ...ได้หลายความรูสึกที่เราพอใจว่าเขาทำได้ค่อนข้างดี และทุกคนมีความตั้งใจ จากนั้นใช้มือทั้งสองทำความรู้สึกส่งพลัง ไปที่จุดที่สายตาจ้องจับ พูดตาม คือให้นำจิตตัวเองนั่นแหละ สังเกตเห็นเมื่อทุกคนมีสีหน้าเบิกบานก็ให้จับมือเป็นต่อกันเป็นวงกลม...เอ้ามาใหม่อีก 3 ทำไงดี...ยังไม่ต้องเข้ากลุ่มตอนนี้นะ ส่งใจไปบอกน้องจรัล ก็หันมามองเราทำงาน และเรียกคนใหม่วัดความดัน แล้วก็พาไปนั่งคุยอีกมุม เฮ้อ....โล่งไปที ..ไม่ใช่อะไร เกรงว่าคนใหม่จะงง เพราะมันต้องเริ่มตั้งแต่ฝึกหายใจ จึงจะมีผลหลังทำต้องวัดความดันอีกครั้ง.....เอ้าต่อ...... ให้มือขวาหงาย และซ้ายคว่ำ แล้วชูมือขึ้นพร้อมกัน ทั้งวง ชูขึ้นไปช้าๆตามจังหวะลมหายใจเข้า สายตาเพ่งมองจุดของตนเองที่เพดานหยุดนิ่งนับในใจ 1 2 3 แล้วผ่อนลมหายใจทำความรู้สึกรับรู้ลมหายใจออกมาทางจมูกช้าๆ น้องที่นั่งทางซ้ายมือฉันเริ่มมือสั่นเล็กน้อย ฉันบีบมือน้องเค้าเบาๆส่งความรู้สึกให้ผ่อนคลายๆๆๆและสงบลงได้ เราดำเนินต่อไม่ติดขัด และให้พูดปฏิญาณตนเองเพื่อตนเอง และผู้อื่น ดูมีพลังมากเลย และรับรูว่าเกิดพลังความยินดีกับทุกคน ความรู้สึกดีๆเกิดขึ้น ให้ส่งกระแสความรู้สึกถึงไมตรีจิต ความเมตตา กรุณา และความรู้สึกยินดีที่เกิดขึ้นนั้นให้กับตนเอง และเพื่อนส่งออกไปทุกคนจะรู้สึกเบาสบาย ฉันนำสวดบทแผ่เมตตา และจบด้วยการให้หันไปขวาพร้อมกันทุกคนยกมือขอบคุณเพื่อนทางขวา และทางซ้าย ทุกคนมีสีหน้าเบิกบาน ยิ้มให้กัน น้องแหม่มเก็บภาพประทับใจไว้ด้วยใบหน้าอิ่มเอม หากงานวันนี้เราทำให้พวกเขารูสึกดี และมีพลังพอที่จะหันมาดูแลใส่ใจตนเอง และนำความรู้ที่ได้รับทั้ง 3 สาระตามโปรแกรมที่ 1 ไปใช้ได้อย่างเข้าใจ และมุ่งมั่น เราคงได้เจอพวกเขาทุกคนเป็นครั้งที่ 2 และ 3 เหมือน 7กลุ่มที่เราทำสำเร็จมาแล้ว สิ่งที่พวกเขาสะท้อนออกมาให้เราทราบนั้น ได้เรียนให้นพ.บุณรักษ์ทราบและทีมได้ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนไปแล้ว หวังว่าจะได้มีการเปลี่ยนแปลงในเร็ววันนี้ ขอบคุณเพื่อนมนุษย์ที่มีจิตใจดีงาม ที่ได้มาร่วมบุญช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และคงได้มีโอกาสบันทึกรายละเอียดมากกว่านี้ เพื่อการพัฒนาการทำงานและสามรถช่วยเหลือผู้ป่วยได้มากขึ้น ขอให้ทุกท่านความสุข เจริญธรรม เจริญบุญ นอนหลับฝันดี พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ด้วยภารกิจกลุ่มผู้ป่วยความดันครั้งที่ 2 สำหรับทุกกลุ่ม จำไม่ได้แล้วว่าทำไปกี่กลุ่มไม่ค่อยมีเวลาบันทึกเลย หรืออาจเป็ฯเพราะไม่ห่วงเรื่องวันเวลาทำงาน เนื่องจากมีผู้ประสานคอยโทร บ้าง FB คอบบอกว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ต้องไปสอนกลุ่มไหน ที่ไหน บางทีก็บอกว่าเตรียมอุปกรณ์ให้แล้วบ้าง จะเอาอะไรอีกไหม โห ..งานสบายเกินไปไหมนี่ เลยไม่จำอะไรเลย มันอัตโนมัติไปได้ไง ขอบคุณที่กลับจากประจวบถึงบ้านแล้วไม่เหนื่อยมานั่งบันทึกได้ อิอิ ไปนอนดีกว่า

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

ขอบคุณน้องโอ๋ และน้องอ้อยที่ส่งดอกไม้มาให้ อิอิ เมื่อคืนดึกไปหน่อย

เพราะวันนี้ต้องไปพาผู้ป่วยความดันทำกิจกรรม กลุ่มนี้จึ้น ป.2 แล้วสอบผ่านป.1ทุกคน มีซ่อมคนเดียว ฮามาก...เพราะคุณป้าบอกว่าไม่มีเวลาทำสมาธิเลยความดันเลยขึ้นๆลงๆ มาทราบทีหลังว่าต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปตลาดซื้อของและกลับมาเตรียมของขายเตรียมเสร็จก็ไปขายก๊วยเตี๋ยว จึงลำดับอากัปกริยาการทำก้วยเตี๋ยว 1 ชามให้ฟัง แกหัวเราชอบใจใหญ่ บอกว่าเคยขายหรือ ฉันตอบว่าเคยกิน อิอิ แต่ชอบยืนรอเพื่อดูว่าทำอะไรบ้าง ต่อเมื่อเสร็จก็จะไปหาโต๊ะนั่ง แกขำใหญ่เลย และพูดว่าเห็นไหมป้าว่าแล้วลองทำแล้วทำสมาธิไม่ได้ใช่ไหมหละ  ก็เลยถามป้าว่าที่ป้ามาเข้ากลุ่มฝึกปฏิบัตินี้ ป้าชอบไหม อ้าวก็ชอบนะซี่ ทำแล้วมันสบาย ๆใจมันนิ่งๆ สงบๆ ...ยิ่งคำถามสุดท้ายเลยว่า แล้วป้าอยากทำอีกไหม ...ไม่อยากทำป้าก็ไม่มาหรอกนะ ว่าแต่เห็นแล้วใช่ไหมว่าขายก้วยเตี๋ยวนะทำอะไรไม่ได้เลย ฉันตอบว่าทำได้ค่า

แกร้องหหหา...เสียงดัง ทุกคนพากันหัวเราะ และมีคนตอบแทนฉันด้วยว่า  แกก็ทำความระลึกรู้ลมหายใจไปกับการหยิบผักหยิบเส้นซิ ก็ให้มันรู้ตัวระลึกรู้แบบที่แกฝีกนี่ไง เพียงแต่เปลี่ยนจากยอมือตามจังหวะ เป็นทำก้วยเตี๋ยวไป ป้าร้องเสียงหลงว่า ได้รึแก....เออมันไม่น่าเชื่อ ลุงอีกคนบอกว่า ก็ที่เราฝึกนี่นะเขาให้เอาไปใช้กับกิจวัตรประจำวันของเราแหละ ให้ระลึกรู้ลมหายใจเข้า ออก ไม่ว่าจะยืน เดินนั่งให้มันมีสติ ป้าร้องเออๆๆๆ ข้าต้องกลับไปทำดูเจอกันคราวหน้าข้าจะมาเล่าให้ฟังบ้าง แหม..ข้าละอายครู฿เข้าแล้วซิ ...แกก็อายจริงๆ เพื่อนผ๔ป่วยบอกว่าจะไปอายอะไร คนมันไม่รู้ได้นี่ ป้าแกร้องดังว่า เออซิ..แล้วเราก็เริ่มกิจกรรมและฝึกปฏิบัติกันใหม่ ครั้งนี้ทุกคนได้เรียนรู้การสปานิ้วมือพร้อมกับเอาจิตไปพิจารณา ๆเฉยๆ พอใจก็ให้รู้ว่าพอใจ เกร็ง ปวดข้อไหนนิ้วไหนก็ตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น รับรู้แล้วปปล่อยวาง ๆแล้วรูสึกสบาย ๆจึงปล่อยวาง ทำไปพิจารณาไปโดยได้สาธิตการนวดนิ้ว 5 แบบ และให้แต่ละท่านเลือกแบบที่ตัวเองรูสึกผ่อนคลายได้มาก เลือกได้แล้วก็เริ่มทำแบบนั้นให้กับนิ้วทั้ง 5 ทั้งสองข้าง ตามความรู้ สึกไปและเมื่อรู้สึกเบานิ่งแล้วให้ประคองความรู้สึกนั้นไว้ และให้ช่วยกันบอกว่าจะเอาไปใช้ฝึกเวลาไหนได้บ้าง ทำคู่กับงานได้อย่างไร การตอบคำถามของแต่ละท่านทำให้มั่นใจว่าการถ่ายทอดกำลังบังเกิดผลดีกับสุขภาพของผู้ป่วยกลุ่มนี้เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆที่ผ่านป.2 ไปแล้ว  มีผู้ป่วยรายใหม่มาเข้ากลุ่มป.2 แท้จริงเป็นผู้ป่วยรายเก่าของกลุ่มนี้แหละ แต่ฉันไม่เห็นมาร่วมกิจกรรม วันนี้มาร่วมแบบก้าวกระโดดเพาะคำพูดแต่การกระทำยังไม่ก้าวตาม พอฝึกเสร็จแล้วก็หันไปถามผู้ป่วยใหม่รายนี้ แกบอกว่าขี้เกียจ แต่เมื่อได้เข้าร่วมจนจบกระบวนการแกบอกว่ารู้งี้เข้าตั้งแต่ทีแรกแล้ว

นี่จะเป็นด้วยอัตตาตัวแม่ หรือความไม่รู้เป็นบ่อเกิดของความไม่รู้ก็ยังไม่มั่นใจที่จะปักหลักเชื่อ