อนุทิน #106716

| อนุทิน ... ๒๔๘๘ |

"ที่พึ่งทางใจ"

สมัยเป็นเด็ก ๆ ตอนเรียนวิชาสังคมศึกษา เรามักจะได้รับการสอนว่า "การที่คนในสังคมนับถือศาสนาต่าง ๆ นั้น เป็นเพราะศาสนา คือ ที่พึ่งทางใจ"

คำว่า "ที่พึ่งทางใจ" นั้น ตอนเรียนก็ไม่ได้คิดตามอะไร ไม่ได้เห็นจริง แต่ใช้การจดจำเอาไว้ว่า เป็นอย่างที่ครูบอกจริง ๆ เพื่อเอาไว้ทำข้อสอบให้ผ่าน

เมื่อเติบโตขึ้น เฝ้ามองและสังเกตเพื่อนและน้องใกล้ตัวหลายคนที่ภายนอกดูเข้มแข็ง ทรงอิทธิพลไปด้วยเหตุและผล หลังจากการสูญเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ สิ่งที่เธอเหล่านั้นได้ทำคือ เริ่มเลือกที่จะเชื่อ "ที่พึ่งทางใจ" ที่ไม่ใช่พระ หรือ เจ้า หรือ พระฺธรรมคำสั่งสอนใด ๆ

เช่น การทำบุญเยอะ ๆ ให้กับคนที่รัก เขาจะได้บุญ เขาได้ขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า, ทำบุญจนเสียตังค์มากมาย

ดังนั้น เมื่อ "ฅนบุญ" ที่พึ่งทางใจใหม่ของเธอเหล่านั้น พูดเรื่องใดที่กระทบใจโดยตรง ก็จะเชื่อถืออย่างไม่ต้องไตร่ตรองอะไรทั้งนั้น

ความสูญเสียหลาย ๆ อย่างเริ่มเกิดขึ้นอย่างสะสม เช่น เสียเงินทองมากมาย, เสียเวลาการทำความดีที่ควรทำกว่านี้, ความคิดที่แคบลงเรื่อย ๆ, สายตาหวาดระแวงทุกคนที่ตนไม่เลือกที่จะเชื่อถือ

และในที่สุดก็กำลังเสียตัวตนของตนเองให้กับคนอื่นอย่างไม่มีวันกลับได้

"ความงมงาย" พระพุทธองค์เรียก "อจินไตย" หมายถึง เรื่องที่ทำให้เสียเวลาต่อการใช้ชีิวิตในการเกิดในโลกนี้

น่าเสียดายที่การศึกษาระดับสูงไม่ได้ขัดเกลาเรื่องราวเหล่านี้ให้ควรแก่การเชื่อหรือไม่เชื่อ พิสูจน์หรือไม่พิสูจน์

วันหนึ่ง เพื่อนอย่างผมก็เพียงแต่หวังว่า เขาจะกลับมาเป็นมนุษย์ที่เข้าใจโลกกว่านี้เช่นเดิม ...

เขียน:

ความเห็น (0)