อนุทิน #106630

คำนำ

          การเดินทางไปเมืองน่านในครั้งนี้เนื่องจากผู้เขียนยังไม่เคยได้เข้าไปผจญภัยในจังหวัดน่านมาก่อนเลย จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตของผู้เขียนที่ได้เข้าไปสัมผัสชีวิต  ในเขตอำเภอ นาน้อย โดยได้เดินทางไปท่องเที่ยว ณ วนอุทยานขุนสถาน ซึ่งอยู่บนยอดดอยแม่จอก มีต้นพญาเสือโคร่ง ซึ่งดอกจะบานเต็มต้นประมาณเดือนธันวาคม และชมพูภูคาจะมีดอกให้นักท่องเที่ยวได้ชมในช่วงเวลากลางเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงต้นเดือนมีนาคม บรรยากาศบนยอดดอยถูกปกคลุมด้วยหมอก มองไม่เห็นแม้ยามพระอาทิตย์จะตกดิน หรือขึ้นทางตะวันออก ฝนตกหนักจนคณะของเราได้เที่ยวน้อยแห่ง ได้ชมสวนที่ศูนย์วิจัย และชมต้นชมพูภูคาพร้อมดอกบางช่อที่เหลืออยู่เท่านั้น การถ่ายรูปไม่ชัดเจนเพราะลำต้นไม้ชนิดนี้เป็นพืชยืนต้น และสูงลิบลิ่ว ถ่ายรูปได้ฉพาะดอกที่กิ่งเตี้ยและอยู่ปลายกิ่งเท่านั้น  จากนั้นไปชมสวนสตรอเบอรี่ของชาวเขาเผ่าแม้วที่อยู่บนดอย อยู่กันเป็นหมู่บ้านใหญ่ มีโรงเรียนอยู่บนดอย มีช่างเครื่องแก้เครื่องรถยนต์บนดอย โชคดีรถยนต์ของคันผู้เขียนสายพานเครื่องขาดเมื่อรถจอดที่ลานจอดเรียบร้อยแล้ว 
                วันรุ่งขึ้นมีโอกาสได้ชมทะเลหมอกสวยงามมาก ดุจดังน้ำตกไนแองการา ปกคลุมขุนเขาทั่วไป ในตอนเช้ามืดผู้เขียนยังแลเห็นไฟจากอำเภอนาน้อย เป็นบริเวณกว้าง พอยามสายหมอกปกคลุมมองไม่เห็นหมู่บ้าน ขุนเขาหรือต้นไม้ เที่ยงวันหมอกจึงจางหายหมด วันเดินทางกลับออกเดินทางเวลาก่อนเที่ยงวัน  เส้นทางยังมีหมอกปกคลุมมืดมิด เป็นอันตรายต่อการขับรถ ถ้ามีรถสวนทางขึ้นมา

๘ มีนาคม ๒๕.............. จากกรุงเทพฯมุ่งสู่จังหวัดน่าน

                      เวลา ๐๖.๐๐ น.ยามเช้า รถยนต์สามคันได้เริ่มเคลื่อนออกจากบ้าน มุ่งสู่การทัศนศึกษาพักแรมที่จังหวัดน่าน ในเขตอำเภอนาน้อย ณ วนอุทยานขุนสถาน การเดินทางไปตามเส้นทางสายเอเซียผ่านจังหวัดต่างๆในเขตภาคกลางดังนี้ จากกรุงเทพฯก็ผ่านจังหวัดปทุมธานี อยุทธยา อ่างทอง และจุดนัดพบแห่งแรกของการรับประทานอาหารเช้าคือร้านเฮียเล็ก จังหวัดสิงห์บุรี ออกจากสิงห์บุรี มุ่งสู่ชัยนาท อำเภอมโนรมย์ ผ่านไปยังจังหวัดอุทัยธานี ผ่านนครสวรรค์ แยกไปทางขวามือผ่านทางอำเภอเก้าเลี้ยว มีผลไม้ฝรั่งกิมจูและแป้นสีทองวางขาย เนื้อที่เขตนี้เป็นที่ราบทำนาเขียวขจี   วิ่งผ่านใช้เส้นทางหลวงจังหวัดพิจิตรไปยัง  อำเภอวชิรบารมี มีโรงสีขนาดใหญ่ ผ่านมหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งเข้าเมืองพิษณุโลก แวะนมัสการพระพุทธชินราช และรับประทานอาหารที่ร้านอาหารปลาสด รสชาดของยำมีรสเปรี้ยว มะนาวคงราคาถูก และอาหารปลาหลายอย่างก็อร่อยทั้งนั้น ตามคำชมของคณะทัวร์สิบสี่ชีวิต โดยเฉพาะเมี่ยงปลาที่ห่อด้วยใบชะพลู เดินทางต่อไปโดยใช้เส้นทางอำเภอวัดโบสถ์ ตรงไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๑ เส้นทางโค้งขึ้นสู่ที่สูง ผ่านทางแยกเข้าอำเภอต่างๆของอุตรดิตถ์  ไปยังจังหวัดแพร่  มุ่งสู่อำเภอร้องกวาง ยึดเส้นทางเข้าน่านทางอำเภอเวียงสา และเมื่อถึงทางแยกสู่ขุนสถาน ๒๔ กิโลเมตร เป็นเส้นทางขึ้นภูเขา ซึ่งบางตอนก็คดเคี้ยว บางตอนก็เลียบสันเขาจนมองเห็นหุบเหวเบื้องล่าง ป่าส่วนใหญ่ถูกทำลายเพื่อปลูกพืชหมุนเวียน ต้นสักยืนต้นตาย แต่ต้นยางพาราใบเขียวขจี กว่าจะถึงที่พักค้างคืนก็เป็นเวลาเกือบจะ ๑๘.๐๐ น. เจ้าหน้าที่วนอุทยานเตรียมอาหารมื้อเย็นไว้ให้ คณะของเรา จึงรับประทานอาหารก่อน ทำกิจกรรมอื่นๆ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ก็แยกเข้าห้องตามอัธยาศัย เมื่อดึกมากแล้วก็อาบน้ำเข้านอน ไฟฟ้าที่นี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบน้ำอุ่นใช้พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ 

8 March,…………..

                From Bangkok to Nan
              At six o’clock, the tree saloons ran from home, we all were heading to stay at Amphoe Nanoy in Nan province, at Khunstan National Park. We traveled by using Asian Highway, which it passed the central region provinces. From Bangkok we passed Patoomthanee, Ayutthaya, Angthong, Singburee, Manorom district, Chinat, Uthaithanee and we used the provincial street Koaleaw district, Nakornsawan, and then to Amphoe Vachirabaramee, Pijit and reached Narasuan University to Pisanuloke.  First, we dropped to pay respect to PraBuddha Chinarat, and after that we parked to eat lunch at Plasod canteen. The food of Thua poo/winged-bean salad  was very sour, the lemons was cheap here, and others various dishes were very delicious, too, especially Muang pla was covered with Cha-plu leaves. We traveled passed Wat Bote district and then straight through Uttaradit, passed the crosses of some districts to reach Prae. We ran on the street to Amphoe Rong kwang and hold the way to Viangsa and turned right to Khunstan national Park, 24 kilometres to reach the top. The road is very wind, and went up and up, then, we all reached the top.We saw the abbeys which were no trees, they were bald and there was smoke cover the area. We knew they prepared the land to grow circulation plants. The teak woods are very dry, but the rubber plantations are very green. We reached the resort around six o’clock. The staffs of the national park cooked food for us to eat dinner, there were some various dishes. After dinner, we separated to our three rooms to take a bath by using gas power and electricity here, is from the solar cells. 

๙ มีนาคม............. ทัศนศึกษาบนดอยแม่จอก

              ตื่นเช้าอากาศดีมาก ผู้เขียนเดินเล่นออกกำลังขึ้นลงตามเส้นทางรถที่สูงชัน หมอกปกคลุมพื้นที่เป็นระยะๆ ฝนตกพรำๆ เมื่อได้เวลา ๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเช้าคือข้าวต้มและกับข้าวที่เตรียมเป็นเสบียงมากมายหลายอย่างจากกรุงเทพฯ เวลา ๐๙.๐๐ น. นัดหมายขึ้นรถของเจ้าหน้าที่อุทยานไปชมศูนย์วิจันต้นน้ำ มีดอกไม้หลายอย่าง  และรวมทั้งต้นชมพูภูคาด้วยทั้งหมด ๕ ต้น แต่ละต้นสูงลิบลิ่ว ยากที่จะถ่ายรูปได้ชัดเจน สวยงาม ฝนตกหนักเป็นพักๆผู้เขียนเดินขึ้นบันไดไปชมดอกไม้ข้างบน หลังบ้านพักนักท่องเที่ยว ปลูกสนไว้เป็นทิวแถว เพื่อเป็นป่ารักษาต้นน้ำไว้ มีดอกไม้นานาชนิดๆ กัลปพฤกษ์สีชมพูออกดอกเต็มต้น และหญ้ารากหอมด้วย เมื่อฝนหยุดซาเม็ดบ้างแล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานก็พาพวกเราไปชมสวนสตรอเบอรี่ของครอบครัวชาวเขา เผ่าแม้ว ต้องการซื้อรับประทานต้องช่วยกันเก็บเอง สนุกดี เขาปลูกบนพื้นที่ที่สูงชันโดยทำเป็นขั้นบันได เดินเก็บเพลิดเพลินได้น้ำหนัก ๒ กิโลเท่านั้น ส่วนเกินชาวเขาแถมให้พวกเราชิมกัน โดยแยกถุงให้ต่างหาก จากนั้นฝนตกหนักมากจนไปไหนไม่ได้ ต้องกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ได้เวลาอาหารมื้อกลางวัน เจ้าหน้าที่ทำอาหารมาม่าผัดผัก และเส้นหมี่ราดหน้า ฝนตกตลอดเวลา ไม่ได้ออกไปไหน แต่ละคนก็มีกิจกรรมของตน จนอาหารมื้อเย็นฝนก็ไม่ซาเม็ดลงได้เลย ผู้เขียนอาบน้ำและเข้านอนก่อนใคร 

9 March, …………. Sightseeing on Maejok Hill

              I got up before dawn, the weather was very nice. I walked around the area which is very slope as the hill ridges. The frog moved left and right, and then sometimes covered all the area, it rained slightly. At seven o’clock, it was the time for breakfast. We ate porridge with our various food prepared from Bangkok. At nine o’clock, we all took a trip on the hill by the officer’s pick-up. He took our team to visit the Research station of source of water. There are many kinds of flowers and five pink tecoma/pink trumpet trees with pink flower bloomed on the branches, the trunk is very big and so high. It was difficult to take the photograph very clearly and prettily. It sometimes rained heavily, I climbed up the step to see some flowers, at the back of the resort, the authorities of this national park grew the pine trees in lines to keep the source of water plentiful. It was full of various flowers, and pink shower blooming on the high trees and common salomonia/fragrance grass. When the rained stopped falling, the driver took all the team to see the cou.ple of hill tribe,  Moe’s strawberry garden. We picked up the red ones by ourselves very enjoyably to weigh 2 kilograms and they gave the rest for tasting. It rained a lot, we couldn’t go anywhere. Then we came back to the resort, and rest for hospitality. For lunch, we had stir-fried mama with vegetable, and Chinese vermicelli radna. It rained all the time, we only stayed in the resort, and each one had the own activity. We finished eating dinner, the rained did not stop. I took a bath and went to bed before someone.

๙ มีนาคม............. ทัศนศึกษาบนดอยแม่จอก

              ตื่นเช้าอากาศดีมาก ผู้เขียนเดินเล่นออกกำลังขึ้นลงตามเส้นทางรถที่สูงชัน หมอกปกคลุมพื้นที่เป็นระยะๆ ฝนตกพรำๆ เมื่อได้เวลา ๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเช้าคือข้าวต้มและกับข้าวที่เตรียมเป็นเสบียงมากมายหลายอย่างจากกรุงเทพฯ เวลา ๐๙.๐๐ น. นัดหมายขึ้นรถของเจ้าหน้าที่อุทยานไปชมศูนย์วิจันต้นน้ำ มีดอกไม้หลายอย่าง  และรวมทั้งต้นชมพูภูคาด้วยทั้งหมด ๕ ต้น แต่ละต้นสูงลิบลิ่ว ยากที่จะถ่ายรูปได้ชัดเจน สวยงาม ฝนตกหนักเป็นพักๆผู้เขียนเดินขึ้นบันไดไปชมดอกไม้ข้างบน หลังบ้านพักนักท่องเที่ยว ปลูกสนไว้เป็นทิวแถว เพื่อเป็นป่ารักษาต้นน้ำไว้ มีดอกไม้นานาชนิดๆ กัลปพฤกษ์สีชมพูออกดอกเต็มต้น และหญ้ารากหอมด้วย เมื่อฝนหยุดซาเม็ดบ้างแล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานก็พาพวกเราไปชมสวนสตรอเบอรี่ของครอบครัวชาวเขา เผ่าแม้ว ต้องการซื้อรับประทานต้องช่วยกันเก็บเอง สนุกดี เขาปลูกบนพื้นที่ที่สูงชันโดยทำเป็นขั้นบันได เดินเก็บเพลิดเพลินได้น้ำหนัก ๒ กิโลเท่านั้น ส่วนเกินชาวเขาแถมให้พวกเราชิมกัน โดยแยกถุงให้ต่างหาก จากนั้นฝนตกหนักมากจนไปไหนไม่ได้ ต้องกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ได้เวลาอาหารมื้อกลางวัน เจ้าหน้าที่ทำอาหารมาม่าผัดผัก และเส้นหมี่ราดหน้า ฝนตกตลอดเวลา ไม่ได้ออกไปไหน แต่ละคนก็มีกิจกรรมของตน จนอาหารมื้อเย็นฝนก็ไม่ซาเม็ดลงได้เลย ผู้เขียนอาบน้ำและเข้านอนก่อนใคร 

9 March, …………. Sightseeing on Maejok Hill

              I got up before dawn, the weather was very nice. I walked around the area which is very slope as the hill ridges. The frog moved left and right, and then sometimes covered all the area, it rained slightly. At seven o’clock, it was the time for breakfast. We ate porridge with our various food prepared from Bangkok. At nine o’clock, we all took a trip on the hill by the officer’s pick-up. He took our team to visit the Research station of source of water. There are many kinds of flowers and five pink tecoma/pink trumpet trees with pink flower bloomed on the branches, the trunk is very big and so high. It was difficult to take the photograph very clearly and prettily. It sometimes rained heavily, I climbed up the step to see some flowers, at the back of the resort, the authorities of this national park grew the pine trees in lines to keep the source of water plentiful. It was full of various flowers, and pink shower blooming on the high trees and common salomonia/fragrance grass. When the rained stopped falling, the driver took all the team to see the cou.ple of hill tribe,  Moe’s strawberry garden. We picked up the red ones by ourselves very enjoyably to weigh 2 kilograms and they gave the rest for tasting. It rained a lot, we couldn’t go anywhere. Then we came back to the resort, and rest for hospitality. For lunch, we had stir-fried mama with vegetable, and Chinese vermicelli radna. It rained all the time, we only stayed in the resort, and each one had the own activity. We finished eating dinner, the rained did not stop. I took a bath and went to bed before someone.
เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

อ่านแล้วทำให้คิดได้ว่า การแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษโดยตรงนี้ หลายๆกรณีอ่านแล้วความหมายมันจะผิดไปจากที่ต้องการนะคะ แสดงว่าภาษานี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ ไม่ตรงไปตรงมาไปเสียทั้งหมด