อนุทิน #105614

๒๐๑. ขอแบบนักเลงก็ต้องให้แบบนักเลง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเป็นวิทยากรกระบวนการวิจัย ให้กับเครือข่ายการวิจัย รพสต.และเครือข่ายพัฒนาระบบจัดการสุขภาพชุมชน ของระนองและภาคใต้ จัดโดยศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้ นครศรีธรรมราช ในวันสุดท้าย ระหว่างสรุปบทเรียนเวทีและจะเสริมหลักทฤษฎีไปตามประเด็นที่ผุดขึ้นจากบทเรียนภาคปฏิบัติ ทีมนักวิจัยผู้จัดและเป็นพี่ที่ผมเคารพนับถือ ได้ใช้เวลาช่วงท้ายของเวทีพูดเรื่องทั่วๆไปเพื่อช่วยผ่อนคลายเวทีให้ถอนออกจากการทุ่มเทกายใจทำงานกันทั้งวันทั้งคืนในระหว่างการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๒ วัน และช่วงหนึ่งก็กล่าวแนะนำผมเพิ่มเติมในด้านที่เป็นความสนใจและเกร็ดประสบการณ์แก่เวที ได้บอกด้วยว่าผมเล่นดนตรีและวาดรูปด้วย ซึ่งในกระเป๋าเสื้อของผมได้พก Ocarina หรือขลุ่ยดินเผาของชนเผ่ามายันด้วย เมื่อท่านกล่าวจบ ผมเลยดึงเอา Ocarina มาเป่าให้เวทีฟังพร้อมกับถือโอกาสใช้เป็นการเฉลิมฉลองปิดท้ายเวทีการทำงานกันแบบเพลินๆ นอกจากเป่าเพลงให้ฟังแล้วก็เล่าความเป็นมาของขลุ่ย Ocarina ตัวที่ผมเป่าให้ฟังด้วยว่าเป็นฝีมือของคนไทยและเป็นเพื่อนบ้านผมเอง แต่ฝีมือดี อีกทั้งความคิดภายใต้การทำก็ทำอย่างเป็นงานศิลปะ ทำด้วยมือชิ้นต่อชิ้น เป็นที่รู้จักและได้การยอมรับในวงการเล่นขลุ่ย Ocarina ทั้งของไทยและต่างประเทศ หลังจากนั้น ก็สรุปบทเรียนเวทีและต่างกล่าวอำลากัน พอปิดเวทีและคนเดินออกจากห้องประชุมหมดแล้ว ก็มีลุงท่านหนึ่ง เป็น อสม. ของจังหวัดระนอง เดินมาหาผมและบอกว่าท่านเป็นคนเล่นดนตรีพื้นเมืองของภาคใต้ มีวงเป็นของตนเอง อีกทั้งปัจจุบันก็เปิดสอนประชาชนและเด็กๆด้วย จากนั้น ก็บอกว่าเมื่อผมกลับบ้านที่เชียงใหม่แล้วก็จะสามารถหาขลุ่ย Ocarina ได้อีก แต่ท่านเองนั้นไม่สามารถไปได้ ดังนั้น .... "ลุงขอซื้อต่อเถอะ มันแปลกและเพราะดี จะเอาไปหัดไว้เป็นสื่อถ่ายทอดให้เด็กๆ" ..... ผมยืนอึ้งไปชั่วครู่ ประการหนึ่งก็เพราะมันเป็น Ocarina ตัวโปรดของผม มีแบบนี้ตัวเดียว ไม่ได้เผาเคลือบ และคนทำเขาให้ผมมาอีกด้วย หากขาย ผมก็ไม่สามารถจะคิดราคาเป็นตัวเงินได้เลย และอีกประการหนึ่ง คุณลุงชาวบ้าน ที่สามารถเดินมาขอซื้อและพร้อมจะควักเงินซื้อเครื่องดนตรี ยอมลงทุนให้กับอาหารทางจิตวิญญาณซึ่งจะเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้าน เพื่อไปหัดเล่นถ่ายทอดให้คนอื่นต่อไปอีกนี่ ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมานี่ผมยังไม่เคยเห็นเลย เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมเลยดึง Ocarina ออกมาและบอกแก่คุณลุงว่า ผมไม่ขายหรอก แต่ขอมอบให้แก่ลุงก็แล้วกัน คุณลุงชงัก แต่ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นคนเล่นดนตรีชาวบ้านเหมือนกัน ก็เลยกล่าวชื่นชมวิถีปฏิบัติของท่าน คุณลุงเลยไม่ปฏิเสธ เป็นห้วงจังหวะหนึ่งของการได้ให้ของรักของหวงที่นอกจากไม่รู้สึกเสียดายเลยแล้ว ก็กลับรู้สึกดีและรู้สึกเคารพน้ำใจที่มีต่อผู้อื่นของคุณลุงท่านนี้มาก.

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (10)

โห...อาจารย์ขา  ซาบซึ้งจัง

จิตวิญญาณมนุษย์  ศิลปะของชีวิต...การดนตรี  สื่อหากันได้โดยแท้

ชอบคนหัวใจนักเลงแบบนี้จังเลยครับ

นักเลงสมัครเล่น ต้องมีแบบอย่างเช่นนี้

จึงจะได้ใจนักเลงตัวจริง ค ต

ขอมอบบทเพลงจากลิขิตของอาจารย์พุทธทาสภิกขุ บทเพลงนี้แด่ท่านอาจารย์

http://www.youtube.com/watch?v=5TB9CMgX6rs

ขอคารวะด้วยใจครับ...

เชื่อว่าด้วยบุคลิกของอาจารย์ด้วยนะคะที่ทำให้คุณลุงกล้าเอ่ยปาก ซาบซึ้งกับเรื่องราวนี้มากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกอิ่มใจ ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่เอาความประทับใจนี้มาฝากให้พวกเราได้รับรู้ด้วย

สวัสดีครับคุณหมอธิรัมภาครับ
จริงครับ มันเหมือนมีสิ่งที่สามารถสื่อถึงกันได้ คุณลุงดูเป็นผู้ใหญ่แบบชนบท คือ ไม่แสดงอารมณ์และความอ่อนไหวในวงสังคมทั่วไป ไม่ค่อยแสดงออกอย่างถือวิสาสะ แต่ก็เดินข้ามพรมแดนหลายอย่างเข้ามาสนทนาบางสิ่งในมิติเดียวกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยกับผม ผมเห็นพลังบางสิ่งที่มองไม่เห็นและคนเราสื่อกันได้อย่างที่คุณหมอว่าจริงๆครับ

สวัสดีครับคุณแสงแห่งความดี
ภาษาคนบ้านนอกเหมือนกันนั้น ทำอย่างนี้ต้องเรียกว่าวิถีนักเลง
คือไม่ต้องมีพูดอ้อมค้อม ให้ได้ก็ให้ ให้ไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน ดูซื่อๆตรงๆ
ประทับใจภาวะผู้นำแบบชาวบ้านชาวบ้านแบบนี้มากครับ

ขอบพระคุณเพลงธรรมะครับอาจารย์นุครับ

สวัสดีครับท่าน ดร.โอ๋-อโณครับ
ความสุขและความประทับใจก็อยู่ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งด้วยเมือนกันครับ
เพราะพอมองมุมกลับ ก็สะท้อนคิดว่าทำไมคุณลุงท่านกล้ามาคุยและขอ
เพราะดูบุคลิกแล้วไม่ค่อยคุย ตลอดการประชุมก็ไม่ค่อยคุย แต่ดูสงบเยือกเย็น
แบบผู้ใหญ่ใจดี

สวัสดีค่ะ

         ประทับใจและชื่นชมมากค่ะ

ทำให้นึกถึงความกล้าของตัวเองครั้งหนึ่งคล้ายลักษณะนี้

ช่วงที่เป็นนศ.เภสัชกรรมไทย ปี 2 แล้วเข้ารับการสอนอบรมจาก

นายสัตวแพทย์ มล.อัคนีศวร์ นวรัตน   ณ สถาบันภาษา มช.

เรื่อง พลังจิตพิชิตโรค ท่านนำคริสตัล ที่ใช้ในการรักษาโรค

มาให้ชมหลายชิ้นหลายแบบ ช่วงที่ฟังท่านสอน

ก็แอบมองและเห็นว่ามีกระดาษเล็กๆติดไว้น่าจะเป็นราคา

เมื่อท่านสอนจบ จึงถามซื้อจากท่านๆก็บอกว่าคริสตัส

ทั้งหมดนี้เป็นชุดที่ไว้อบรมสอนและใช้รักษาผู้ป่วยด้วย

ท่านไม่ขายแต่บอกว่าอยากได้จริงจะยกให้

ดีใจมากแต่ก็เกรงใจท่าน และรับมา

พอเพื่อนๆคนอื่นๆเห็นท่านใจดี ก็เกิดการขอเพิ่ม

เพราะแต่ละชิ้นที่ท่านนำมาไม่ซ้ำนั้นน่าเก็บไว้รักษาโรคได้

ตามที่ท่านสอน ท่านเลยได้ยกให้ฟรีๆหลายชิ้นค่ะ ดีใจกันมากมาย

ค่ะเมื่อเรามีโอกาสฯ บางครั้งเราต้องกล้าเป็นนักเลงอย่างที่อาจารย์กล่าว 

 

สวัสดีครับคุณกานดาครับ
นี่ก็เป็นเรื่องประทับใจเหมือนกันนะครับ
มันเหมือนกับเป็นจังหวะของคลื่นตรงกันหรือเปล่านะครับ
ขอบพระคุณเรื่องราวดีๆอย่างนี้มากเลยครับ