อนุทิน #105465

จะว่าไปแล้วคงเรียกว่าตั้งแต่เริ่มเรียนปริญญาตรีปี1 ที่มศว บางเขน นั่นแหละที่เราเริ่มติดการอ่าน แต่สมัยนั้นก็เป้นการอ่านสะเปะสะปะไม่ได้อ่านเอาเรื่องเอาราวเท่าไหร่ เข้าหอสมุดเจอหนังสือเล่มไหนอยากอ่านก็ยืมมาอ่านตามใจปรารถนา อ่านจบมั่งไม่จบมั่งเข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่งก็ไม่ต้องเป็นกังวล จนได้เรียนกับอาจารย์โกวิท วงศ์สุรวัฒน์นั่นแหละ ที่เริ่มถูกบังคับให้อ่านแบบเอาเรื่องราว จากหนังสือโลกของโซฟี ที่เขียนโดยโยสไตน์ กอเดอร์ แปลโดยสายพิณ สุพุทธมงคล ประกอบการเรียวิชาปรัชญาการเมือง ตามมาด้วยการเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียน รู้สึกตัวได้ว่าตั้งแต่นั้นมาการอ่านมีความสุขมากขึ้นแต่ก็ปนทุกข์เพราะกังวลว่าจะอ่านไม่จบอ่านไม่ทันเวลา จนเข้าเรียนป.โท จนมาทำงาน เราก็ไม่เคยขาดที่จะต้องหอบหิ้วหนังสือตามไปด้วยในทุกที่ เดี๋ยวนี้การอ่านที่ทำอยู่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่เพราะมันเป็นยาขมหม้อใหญ่ ๆ เมื่อต้องมาอ่านงานภาษาอังกฤษ ของแอนโทนี่ กิดเดนส์ เพื่อประกอบการนำไปสู่การพัฒนาข้อเสนอปริญญานิพนธ์ ของขม ๆ ไม่ง่ายที่จะกลืนฉันใด หนังสือยาก ๆ ที่เป็นภาษาฝรั่งลีลาฉวัดเฉวียนชวนเวียนหัวก็พาให้คลื่นเหียนฉันนั้นเพราะกว่าจะเอาชนะใจตัวเองให้เปิดมันขึ้นมาอ่านก็ห้าทุ่มเที่ยงคืนทุกที นี่ก็เป็นเหตุให้ยามตื่นแต่ละเช้า ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมันเข้าไปอ่านในห้องน้ำระหว่างปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน แต่อย่างว่า สองสามบรรทัด ก็หมดอารมณ์ เพราะงงกับศัพท์แสงและโครงสร้างทางไวยากรณ์ แต่วันนี้ ไม่ซิตั้งแต่เมื่อวานซืนนั่นแหละ เริ่มรู้สึกว่าเราก้าวข้ามรสชาติขื่นขมของหนังสือเล่มนี้ได้แล้ว จะว่าจับทางได้ก็ว่าได้นะ เพราะรอบนี้น่าจะเป็นการเริ่มอ่านรอบที่เก้า เสียใจเหมือนกันที่เอาเวลาที่เคยมีถมเถ ไปทำอย่างอื่นที่ไร้สาระเสีเยอะ แต่ตอนนี้เหลือเวลาไม่มากกลับมาเร่งรีบ แต่ก็อีกแหละ ถ้าไม่ใช่เวลาอย่างนี้คงไม่ก้าวข้ามมันได้ง่าย ๆ วันนี้ว่าจะอ่านอีกสักสองชั่วโมงค่อยขยับขยายไปนอน 

เขียน:

ความเห็น (0)