อนุทิน #105123

"กว่าจะถึงวันนี้ 2" วันหนึ่ง สอบไล่ชั้นประถมศึกษา ๖ วันสุดท้ายสอบเสร็จเร็วราวบ่ายโมงเพื่อนๆก็ชวนกันขึ้นรถเมล์ไปเดินเล่นกันที่สนามหลวง แล้วเลยไปบางลำภู   เดินดูโน่นดูนี่ตามประสาเด็กๆ บังเอิญไปเจอลุงเขยที่บางลำภู เขาถามผมว่ามาทำอะไรกันผมกลัวก็เลยโกหกไป พอกลับมาถึงบ้านลุงเขยเตรียมไม้ไผ่ไว้หลายอัน ผมนึกในใจวันนี้ตายแน่    เป็นไปอย่างที่คิดลุงเขยผมนั่งรอหน้าร้านให้ผมเข้าไปในบ้าน ลงมือตีผมด้วยไม้ไผ่ที่เตรียมไว้แก่ตีผมที่น่องไม่ตีที่ก้น เนื้อบริเวณน่องขาแตกเลือดไหลผมจำไม่ได้ว่ากี่สิบที   วันนี้แผลเป็นมันเกิดที่น่องผมและฝังลึกอยู่ที่ใจผมมามากว่า ๔๐ ปี  แค่ผมไปเดินเล่นกับเพื่อนหลังจากโรงเรียนเลิกแล้วไม่กลับบ้านมาช่วยขายของ   ผมจึงคิดอยู่เสมอว่าผมไม่ใช่ลูกเขาถ้าผมเป็นลูกเขา จะทำอย่างนี้กับผมไหม ผมจบ ป.๖ แล้วไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่โรงเรียนวัดบางปะกอก ที่นี่ผมได้รับประสบการณ์ชีวิตมากมาย        ผมคบกับเพื่อนที่มีอุปนิสัยคล้ายกัน ไปไหนไปกัน ผมออกจะเกเรสักหน่อยเพราะความกดดันที่เกิดขึ้นกับผมที่บ้าน ผมเรียนหนังสือไม่เก่งเรียกว่าไม่เอาไหนเลยครับ เรขาคณิต ,พีชคณิต ,ภาษาอังกฤษ สอบตกทั้งนั้นหลังจากที่ป้าตายแล้วร้านขายของก็ค่อยๆลดลงแล้วเลิกขายในที่สุด วันเสาร์และวันอาทิตย์ผมจะไปเป็นกระเป๋ารถเมล์ ร.ส.พ.สาย ๑ ถนนตก-ท่าเตียน ผมได้เงินก็เก็บเป็นค่าอาหารที่ไปโรงเรียน คนขับรถชื่อลุงโปร่ง ผมจำนามสกุลแก่ไม่ได้แกก็สอนผมให้จำชื่อประตูวังที่รถต้องวิ่งอ้อมและผ่านทุกวัน ผมอ่านชื่อประตูและท่องจำได้จนถึงวันนี้ เริ่มจาก วิมานเทเวศร์ วิเศษไชยศรี มณีนพรัตน์ สวัสดิโสภา เทวาพิทักษ์ ศักดิ์ชัยสิทธิ์ วิจิตรบรรจง  อนงคารักษ์  พิทักษบวร  สุนทรทิศา เทวาภิรมย์ และอุดมสุดารักษ์ ผมได้เก็บเกี่ยวความรู้จากการเป็นกระเป๋ารถเมล์ไว้พอสมควร คราวที่ผมไปสมัครเป็นกระเป๋ารถขนส่งทันจิต จากนครสวรรค์ไปลำปาง ผมมีใบอนุญาตทำหน้าที่เก็บค่าโดยสารทำงานอยู่ที่บริษัทนี้ระหว่างโรงเรียนปิดเกือบสองเดือน สมัยนั้นใครได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ลำปางก็ถือว่าโชคดีครับ ราว พ.ศ. ๒๕๑๐ ผ่านมา ๔๕ ปี มีโอกาสได้ท่องเที่ยวเมืองลำปาง ห้องแถวไม้ในเมืองลำปางดูคึกคักมากเวลากลางคืนเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวสุภาพบุรุษ ไฟฟ้ามีหลากสี อากาศหนาวมากครับนอนในรถปิดประตูหน้าต่างหมดยังหนาว ทำงานอยู่เดือนกว่าเก็บเงินไว้ได้บ้างไปสมัครเข้าเรียนสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ อยูแถวดินแดง เป็นของกรมแรงงาน สมัครเข้าเรียนช่างปรับตั้งใจจะเป็นช่างซ่อมแอร์(เครื่องปรับอากาศ)แต่ผมเขียนใบสมัครว่างช่างปรับ เขารับผมเข้าเรียนมารู้อีกที่กลายเป็นช่างปรับซึ่งเกี่ยวข้องการช่างกลโรงงานเป็นสาขาหนึ่งของช่างกลโรงงานคือต้องฝึกเป็นช่างเชื่อง ช่างกลึง เราเขียนใบสมัครตกไปตัวเดียวความหมายเปลี่ยนไป เรียนอยู่ ๑ ปี ส่งไปทำงานที่บริษัทโตโยต้า ผลิตรถยนต์ ได้ประสบการณ์ที่นึ่อีกมากครับรถยนต์เขาผลิตกันอย่างไร ได้รับเงินเดือน ๗๕๐ บาท ที่นี่มีรถรับส่ง มีชุดทำงานแจก มีอาหารกลางวันฟรีในรูปของคูปอง ตอนเย็นเข้าชมรมเล่นฟุตบอล เป็นนักฟุตบอลของบริษัท เสาร์อาทิตย์ ก็มีการแข่งขันฟุตบอลกับพนักงานของบริษัทที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น บริษัทฮอนด้า โตชิบ้า ซูซูกิ ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ พุฒิศักดิ์  โิษฐ์ยิ้มพราย วันหนึ่งหลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จแล้วนั่งคุยกัน พวกทีจบช่างกลเขาได้รับเงินเดือนๆละ ๙๐๐ บาท มากกว่าเราอีกเราน่าจะไปเรียนต่อดีกว่า แล้วจะเรียนอะไรดี ผมบอกผมชอบช่างก่อสร้าง พุฒิศักดิ์ ก็บอกว่าเหมือนกัน ขณะนั้นโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ดังมาก แต่เราจะสอบสู้เขาไม่ได้ เอาอย่างนี้เราไปสอบที่ไกลๆดีกว่า พุฒิศักดิ์ ไปสอบเข้าการช่างนนทบุรี ผมไปสมัครสอบการช่างปทุมธานี ผมสอบได้ครับผมตั้งใจจะเรียนให้ดีเพื่ออนาคตของผมวันเสาร์อาทิตย์ผมไปทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์อย่างเคย ผมขอสตางค์ลุงเขยวันละสิบบาทเพื่อเป็นค่ารถเมล์ กลางวันผมเอาข้าวใสกล่องไปกินทุกวัน ตอนเช้าผมออกจากบ้านฝั่งธน หน้าตลาดเจริญนคร ขึ้นรถเมล์เที่ยวแรกไปลงที่สนามหลวงขึ้นรถเมล์ขาวสาย ๙๐ต้นทางสนามหลวงไปลงที่ท่ารถสุดถนนติวานนท์ เดินเข้าสวนไปถึงโรงเรียน ผมตั้ใจเรียนและชอบมากโดยเฉพาะวิชาเขียนแบบผมจะเขียนได้คะแนนดีตลอดแข่งกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเขาเรียนการช่างตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นปีที่สองผมก็เริ่มมีรายได้จากการรับจ้างเพื่อนเขียนแบบ บางคนไม่อยากทำการบ้านเขียนแบบก็ให้ผมเขียนให้ บางวันไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเพราะต้องเขียนแบบให้เพื่อนและของตัวเอง ได้ไม่กี่บาท ผมจึงเขียนแบบได้เก่ง  ถึงคราวสมัครสอบ มศ.๕ ที่ใช้ข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศผมสามารถสอบผ่านได้ ดีใจมากครับนึกในใจผมทำสำเร็จแล้ว

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

ชีวิตน่าชื่นชมมากเลยครับ กว่าจะผ่านอะไรมาไม่ได้ง่ายเลย ขอบคุณมากครับที่แบ่งปัน