อนุทิน #103999

    จากการได้ฟังเพื่อนในclass นำเสนอทั้งหมดในวันนี้ ดิฉันมีความสนใจในกรณีศึกษาของเมธิตาค่ะ และขอเสนอแนะการบำบัดรักาาทางกิจกรรมบำบัดในเด้กออทิสติกที่ทีปัยหาต่าง ๆ ดังนี้ 

• เด็กที่มีความบกพร่องในด้านการประมวลผลการรับความรู้สึก: sensory processing disorder 

      นักกิจกรรมบำบัดจะใช้กรอบอ้างอิงการผสมผสานข้อมูลความรู้สึก  :  sensory integration

โดยการให้ข้อมูลความรุ้สึกแบบองค์รวม  มีการกระตุ้นในทุก ๆ  ระบบแบบผสมผสาน  เช่น  กระโดดพร้อมกับโยนลูกบอล  การนั่งชิงช้า  และนักกิจกรรมบำบัดต้องสังเกตพฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของเด็ก  เด็กบางคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบในการทำกิจกรรม  นักกจกรรมบำบัดต้องคอยสังเกต  เข่นเด็กบางคนชอบให้กระตุ้นในจังหวะแตกกัน  และต้องยึดหลักของพัฒนาการแต่ละช่วงวัย  เพื่อให้สิ่งเร้าที่เหมาะสมกับเด็กไม่ยาก  หรือง่ายเกินความสามารถของเด็ก 

       รวมทั้งนักกิจกรรมบำบัดก็ต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณืและวิเคราะห์หิจหรรมที่เหมาะสม  เพื่อให้เกิดขั้นตอนของการปรับระดับข้อมูลและพัฒนาความสามารถพื้นฐานต่อการกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด  สมองก็จะเกิดการเรียนรู้  แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม และการที่เด็กเล่นด้วยตัวของตัวเอง  หรือการที่เด็กแสดงออกถึงความต้องการว่าต้องการเล่นอะไร  เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เด็กเกิดการปรับตัวตอบสนองได้ดี

 

• เด็กที่มีปัญหาด้านสมาธิสั้น

     นักกิจกรรมบำบัดจะใช้การวิเคราะห์กิจกรรม  ( activity analysis )  ที่ใช้ในการฝึก  ให้เด็กสามารถทำได้สำเร็จ   โดยปรับที่กิจกรรมให้มีจำนวนมาก ๆ  ไม่ซับซ้อน  และสามารถเห็นผลสำเร็จ   ร่วมกับการปรับพฤติกรรม  (behavior modification)  โดยการให้แรงเสริมทางทางบวก  เมื่อเด็กสามารถนั่งทำกิจกรรมได้จนครบเวลาที่กำหนด   และการใช้  sensory integration  โดยการให้การกระตุ้น  3  ระบบหลัก  เพื่อให้เด็กมีระดับความตื่นตัวที่เหมาะสมต่อการทำกิจกรรม

 

• เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในกิจกรรมรับประทานอาหาร   แต่งกายและการเข้าห้องน้ำ

     นักกิจกรรมบำบัดจะใช้การวิเคราะห์กิจกรรม  (activity  analysis)  วิเคราะห์ขั้นตอนของกิจกรรมว่าเด็กทำได้ถึงขั้นตอนไหนแล้วปรับกิจกรรม  ปรับวิธีการหรือปรับสื่อให้เด้กสามารถทำได้ด้วยตนเอง   การใช้การปรับพฤติกรรม (behavior modification)  เมื่อให้เด้กสามารถทำกิจกรรมได้สำเร้จก้ให้คำคำชมเชย   การใช้การปรับสิ่งแวดล้อม (environment adaptation)  โดยการจัดวางอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมให้ระบบ  มีตู้ใส่เสื้อผ้า  หรือลิ้นชักเก็บของ  และการใช้  PECS  โดยการใช้รูปภาพเป็นสื่อในการช่วยให้เด้กเข้าใจขั้นตอน  หรือเตือนเวลาที่เด็กที่เด็กจะลืมขั้นตอน

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)