อนุทิน #103997

ความแตกต่างของการออกกำลังกาย ( Exercise) ระหว่างวิชาชีพกิจกรรมบำบัด และกายภาพบำบัด

• กายภาพบำบัด วิธีการที่สำคัญที่สุดทางกายภาพบำบัด คือ การออกกำลังกาย เนื่องจากทางกายภาพบำบัดมองว่าการออกกำลังกายนั้นมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม สามารถทำให้ผุ้ป่วยคืนสภาพได้อย่างรวดเร็วและป้องกันการเป็นซ้ำของโรคบางอย่างได้ เช่น การออกกำลังกายในผู้ป่วยแบ่งเป็นชนิดที่เฉพาะเจากจงกับชนิดทั่ว ๆ ไป เช่น ในผุ้ป่วยอัมพาตต่าง ๆ จะต้องใช้วิธีการออกกำลังกายเฉพาะสำหรับอัมพาตชนิดนั้น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกัน จุดปรกสงค์ของการออกกำลังก็จะต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายร่วมที่กายภาพบำบัดให้การฝึกคือ ให้ผู้ป่วยได้มีกำลังเพียงพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ให้เกิดความพิการซ้ำซ้อน พยายามฟื้นสภาพให้ใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด และทางกายภาพบำบัดจะมีการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัดโดยตรง ส่วนการออกกำลังกายเพื่อการรักษา เป็นหัวใจในการรักษาทางกายภาพบำบัดของผู้ป่วย หลังจากผู้ป่วยลดอาการเจ็บปวด อาการบวมจำเป็นต้องได้รับการออกกำลังกายเพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง และช่วยเร่งการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้นทั่วร่างกาย นอกจากนี้การเคลื่อนไววจะช่วยให้ข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกายได้ใช้งาน ไม่เกิดการข้อยึดหรือข้อติดแข็ง โยเป้าประสงค์ของการออกกำลังกายเพือการรักษานี้ มีจุดมุ่งหมายเพือเพิ่มความแข็งแรง และความทนทนของกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด คงช่วงการเคลื่อนไหวของฃ้อต่อ และลดอาการเกร็ง ทำให้การหายใจดีขึ้น ป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น โรคปอด

• กิจกรรมบำบัด การออกกำลังกายเพื่อการรักษาในทางกิจกรรมบำบัดนี้ จะมีจุดประสงค์ที่เหมือนกันกับทางกายภาพบำบัดคือผลทางด้านร่างกาย เช่น การเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ ป้องกันการติดของข้อ ส่งเสริมการคลื่อนไหวและพัฒนาให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ปกติ นอกจากนี้ในทางกิจกรรมบำบัดยังมีเป้าประสงค์ทางด้านจิตใจที่มีความแตกต่างจากกายภาพบำบัดคือ เพื่อให้เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด เป็นการระบายอารมณ์ในทางที่เหมาะสม ส่งเสริมทักษะในการเข้าสังคมกรณีที่เป็นการออกกำลังกายแบบกลุ่ม เป็นต้น และในทางกิจกรรมบำบัดนั้นจะมีการออกกำลังหลายชนิด ได้แก่ Isotonic resistive exercise, isotonic active exercise, active assistive exercise, passive exercise, passive stretch, isometric exercise with and without resistance และ coordination training. โดยทางกิจกรรมบำบัดนี้จะใช้กิจกรรมในการออกกำลังกายในแต่ละประเภท เช่น ในการออกกำลังกายแบบ Isotonic resistive exercise จะใช้กิจกรรมการขัดกระดาษทราย กิจกรรมการร้อยเชือกหนัง กิจกรรมการเลื่อยไม้ กิจกรรมการนวดแป้งโด หรือการปั้นดินเป็นรูปต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการเลือกกิจกรรมนี้จะพิจารณาจากความสามารถของผู้รับบริการ ความต้องการ บทบาท และบริบทต่าง ๆ ของผู้รับริการ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเชื่อมโยงไปสู่การทำกิจวัตรประจำวันในชีวิตจริงได้ เช่น ทักษะการปั้น เพื่อนำไปสู่การประกอบอาชีพหรือการทำงาน เป็นต้น

เลขที่ 26 - 30

เขียน:

ความเห็น (0)