อนุทิน #103628

๑๙๒. พลังการใช้ตัวเราเองเป็นสื่อบุคคลเพื่อประสานเครือข่ายการงานและน้อมคารวะกัน

เมื่อวานนี้ ผมได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ๒ คนด้วยความประทับใจและทำให้ได้การครุ่นคิดดีๆหลายอย่างเกิดขึ้นตามมาด้วย ทั้งสองท่านเป็นเด็กรุ่นใหม่ เป็นคนเรียนดีทั้งคู่ และเพิ่งจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเมื่อปีกว่า ปัจจุบันทำงานที่สถาบันพัฒนาการเรียนรู้และประชาสังคม หรือ Civicnet Institute ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการและองค์กรทำงานแนวประชาสังคม มีเครือข่ายในภาคประชาสังคมอยู่ทั่วประเทศ ได้รู้จักและร่วมงานกับผมผ่านการทำงานเครือข่ายฟื้นฟูย่านอาศัยและเมืองเก่า และเครือข่ายพัฒนาการเรียนรู้สุขภาวะชุมชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร แพร่ น่าน ลำพูน และเชียงใหม่

เหตุที่ขึ้นไปเชียงใหม่และไปหาผมที่บ้านสันป่าตอง ก็เนื่องจากคนหนึ่งนั้นได้ไปบวชที่บ้านเกิดจังหวัดอุดรธานีและเพิ่งสึกออกมา มีโอกาสได้ไปประสานเครือข่ายการทำงานที่เชียงใหม่จึงได้เลยแวะไปให้ผมได้มีโอกาสอนุโมทนาบุญด้วย ผมไม่เคยเห็นคนรุ่นหลังจากผมเป็นสิบยี่สิบปี โดยเฉพาะคนที่ได้ผ่านการศึกษาสมัยใหม่ในขั้นสูง ว่ายังคงถือคติของสังคมดั้งเดิมอย่างนี้อยู่อีก ทั้งสองคนไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์มา ๒๐๐ บาทแล้วขับตะลุยคลำทางเอาดาบหน้าไปหาผมที่บ้านสันป่าตอง ซื้อส้มติดมือไปกินด้วยกัน ๑ กิโล นั่งสนทนากันอย่างสัพเพเหระ แล้วต่างก็สะท้อนความสนใจว่าอยากมุ่งทำงานและเรียนรู้ที่จะทำให้ชีวิตมีความหมายมากกว่าเพียงการได้มีงานทำ มีเงินเดือน มีรถ มีบ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่คนทั่วไปชอบมี

ผมจึงพาไปรู้จักครอบครัวเพื่อนบ้านของผมซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ด้วยการทำงานศิลปะ จากนั้นก็พาเดินรอบๆบ้านและพานั่งคุยตามมุมต่างๆของบ้าน ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่มีวิธีคิดจริงจังต่อชีวิตและมีวิถีปฏิบัติของตนที่สะท้อนคุณค่าภายใจจิตใจออกมาสู่สิ่งต่างๆ อย่างนี้ด้วย

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)