อนุทิน #101522

     วันนี้ (๒๕ พ.ย.๕๔) เป็นวันพระอุโบสถ ได้แจ้งให้คุณโยมอาจารย์สุเชษฐ์ นิมนต์พระซึ่งอยู่อีกวัดหนึ่งมาลงอุโบสถ ปรากฏว่าพระวัดนั้นท่านไม่มา เพราะไปงานแข่งเรือประเพณีอีกหมู่บ้านหนึ่ง อาจารย์ท่านก็เลยโทรมาถามว่าพระท่านมาลงอุโบสถมั้ย ก็แจ้งให้ท่านทราบว่ารออยู่ แต่ไม่เห็นมา ท่านก็เลยพูดเป็นภาษาอีสานว่า “ขี้ร้ายเนาะ บ่มา” ที่จริงคำของท่านก็ถูกต้อง เพราะท่านเป็นผู้เคยบวชเรียนมาก่อน จนเป็นเปรียญธรรม ๖ ประโยค จากวัดบรมนิวาส เข้าใจในกิจธุระหน้าที่ของสงฆ์ดี และยังเป็นอุบาสกผู้ประพฤติธรรม เป็นผู้ทำหน้าที่สั่งสอนพระภิกษุ-สามเณร ในการเรียนภาษาบาลี, ใจท่านก็อยากจะให้พระท่านมาทำหน้าที่ของตนเอง รักษาระเบียบ รักษาธรรมวินัยไว้ แต่พระท่านกลับเห็นกิจการงานประเพณี สนุกสนาน สำคัญกว่าหน้าที่ของตน

    

      ศาสนบุคคล ที่เข้ามาบวชในศาสนาทุกวันนี้น่าเป็นห่วง เราไม่สามารถจะคัดกรองเอาคนที่สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติเข้ามาบวชได้เลย เพียงเขามีศรัทธา เราก็รับเขาแล้ว ส่วนอันตรายิกธรรมอะไรต่างๆ ส่วนมากจะมองข้าม บางคนก็มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาแรงกล้า เมื่อเข้ามาสู่ร่มกาสาวพัตร์แล้ว ก็ประพฤติปฏิบัติตน พร้อมทั้งศึกษาพระธรรมวินัยด้วยความตั้งใจ อันนี้ดีไป ความเป็นจริงอย่างหนึ่งคือ บางคนก็เป็นคนพ่ายแพ้ ผิดหวังในชีวิตฆราวาสมาแล้ว จึงมาบวช ถ้าตั้งใจก็ไม่น่าเป็นห่วง บางคนก็มาบวชเมื่อแก่ มากด้วยทิฐิมานะ ไม่ยินดีคำรับแนะนำสั่งสอน กลายเป็นแข้งกระด้าง นิสัยฆราวาสติดมามากมาย บางคนพ่อแม่ก็เอาไว้ไม่ไหว เมื่อลูกไม่ดีก็ผลักมาที่วัด ถ้าวัดมีครูบาอาจารย์ อบรมสั่งสอนก็ดีไป คนเรานี่ก็แปลก ลูกดีๆ ไม่ยอมส่งลูกมาเป็นศิษย์พระพุทธเจ้า มาศึกษาหลักธรรม แต่ส่งคนไม่ดีมา

 

      เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของศาสนบุคคล คำสอนจะแผ่ขยายไปยังคนทั่วไปหรือไม่ ศาสนบุคคลก็เป็นแรงสำคัญ ในการเผยแผ่ เมื่อศาสนบุคคลประพฤติไม่ดีไม่งาม คนผู้ไม่รู้จักแยกแยะก็มองว่าศาสนาเสื่อม จริงๆ แล้วศาสนาหาได้เสื่อมสลายไปไม่ ศาสนา หรือคำสอน เป็นจริงอยู่อย่างไรก็เป็นจริงอยู่อย่างนั้น เพราะเป็นสัจธรรม แต่คนเรานี่เอง ที่เสื่อมจากคำสอน,แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ที่ศาสนาจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้หมด เพราะภาวะ ธรรมชาติจิตใจของคนเราไม่เหมือนกัน, เป็นอันว่าวันนี้ไม่ได้ลงอุโบสถ เพราะพระไม่ครบ ก็เลยบอกปาริสุทธิเอาตามระเบียบ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)