อนุทิน #101427

     วันนี้ไปถึงโรงเรียนเวลาแปดโมงห้าสิบ นักเรียนร้องเพลงชาติจบพอดี แต่ครูยังไม่ปล่อยเด็กเข้าห้อง ยังอบรมกิริยามารยาท แจ้งข่าวสารเรื่องราวกันนานพอสมควร ก็เลยคิดว่าไปนั่งรอนักเรียนในห้องดีกว่า พอไปถึงห้องเรียน ก็เห็นสภาพห้องเรียนเก้าอี้กระจัดกระจายบางตัวล้มกับพื้นก็มี เศษกระดาษก็เกลื่อนพื้น มีหนังสือสองเล่มวางอยู่บนพื้นด้วย ก็เลยหยิบหนังสือทั้งสองเล่มขึ้นมาเก็บบนโต๊ะ เล่มหนึ่งเป็นหนังสือเรียน อีกเล่มเป็นหนังสือที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพ ดูจากสภาพห้องเรียนในวันนี้แสดงว่านักเรียนที่เป็นเวรทำความสะอาด ไม่รับผิดชอบในหน้าที่ของตน ก็เลยเลือกเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งอ่านหนังสือสองเล่มนั้นรอนักเรียนไปพลางๆก่อน

 

     พอประมาณสามโมงครึ่ง คุณครูก็อนุญาตให้นักเรียนเข้าห้อง เมื่อมาถึงห้องเรียนก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งบ่นให้เพื่อนนักเรียนชายและหญิงที่เป็นเวรประจำวันนี้ ว่าไม่รู้จักทำความสะอาดห้อง ไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตน พร้อมทั้งเดินเก็บเศษกระดาษไปด้วย ฝ่ายเราเป็นผู้สอนก็นั่งดูอยู่ ให้นักเรียนนั่งประจำที่ของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เลยบอกให้นักเรียนไหว้พระ ไหว้พระจบ ก็เลยถามว่า

      "เอ้านักเรียนวันนี้เวรใครทำไมถึงไม่ทำความสะอาดห้อง"  ก็มีนักเรียนบางคนบอกว่า

      "เวรคนนั้นคนนี้ครับ-ค่า พระอาจารย์"   อ๋อ เวรคนนี้เหรอ แล้วทำไมไม่ทำหน้าที่ของตนเองหละ จะมาทำตอนนี้ก็คงจะไม่ใช่เวลา เพราะตอนนี้ก็ล่วงเลยมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่ได้อะไรเลย อย่างนี้ไม่ดีนะ บรรยายกาศในห้องเรียน สิ่งแวดล้อมในห้องเรียน ก็ต้องสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย จึงจะเอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน ก็บ่นไป นี่อะไรห้องก็สกปรก ดูกระจัดกระจาย มองดูแล้วก็รู้สึกวุ่นวาย เพราะฉะนั้นคราวหน้าอย่าให้มีแบบนี้นะ..

 

     เรื่องหน้าที่เราต้องรับผิดชอบ นักเรียนเคยได้ยินคำนี้มั้ย..หน้านอกบอกความงาม หน้าในบอกความดี หน้าที่บอกความรับผิดชอบ,หน้านอกก็คือหน้าตาของเรานี่แหละ กลัวจะไม่หล่อไม่สวย แต่ละคนก็พยามตกแต่งแต้มทา ทาปาก ทาหน้า หน้าเรายังรู้จักแต่ง แต่งทำไม ก็แต่งให้สวยงาม ให้ดูดี หน้าห้องเรา หรือบริเวณห้อง ในห้องเราก็เหมือนเป็นหน้าตาของเราเช่นกัน การที่นักเรียนไม่ทำความสะอาด ก็เหมือนกับเราตื่นมาไม่ล้างหน้าแปรงฟัน เวลาเราไปพูดกับคนอื่น ถ้าเราไม่ล้างหน้าไม่แปรงฟัน เราจะอายมั้ย นี่ก็เหมือนกัน ห้องเราไม่สะอาด คนอื่นมาเห็น เรารู้สึกอายมั้ย อันนี้ให้นักเรียนคิดเอง ว่าอายไม่อาย หรือเราไม่มีความละอาย กลายเป็นหน้าด้านกันหมด,  ส่วนหน้าใน ก็คือจิตใจของเรานี่แหละ ก็ต้องตกแต่งเหมือนกัน คือแต่งให้ดีงาม ให้มีคุณธรรม ไม่ใช่มัวแต่แต่งหน้านอก, ส่วนหน้าที่นั้นนักเรียนรู้มั้ย? ว่าบอกอะไร หน้าที่ก็บ่งบอกความสามารถของเราดีๆ นี่เอง ว่าเราจะมีความสามารถรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองมั้ย อย่างในวันนี้ เวรทำความสะอาดห้อง รับผิดชอบหน้าที่ของตนเองมั้ย? เอ้าตอบ

     "ไม่ครับ ไม่ค่ะ"

เมื่อไม่รับผิดชอบ แล้วผิดมั้ย ถามด้วยเสียงดังนิดนึง

     "ผิดครับ-ผิดค่ะ"

นักเรียนในห้องตอบด้วยเสียงเบาๆ,ก็เลยถามย้ำออกไปอีกด้วยเสียงแรงๆ ว่า ตอบใหม่ไม่ได้ยิน ผิดมั้ยไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง คำตอบก็เหมือนเดิมคือผิดครับผิดค่่ะ แต่เสียงดังฟังชัดกว่าเดิม เอ้าถ้ารู้ตัวว่าผิดแล้วจะทำยังไง ตอบ

     "แก้ไขครับ-ค่ะ"

     เออถ้ารู้ตัวว่าผิด ว่าบกพร่องแล้วรู้จักแก้ไขก็ดี ควรให้โอกาส ต่อไปก็ต้องไม่บกพร่องในหน้าที่ของตน และไม่ต้องโยนความผิดให้คนนั้นนี้ นี่อะไร คนนั้นไม่รับผิดชอบ คนนี้ไม่รับผิดชอบ มีแต่คนไม่รับผิด โยนความผิดให้คนอื่น ตนเองรับแต่ชอบ คนนั้นก็ว่าคนนี้ผิด และก็ไม่รับผิด รับแต่ชอบ มีแต่คนรับชอบ ผิดไม่รับ ที่จริงมันก็้ผิดด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ ต่อไปนี้ห้ามโยนความผิดให้กัน ใครที่มีหน้าที่ก็คนนั้นแหละ ไม่ต้องเกี่ยงกัน ให้มีความสามัคคีในการทำงาน นักเรียนเคยได้ยินคำโคลงสุภาษิตของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ บทนี้มั้ย"คนฉลาดเปลี่ยนแปลงได้ คนโง่ไซร้ ไป่แปลง" เราจะเลือกเป็นคนโง่หรือคนฉลาด ถามด้วยเสียงที่แรงๆ กระแทกเสียง

     "คนฉลาดครับ-ค่ะ"

     เอ้าถ้าอย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง ครับ-ค่ะ อีกเช่นเคย เรื่องไม่ทำเวรก็จบลงด้วยการรับปากว่าจะแก้ไข..

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (1)

โคลงสุภาษิต ร.๖ "คนฉลาดเปลี่ยนคิดได้ แต่ว่าคนโฉดไซร้ ไป่แปลง"