อนุทิน #10120

@10085 ขอบคุณคุณหมอมัทฯค่ะ  ที่ให้ความสนใจในด้าน fair-trade or even direct trade 
ซึ่งก็เข้ากับกระแส อียู กับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม...EU Environment Policy And its Perspective to Business ตอนนี้พอดีค่ะ

ห้างค้าปลีกชื่อดังในยุโรป อย่าง เซนส์เบอรี่  มีกระบวนจัดหาสินค้ามาจำหน่ายในร้านอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นวางขายเฉพาะสินค้าที่รักโลกและสังคมเท่านั้น   และ Fair-trade   เท่านั้น โดยผ่านการตรวจสอบแล้วว่า ราคาที่จัดซื้อมาจากเกษตรกรเป็นราคาที่ยุติธรรม ไม่กดขี่ข่มเหงจนทำให้เกษตรกรมีชีวิตที่ยากลำบาก  หรือกระดาษชำระมาวางขาย เฉพาะที่มาจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองจาก องค์กรรักษ์ป่าไม้ของอังกฤษ เท่านั้น เพื่อแน่ใจว่าไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย

ซึ่งก็คล้ายๆ  เทสโก้ มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ หรือวอลล์มาร์ท ที่กำลังปรับตัวเข้าหากรีนคอนซูเมอร์เหล่านี้เช่นกัน

แต่ที่พี่ มีประสบการณ์มาหลายปี  เป็นเรื่อง ข้าวโพดหวาน และผลไม้ต่างๆค่ะ    เราก็รับซื้อ ตรง จากสมาชิกที่มาเอาเมล็ดพันธุ์เราไปปลูก ไม่มีคนกลาง
ส่วนผลไม้ เราก็รับซื้อตรงจากไร่ ที่มีสัญญากับเราทั้งหมด ไม่เคยเอาเปรียบเลย  การเป็นโรงงานเอง ทำให้เรามีทางออกหลายทาง ถ้าเกรดพิเศษ หรือเกรดหนึ่ง เราก็ขายแบบเกรดหนึ่ง ที่เหลือเป็นเกรด 2 และ 3 เราก็ ขายแบบเกรด 2และ 3

เนื่องจากลูกค้าก็มีหลายเกรดเช่นกัน บางประเทศ เช่น เยอรมัน ชอบของเกรดกลางๆ ไม่ชอบของแพง  บางแห่งเช่น สวิส ต้องเป็นของเกรดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นของสด ในsuper markets ชั้นหนึ่ง ต้องเป็น premium grade เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ

จึงอยากขอสรุปว่า สำหรับบริษัทของ เราใช้  fair-trade or even direct trade มาตลอดค่ะนานแล้วค่ะ
และก็ทราบว่า  บริษัทอื่นๆก็ใช้แบบนี้กันเยอะค่ะ เพราะ มันเข้าลักษณะ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าค่ะ ถ้าใครเอาเปรียบเกษตรกร ต่อไปเขาก็อยู่ไม่ได้ค่ะ  รับรอง เพราะไม่มีเกษตรกรส่งของให้ค่ะ....

คุณหมอ คงสบายใจขึ้นนะคะ ที่ทราบว่า  ที่ประเทศไทย ในอนาคตเทรนด์ fair trade/direct trade   น่าจะยิ่งมาแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  การเอาเปรียบเกษตรกร นับวันจะน้อยลงๆค่ะ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)