อนุทิน

150380

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

FORD MUSTANG 1967

แล้วก็มาถึงคิวของเจ้าม้าป่าในตำนาน Ford Mustang ปี 1967 คันนี้ทำให้เราเห็นว่ามันเท่มาตั้งแต่สมัยก่อนๆแล้ว รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อปี 1965 แล้วก็กลายเป็นรถดังภายในเวลาไม่นานต้องบอกเลยว่าอย่าให้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบๆของมันหลอกตาคุณได้เพราะเจ้าม้าป่าคันนี่แรงไม่ใช่เล่น

4

150379

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

CHEVROLET CHEVELLE 396 SS

ถ้าหากได้ยินคนพูดถึงรถ “Musecle Cars” แล้วนึกภาพไม่ออกหละก็ CHEVROLET CHEVELLE 396 SS เป็นตัวอย่างที่ดีของรถประเภทนี้ ด้วยดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาใหเข้ากับผู้ชายสายเฮฟวี่ ดูมีพลัง ดูรุนแรง

3

150378

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

1964 Aston Martin DB5

Aston Martin DB2 4MK lll รถรุ่นนี่อายุกว่า 52 ปีแล้ว เป็นรถคลาสสิคมีระดับดีกรีเป็นรถ “เจมส์ บอนด์” ที่ถูกใช่ใน ภาพยนต์เจมส์ บอนด์ ภาค Goldfinger ทำให้กลายเป็นรถที่มีมูลค่าสูงมาก

2

150377

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

MASERATI A6G CS BERLINETTA ปี 1954

เริ่มต้นด้วยรถคลาสสิคอายุกว่า 60 ปี ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี 1947-1956 โดยมีสองรุ่นคือ รุ่น เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กับ รุ่น เครื่องยนต์ 2 ลิตร และถือเป็นรถรุ่นที่มีดีไซน์สวยสุดๆ มีรูปทรงดูสปอร์ตที่แฝงไปด้วยความวินเทจ

1

150376

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

Bugatti Type 57SC




มาถึงรถคลาสสิคที่แพงที่สุดในโลกกันแล้วนะครับ กับ Bugatti Type 57SC ที่มีเพียง 3 คันในโลก ซึ่งถูกสร้างโดยชาวอิตาลี Ettore Bugatti ในปี 1936 ตามคำสั่งของ Baron Rothschild โดยนำเครื่องยนต์ขนาด 210 ลิตร ที่ให้ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. มาลงใน Bugatti Type 57SC นอกจากนี้ยังได้ Jean Ettore Bugatti มาเป็นผู้ออกแบบอีกด้วย แต่ต่อมาในปี 1971 ได้ถูก Peter Williamson ซื้อต่อในราคา $ 59,000 มาถึงในปี 2010 ได้มีการประมูลขายออกที่ราคา $ 38 ล้านบาท โดยมี Peter Mullin ได้ประมูลไป และนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ยานยนต์ Mullin ใน Oxnard รัฐ California รวมกับ Bugatti Type 57SC Atlantic สีดำ ของ Ralph Lauren นักออกแบบแฟชั่น และผู้คลั่งไคล้รถ Bugatti (บูกาติ)

150375

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

Ferrari 250 GTO




อันดับ 2 ก็ยังคงเป็นของ เฟอรารี่ ที่มากับรุ่น 250 GTO ที่ถูกผลิตขึ้นในปี 1962-1963 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 280 กม./ชม.เลยทีเดียว โดยปี 2008 ได้ขายให้กับผู้ไม่ประสงค์ออกนามด้วยราคาสูงถึง $ 28,000,000

150374

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

Ferrari 250 Testa Rossa




ได้ถูกผลิตขึ้นในปี 1957-1958 ด้วยจำนวนที่น้อยแค่ 22 คัน โดยมาพร้อมเครื่องยนต์สุดแรงในเวลานั้นคือ เครื่องยนต์ V12 ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า อีกทั้งยังสามารถทำความเร็วได้ถึง 270 กม./ชม. ต่อมาในปี 2009 ได้นำออกมาประมูลที่อิตาลี ซึ่งการประมูลในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เพราะ Ferrari 250 Testa Rossa ได้ถูกประมูลไปในราคา $ 12,200,000 จากผู้ที่ไม่ประสงค์ออกนาม

150373

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

Ferrari 250 GT California Spyder




ต่อด้วยสุดยอดของรถสปอร์ตตลอดกาลอย่าง Ferrari (เฟอรารี่) ซึ่งในอดีตได้เคยผลิตรถสปอร์ตออกมาอย่าง 250 GT California Spyder ที่มีเพียง 50 คันบนโลกเท่านั้น โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ที่มี 250 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. ต่อมาในปี 2008 ได้ถูกนำออกมาขายอีกทีด้วยราคา $ 11,000,000 ซึ่งมี James Coburn นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกันเป็นเจ้าของ

150372

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

Bugatti Royale




Bugatti Royale ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1930 ซึ่งมาพร้อมความยาว 6.4 เมตร หนัก 3.1 ตัน และเครื่องยนต์ 8 สูบ ขนาด 12.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า สามารถทำความเร็สสูงสุดได้ 160 กม./ชม. โดยประวัติของรถคันนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อครอบครัวรถ Bugatti immured ได้ซ่อนรถไว้ในผนังบ้านตัวเอง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ถูกค้นพบ และยึดได้โดยนาซี ต่อมาในปี 1950 ได้มี Briggs Cunningham นักแข่งรถชาวสหรัฐฯ ได้ซื้อมาด้วยราคา $ 3,000 และนำมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์รถของเขาเอง จนเมื่อพิพิธภัณฑ์ของเขาต้องปิดตัวลงในปี 1986 เขาจึงต้องนำ Bugatti Royale ออกมาประมูลขาย โดยมีนักพัฒนาที่ดิน Huns Thulin ประมูลไปได้ในราคา $ 9,800,000 แต่ก็อยู่กับเขาได้เพียง 3 ปีเท่านั้น เพราะเขาได้ขายต่อด้วยราคา $ 15,700,000 ให้กับกลุ่ม Meitec ของญี่ปุ่น จนเมื่อถึงปี 2001 ทาง Meitec ได้เสนอขายให้กับบริษัทประมูลเอกชน Bonhams & Brooks ในราคา £ 10,000,000

150371

Kittipon Duangchan
เขียน:     แก้ไข:  

ประวัติรถโบราณคลาสสิค


ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือว่าเป็นยุคแรกที่ใช้รถยนต์กันอย่างแพร่หลายตามท้องถนนเมืองไทยเคียงคู่ไปกับรถลาก รถม้า โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย แต่พอมาสมัยรัชกาลที่ 7 รถถูกส่งกลับไปต่างประเทศหมด อย่างเช่น เดอลาเฮย์ (DELAHAYE) ,อวีอองส์ (AVISIN ), วัวแซง (VOISIN ) เมืองไทยนิยมใช้กันมาก แต่หลังจากนั้นจอดทิ้งไว้ก็ไม่มีใครอยากได้

แต่ด้วยใจรักของคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นคุณค่าของรถโบราณ จึงเสาะแสวงหาซากรถเก่ามาบูรณะใหม่ โดยควักเงินจากกระเป๋าของตนเอง เพื่อจะชุบชีวิตให้รถคันนั้นกลับมามีสภาพเหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็นและสัมผัสคันจริง ๆ ไม่ใช่เห็นแต่รูปถ่ายในนิตยสาร นอกเหนือจากความชอบส่วนตัว

พร้อมกันกลุ่มคนเหล่านี้ได้จัดตั้งสมาคมรถโบราณขึ้นมา ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของรถโบราณอยู่แล้ว ตลอดจนผู้ที่นิยมชมชอบแต่ยังมิได้เป็นเจ้าของเกิดความตระหนักในคุณค่าทางประวัติศาสาตร์ของรถโบราณ และกระตือรือร้นที่จะบำรุงรักษารถยนต์อย่างถูกวิธี

“สมาคมรถโบราณก่อตั้งมาประมาณ 35 ปี สมัยก่อนเป็นแค่ชมรม และเมื่อ 6 ปีที่แล้วได้เกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกจึงทำให้คณะกรรมการเสียชีวิตไป 2 คน สมาชิกที่เหลือจึงให้ผมทำหน้าที่รักษาการนายกสมาคมไปพลางๆ ก่อน ซึ่งตอนนั้นยังใช้ชื่อสมาคมว่า “ชมรมรถโบราณลุฟท์ฮันซ่า-คาสตรอล” และเพิ่งมาเปลี่ยนเป็นสมาคมโดยการจดทะเบียนเมื่อปีที่ผ่านมา โดยนายกคนแรกก็คือ พ.ต.อ. แสวง จิรานุวัฒน์ และหลังจากนั้นมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและ ผมได้มีโอกาสรับเลือกเป็นนายก” ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย

ดังนั้นรถโบราณที่ว่าหาดูยาก คงไม่ยากอีกต่อไป ที่สำคัญเราได้มีโอกาสชม สัมผัส อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ได้จัดการประกวดรถโบราณขึ้นเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ก็เช่นกัน โดยงานจะเริ่มประมาณเดือนพฤษภาคม ที่จะถึงนี้ และจัดเป็นครั้งที่ 28 แล้ว
รกโบราณ

150370

สุไลมาน เต๊ะ
เขียน:     แก้ไข:  

อยากมีแบบนี้

150369

Areefin Useng
เขียน:     แก้ไข:  

บรรยากาศล่าสุดที่วัดพระธรรมกาย เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชน กับ พระและศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย

เวลา 08.00 น. วันนี้ (20 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย เกิดเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชน กับ พระและศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย โดยมีจุดประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระและศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายพยายามเบียดตำรวจควบคุมฝูงชนเพื่อลงไปยัง ถ.เลียบคลองแอน โดยพระภิกษุได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า “ให้เจอกันคนละครึ่งทาง ไม่ต้องไปไม่ต้องเข้า ตอนนี้ขอคนละครึ่งทางก่อน” แต่สิ้นเสียงกลับพบว่าเหตุการณ์กลับมาชุลมุนอีกครั้ง โดยเกิดการผลักดันกันระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชุน กับศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย โดยมีผู้ชุมนุมตกลงไปในคลองข้างทางด้วย

หลังจากการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจและพระวัดพระธรรมกายยุติลง ทางพระสงฆ์ก็ได้นั่งลงและสวดมนต์บนถนน ที่มีการเผชิญหน้าเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณนี้ บอกว่าหลังจากนี้ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อจากนี้

150368

อลัน ยะโกะ
เขียน:     แก้ไข:  

150366

อิบรอเฮง กาซา
เขียน:     แก้ไข:  

150365

สันติ ดอมะ
เขียน:     แก้ไข:  

บทเรียนเตือนใจ สำหรับนักพนันบอลวงการนี้ไม่เจ๋งจริงอยู่ไม่ได้

ออกตัวก่อนเลยกระทู้นี้ ไม่ได้จะมาชวนให้เล่นการพนัน
แต่จะมาบอกว่าวงการนี้ เสือ สิงฆ์ กระทิง แรด มันเพียบ
คุณตัวคนเดียวระยะยาวสู้เขาไม่ได้ เลิกได้เลิกอย่าคิดว่ามันเป็นอาชีพ
มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว คุณมันก็แค่คนๆเดียว แต่ฝั่งนั้นเขารู้ข้อมูลหมด
เขารู้ว่าคนทั้งโลกแทงบอลอะไร เขารู้ว่าถ้าเขาออกราคาอย่างนี้
คนอื่นจะคิดอะไร เขามีทั้งนักเศรษฐศาตร์ นักจิตวิทยา ในการออกราคา

สูง-ต่ำบอลที่คนเล่นเว็บชอบเล่นเพราะมันง่ายๆ ได้เงินไว
ขอโทษครับไอ้บอลนี้แหละเล่นนานไปหมดตูดทุกคน
รู้ไหมเพราะอะไรคุณรู้จักบอลผีกันไหม บอลพวกนี้ไม่มีคนดู
ไม่มีคนเตะ แต่มีสกอร์นี่แหละครับบอลผีมันอยากออกสกอร์ไรก็ออก
ถ้าบ่อนอยากให้คนได้ก็ออกสูงบ่อยๆ พอถึงวันเอาคืนบ่อนก็แกล้งออก
ให้บอล 10นาทีแรกยิงรวมกัน4-5 เม็ด แค่นี้แหละทุกคนก็ทุ่มหน้าตักกดสูงหมด
สุดท้ายมันไม่ยิงเจ๋งหมดตัวกันหมด

ทั้งนี้ทั้งนั้นเลิกได้เลิกซะ ถ้าคุณไม่ใช่ หลงซื่อ หรือ เกาจิ้ง คุณไม่มีทางชนะหรอก

150364

Furkon aree
เขียน:     แก้ไข:  

150363

Asharee Chaeleng
เขียน:     แก้ไข:  

ข้อมูลส่วนตัว Ronaldo

ประวัติ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo)

ชื่อ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ชื่อภาษาอังกฤษ : Cristiano Ronaldo

ชื่อเต็มภาษาโปรตุเกส : กริชเตียนู รูนัลดู ดูช ซังตูช อาไวรู Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro
วันเกิด : 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985
สถานที่เกิด : ฟุงชาล, มาเดรา ประเทศโปรตุเกส
ส่วนสูง : 185 ซ.ม. (6 ฟุต 1 นิ้ว)
ตำแหน่ง : ปีก, กองหน้า

ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน : เรอัล มาดริด
สโมสรเยาวชน : Andorinha,CD Nacional,Sporting CP
สโมสรอาชีพ
ปี 1999-2003 สปอร์ติง ลิสบอน 25 ยิงได้ 3 ประตู
ปี 2003-2009 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 196 ยิงได้ 84 ประตู
ปี 2009-ปัจจุบัน เรอัล มาดริด

150362

ยูโซ๊ะ ดือราแม
เขียน:     แก้ไข:  

ประวัติกีฬาปันจักสีลัต

ปันจักสีลัต (Pencak Silat) เป็นคำที่มาจากภาษาอินโดนีเซียมาจากคำว่า "ปันจัก" (Pencak) หมายถึงการป้องกันตนเองและคำว่า "สีลัต" (Silat) หมายถึงศิลปะรวมความแล้วหมายถึงศิลปะการป้องกันตนเอง

ภาพประกอปจาก Wikipedia

กีฬาประเภทนี้เดิมเป็นศิลปะการต่อสู้ของคน เชื้อสายมาลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะ

ขอขอบคุณคลิปจาก Youtube.com

โดยเฉพาะต้นกำเนิดของกีฬาประเภทนี้ซึ่ง เขียนขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่ได้เขียนมา อินโดนีเซีย เล่าไปอย่างหนึ่ง มาเลเซียก็เล่าไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป แต่สำหรับครั้งนี้จะขอนำบทความส่วนหนึ่ง ที่เขียนโดย อาจารย์ประพนธ์ เรืองณรงค์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องสิละมวยไทยมุสลิม เพื่อเป็นการศึกษาในเรื่องสิละ ที่ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดทางภาคใต้รู้จักกันดี