ความเห็น 874168

ยุคมืดพระพุทธศาสนาในอินเดีย

ปราชญ์ขยะ
เขียนเมื่อ 

เหตุภายนอก

1. การมุ่งร้ายของพวกลัทธิศาสนาพราหมณ์ ซึ่งหาโอกาสทำลายพระพุทธศาสนาอยู่ตลอดเวลา คัมภีร์ปุราณะของพราหมณ์ได้ประกาศออกมาว่า “การเห็นพระในพุทธศาสนาทุกครั้งแม่แต่ในความฝัน เป็นอัปมงคล ควรหลีกเลี่ยงเสีย” และได้วางกฎไว้ว่า “การเข้าไปในบ้านของชาวพุทธถือเป็นบาปหนักของพวกพราหมณ์”ในยุคหลัง ๆ นักปราชญ์ทางฮินดูหลายคนโจมตีพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง นักปราชญ์เหล่านั้นเป็นที่นิยมนับถือของชาวอินเดียส่วนใหญ่ คนส่วนมากเชื่อถือ จึงเลื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนาไปด้วย พวกที่ไม่เลื่อมใสอยู่แล้วก็หันหลังให้ทีเดียว

2. ถูกศาสนาพราหมณ์กลืน เมื่อศาสนาพราหมณ์ฟื้นฟูแล้ว เอาหลักธรรมสำคัญ ๆ ของพระพุทธศาสนาไปสั่งสอน และอ้างว่าเป็นหลักธรรมของพราหมณ์ เพราะศาสนาพราหมณ์มีมาก่อน ดังที่พราหมณ์ชื่อสังกราจารย์ ซึ่งเป็นนักปราชญ์และนักสอนศาสนาคนสำคัญของฮินดู ท่านผู้นี้ได้เอาหลักปรัชญาของศาสนาต่าง ๆ ในอินเดีย รวมทั้งของพระพุทธศาสนาด้วย เข้าผสมผสานกัน แล้วได้ยกเอาพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นนารายณ์อวตารอีกปางหนึ่ง คือ ปางที่ 9 แล้วกล่าวอ้างว่า พระพุทธศาสนากับศาสนาฮินดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ครั้งนี้ ศาสนาพุทธถูกศาสนาพราหมณ์กลืนเสียสนิท ประชาชนได้หันไปนับถือศาสนาฮินดูมากขึ้นตามลำดับ จนลืมพระพุทธศาสนากษัตริย์อินเดียในยุคนั้น แม้จะนับถือพระพุทธศาสนาก็หาได้นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเดียวไม่ นับถือพราหมณ์ควบคู่ไปด้วย สร้างเทวรูปและพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ในที่เดียวกัน และรูปพระโพธิสัตว์ของมหายานมีลักษณะคล้ายเทวรูปของพราหมณ์มาก พระเจ้าหรรษะวรรธนะ ซึ่งเป็นอุปถัมภกองค์สำคัญของพระพุทธศาสนานั้นนอกจากบูชาพระพุทธเจ้าแล้ว ยังบูชาพระศิวะและรูปพระอาทิตย์ด้วย กษัตริย์ราชวงศ์ปาละของเบงกลอลก็ทำนองเดียวกัน แม้จะอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา แต่ก็ไม่เคยห่างลัทธิพราหมณ์เลยรวมความว่าพุทธกับพราหมณ์ในสมัยนั้น สับสนปนเปกันจนไม่รู้ไหนพุทธไหนพราหมณ์ ในที่สุดสิ่งที่ใหญ่กว่าก็กลืนสิ่งที่เล็กกว่า คือพุทธศาสนาถูกกลืนหายเข้าไปในศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู

3. ขาดผู้อุปถัมภ์ พระพุทธศาสนาเจริญและดำรงมาได้ก็เพราะมีพระเจ้าแผ่นดินให้ความอุปถัมภ์บำรุง เมื่อสิ้นกษัตริย์ผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแล้ว ทำให้พระพุทธศาสนาต้องขาดผู้อุปถัมภ์ ไม่ได้รับการบำรุงส่งเสริม ซึ่งพอจะเห็นได้ว่าพระพุทธศาสนาได้เจริญในรัชกาลของพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้ามิลินท์ และพระเจ้ากนิษกะ เป็นต้น ซึ่งกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์นี้ทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก