ความเห็น 872399

ลักษณะและอาการแทงตลอดสัจจะ

เขียนเมื่อ 

**** เรื่องลึกซึ้งอย่างนี้ มิใช่เป็นเรื่องที่ปุถุชนจะคาดคะเน หรือคิดเดาเอาแต่เพียงจากการอ่านหรือฟังข้อความเพียงสั้น ๆ แล้วจะเข้าใจถูกต้องได้

เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้พระอรรถกถาจารย์จึงได้อรรถาธิบายในอรรถกถาขุททกนิกายปฏิสัมภิทามรรค ภาค ๒ หน้า ๒๓๐ นั้น ท่านหมายถึงอย่างนี้ ท่านส่งเคราะห์นิโรธสัจจะ คือ ท่านอ้างไปถึงพระสารีบุตรมหาเถระว่า ท่านสงเคราะห์นิโรธสัจจะเข้ากับสัจจะ ๓ เหล่านี้ เราต้องเข้าใจว่าสงเคราะห์ส่วนไหน ก็คือ ส่วนอาการแทงตลอดแห่งสัจจะนี้เอง ไม่ใช่ตัวนิโรธธาตุหรือพระนิพพานธาตุที่พระอริยเจ้าบรรลุที่เป็นอกิริยาแล้ว ดำรงอยู่ ตั้งอยู่ แต่ประการใด

แล้วก็มีคำต่อไปว่า “จริงอยู่ แม้สัจจะ ๔ ก็เป็นอนัตตาทั้งนั้น.” ก็ดังที่กล่าวนี้แหละ คือ ทุกขสัจจะ สมุทัยสัจจะ มรรคสัจจะ และนิโรธสัจจะในส่วนของการแทงตลอดเท่านั้นที่เป็นสังขตธรรม มีสังขตลักษณะ จึงเข้าอนัตลักษณะ หรือ เข้าสามัญญลักษณะ คือ ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยประการฉะนี้

**** เพราะฉะนั้น อย่างได้เผลอไผล เพราะว่าท่านผู้ใดอ่านแล้วไม่พิจารณาให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมพอที่จะเข้าถึงรู้เห็นและเป็นโลกุตตรธรรมที่บริสุทธิ์ตามสมควรแก่ธรรมเหมือนอย่างพระบูรพาจารย์ผู้สุปฏิปันโน หรืออย่างผู้ปฏิบัติธรรมผู้สุปฏิปันโนในปัจจุบัน หรือผู้ที่ปฏิบัติธรรมที่ได้ผลพอสมควรแก่ธรรม พอที่จะเห็นและรู้พระนิพพานธาตุตามที่เป็นจริง ถ้าท่านที่ยังไม่เข้าถึงจุดนี้ หรือ ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงจุดนี้ก็อาจจะเข้าใจไขว้เขวไปได้ ขอท่านจงตั้งใจปฏิบัติธรรมเถิด อย่าได้ศึกษาปริยัติแต่เพียงรู้เฉย ๆ แล้วก็อาจจะเข้าใจผิดได้โดยง่าย

ถ้าหากว่าท่านได้ยินได้ฟังสัจจธรรมที่ผู้รวบรวมประมวลข้อมูลที่ถูกต้อง ที่เชื่อถือได้ ตรงประเด็นที่สมบูรณ์ทั้งหลักปริยัติ และผลการปฏิบัติของพระผู้สุปฏิปันโน เอามาแสดงแล้ว อาจจะมีความรู้สึกกว่าค้านความคิดหรือมติของท่าน แม้ท่านจะได้อ่านได้เรียนคัมภีร์มากมายก่ายกองเท่าใดก็ตาม อาจจะหลงเข้าใจผิดได้ อาจจะพลาดพลั้งได้ และโดยอาการอย่างนั้น ด้วยความที่ท่านเรียกรู้มามาก (สำหรับบางท่านนั้น) ก็อาจจะเผลอไปตำหนิติฉินธรรมะที่ผู้รวมประมวลข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ตรงประเด็น และที่สมบูรณ์ จากเอกสารหลักฐานทั้งในพระไตรปิฎกและอรรถกถา และผลการปฏิบัติของพระผู้สุปฏิปันโนที่สอดคล้องตรงกันแล้วนั้น ท่านอาจจะขัดเคืองใจที่มติจากข้อมูลดังกล่าวมาค้านแย้งหรือไม่ตรงกับมติของท่านที่เคยมี อยู่ เดิมแล้วนั้น ท่านก็อาจจะมีฐานะ หรือ แสดงอาการดังที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงเรียกว่า อลคัททูปมาปริยัติ คือปริยัติดั่งงูพิษ ได้

ฉะนั้น พึงอย่าประมาทว่าได้เรียนปริยัติมามากแล้ว แม้ถ้าหากว่าธรรมะดังกล่าวนั้นไปขัดข้องมติของท่าน ก็ควรตั้งใจศึกษา รับฟังและพิจารณาทบทวนใหม่ให้ดี แล้วจงปฏิบัติให้ได้ผลสมควรแก่ธรรม เพื่อสลัดตนออกจากทุกข์และจากวัฏฏะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรียกการเรียนปริยัติแล้วเอาไปปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลสมควรแก่ธรรมของท่านผู้นั้นว่า นิสสรณัตถปริยัติ คือ ปริยัติ ที่ศึกษาแล้วก็ปฏิบัติ เพื่อสลัดตนออกจากทุกข์ในวัฏฏะ และถ้าสามารถปฏิบัติได้สูงขึ้นไปถึงมรรคผลนิพพานที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง ได้เรียนได้ทบทวน หรือได้ทำความเข้าใจแล้วแสดงออกตามที่เป็นจริงเพียงไร ก็จะได้ชื่อว่า ภัณฑาคาริกปริยัติ ปริยัติประดุจขุนคลัง เพียงนั้น

เพราะฉะนั้น ท่านที่เรียนแต่ปริยัติ แม้จะมากเพียงไร สูงเพียงไร แต่ ถ้ายังปฏิบัติได้ไม่เข้าถึง ไม่รู้เห็น ไม่เป็นโลกุตจรธรรมที่พอจะเข้าใจถึงเรื่องพระนิพพานอย่างแท้จริงแล้ว จงอย่าประมาท เพราะอาจจะผิดพลาดพลั้งได้ ถ้าได้ฟังธรรมที่ไม่ตรงกับมติของท่านก็ตาม ท่านก็จงรับฟังด้วยดี จงพิจารณาด้วยดีเถิด อย่าประมาท ไปด่วนไปตัดสินใจประนามเขา ว่า เขาทำพระธรรมพระวินัยให้วิปริต จงศึกษาและปฏิบัติเพื่อให้รู้แจ้งด้วยตน แล้วท่านจะถึงมรรคผลนิพพานตามระดับภูมิธรรมที่ปฏิบัติได้ มรรค ผล นิพพานนั้นดีเลิศประเสริฐนัก ถึงแม้ยังไม่ได้บรรลุอริยมรรคอริยผลขั้นสูง ก็พอจะทราบได้ถูกต้องกว่าการเอาแต่นอนกอดคัมภีร์โดยไม่ยอมฟังใคร แม้ผลการปฏิบัติของพระผู้สุปฏิปันโน จนกลายเป็นอลคัททูปมาปริยัติ (ปริยัติดั่งงูพิษ) เป็นพวกอนัตตาตกขอบ หรือ อุจเฉททิฏฐิ หลุดออกนอกพระพุทธศาสนาไปโดยไม่รู้ตัว.

**************************************************************************

ข้อมูลจาก หนังสือ ทางมรรคผลนิพพาน (ธรรมปฏิบัติถึงธรรมกายและพระนิพพาน)