การดับทุกข์ในสังสารวัฏฏ์

การดับทุกข์ในสังสารวัฏฏนั้นในวงจรแห่งปฏิจจสมุปบาทมีวิธีคือ การดับกิเลส กรรม วิบาก ในพระพุทธศาสนาเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง เพราะเป็นเหมือนการตัดทำลายห่วงโซ่ เมื่อห่วงโซ่หนึ่งขาดที่เหลือก็จะค่อยๆขาดไปด้วย และนี่คือการทำลายสังสารจักร ในมหาสีหนาทสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระพุทธเจ้าแสดงว่าสังสารวัฏฏ์นั้นมีอายุยาวนานมาก หากใครหลงเวียนว่ายก็อาจเสียโอกาสได้ดังคำว่า

“ดูกรสารีบุตร มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ความหมดจดย่อมมีได้ด้วยสังสารวัฏ ดูกรสารีบุตร ก็สังสารวัฏที่เราไม่เคยท่องเที่ยวไป โดยกาลยืดยาวช้านานนี้ เว้นแต่เทวโลกชั้นสุทธาวาส เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่ายนัก ดูกรสารีบุตร ถ้าเราพึงท่องเที่ยวไปในเทวโลกชั้นสุทธาวาส เราก็จะไม่พึงมาสู่โลกนี้อีก (ม.มู.12/187-190/111.)

************************************************

หากจะมีนักบวชเหล่าอื่นถามว่าเหตุแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ก็ควรตอบว่าเพื่อละสังโยชน์ เพื่อกำหนดรู้สังสารวัฏฏ์ดังที่ปรากฏในอัทธานสูตรว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก พึงถามเธอทั้งหลายอย่างนี้ว่า ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายอยู่ประพฤติ พรหมจรรย์ในพระสมณโคดมเพื่อประโยชน์อะไร เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงชี้แจงแก่พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ดูกรผู้มีอายุทั้งหลายเราทั้งหลายอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาคเพื่อละสังโยชน์ เพื่อกำหนดรู้สังสารวัฏอันยืดยาว (สํ. มหา. 19/120/27.)

************************************************

นอกจากนั้นการประพฤติพรหมจรรย์ยังเป็นไปเพื่อสิ้นอาสวะ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งวิชชาและวิมุตติผล และเพื่อญาณทัสสนะ ฯลฯ (สํ. มหา. 19/123-125/27.)