-->> กิเลสนี้หากจำแนกตามอาการแล้วจะมีสามลำดับคือ

(1) กิเลสอย่างหยาบเรียกว่าวีติกมกิเลส เป็นกิเลสที่แสดงออกทางกายและวาจา

(2) กิเลสอย่างกลาง เรียกว่าปริยุฏฐานกิเลสเป็นกิเลสอย่างกลางที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ

(3) กิเลสอย่างละเอียด เรียกว่าอนุสัยกิเลสเป็นกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดานไม่ฟูขึ้นในใจ

อนุสัยกิเลสเป็นธรรมชาติที่ละเอียดซ่อนเร้นอยู่เป็นประจำในขันธสันดานของบุคคล ไม่แสดงออกมาให้ปรากฏทางทวารใดเลย ต่อเมื่อมีอารมณ์มากระทบทวารใดทวารหนึ่ง อนุสัยกิเลสที่นอนนิ่งอยู่นั้นก็จะแปรสภาพเป็น ปริยุฏฐานกิเลส เกิดขึ้นทางใจ เกิดความยินดี ยินร้ายต่ออารมณ์ที่ประสบนั้น และถ้าปริยุฏฐานกิเลสนั้นมีกำลังมากขึ้น ก็จะแปรสภาพเป็น วีติกกมกิเลส เกิดเป็นกิเลสอย่างหยาบ ปรากฏขึ้นเป็นกรรมที่แสดงออกทางกาย และวาจากลายเป็นวงจรที่สองคือกรรม