สวัสดีค่ะอาจารย์  แวะเวียนเข้ามาหาความรู้จากอาจารย์ค่ะ

ว่าด้วย กฎแห่งธรรมชาติ  กฏแห่งธรรมะ และเหตุปัจจัยแห่งการทำลายล้าง

คงไม่มีอะไรมาแลกเปลี่ยนเพราะไม่สันทันเรื่องการเมือง

แต่มีบทความเล็ก ๆ มาให้ผู้ที่เข้ามาบล็อกอาจารย์ได้อ่านด้วย  ซึ่งอาจหนังสือเล่มนี้แล้วมีความรู้สึกสดชื่น  และดีขึ้นทุกข์ครั้งเมื่อเจ็บปวดกับการกระทำ  อันมากระทบกับเราหลาย ๆ อย่าง

หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนเพื่อนคนหนึ่งที่คอยเป็นกำลังใจให้เราได้มีชิวิตต่อไปอย่างมีคุณค่าค่ะ 

    เป็นหนัง   ชื่อว่า  "ไม่ได้อ่อนแอวันนี้แพ้ทาง"   ของนักเขียนที่มีนามแฝงว่าการ์ตูนค่ะ   

 

                 เพราะอิฐก้อนใหญ่หัวใจจึงแข็งแรง

มนุษย์เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน 

ในขณะที่ทรัพยากรมีน้อยไม่พอเพียง

ธรรมชาติจึงคัดเลือกผู้ที่แข็งแกร่ง "ทั้งกายและใจ"

ทุกอย่างในโลกนี้ตั้งอยู่บนการแข่งขันมากขึ้นเรื่อย ๆ

คนเราจึงเบียดเบียนกันมากขึ้น

และกระทบกระทั้งกันง่ายขึ้น

มีคนจำนวนไม่น้อยชอบโยนก้อนอิฐใส่หัวใจคนอื่น

เพื่อให้คนอื่นอ่อนแอ  และพ่ายแพ้   "และถอยไปใหพ้นทาง"

ความจริงก้อนอิฐจากมือเขาคนนั้น  อาจเป็นได้ทั้งเงาสะท้อน  ให้เรามองเห็นข้อผิดพลาดของตนเอง    หรือเป็นเพียงเล่ห์กลจากเกมส์การแข่งขัน 

มันจึงไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน

ว่าสิ่งที่เราทำสิ่งที่เราเป็นอยู่นั้นมันผิดจริง

หรือว่ามันเป็นเพียงสิ่งที่เขาไม่ชอบ  เขาจึงไม่ยอมรับ

คนที่รับช่อดอกไม้มาทั้งชีวิต

ถ้าโดนก้อนอิฐสักก้อนอาจทำให้เดินไม่เป็น

และล้มหายตายจากก่อนวัยอันสมควร

แล้วมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่บนโลกนี้

โดยไม่มีใครโยนก้อนอิฐมาให้เลยสักก้อน

"การโดนก้อนอิฐก้อนใหญ่ตกใส่หัวใจบ้าง

...สักครั้ง...สองครั้ง...

อาจช่วยให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น

เมื่อก้อนอิฐตกกระทบหัวใจดวงเล็ก ๆ

....หัวใจของเราจะขยายออก....

เพื่อลดแรงปะทะจากภายนอก  เกิดเป็นพื้นที่ซึมซับ

ความเจ็บทุกข์"

เมื่อวันเวลาผ่านไป   เมื่อสิ่งใหม่ ๆ หมุนเข้ามา

แม้ว่าอิฐก้อนก้อนต่อไปมันจะใหญ่ขึ้น

และแรงเหวี่ยงมาจะเพิ่มมากขึ้น

แต่เราจะเจ็บปวดกับแรงปะทะ

น้อยลงเรื่อย ๆ

................................................

"อย่าลืมไปขอบคุณเขา

ถ้าเห็นก้อนอิฐก้อนใหญ่ลอยมาแต่ไกล

จากมือใครบางคน

ที่ไม่มีความรักให้เพื่อนมนุษย์

แล้วอิฐก้อนนั้นจะไม่ทำให้เราโกรธ   หรือเกลียด

จนทำให้หัวใจตนเองต้องเจ็บ"