ความเห็น


ตอบ biolaw ปี 5 ครับ

เป็นปัญหาที่น่าสนใจครับ เรื่องนี้แม้ในตำราเองบางเล่มก็ยังไม่ได้เขียนไว้นะครับ

ถ้าจะให้ดีลองดูในส่วนของท่านอาจารย์จุมพต ท่านเคยเขียนไว้

1.ปัญหาที่ต้องพิจารณา คือ หลักเกณฑ์เรื่องการข่มขู่บังให้ทำสนธิสัญญา มีผลเป็นจารีตประเพณีระหว่างประเทศหรือไม่ ถ้ามีผลเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศผมก็ว่าย่อมมีผลใช้บังคับกับสนธิสัญญาในกรณีตามที่คุณสมมุติ ระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศสด้วยครับ ทางที่ดูได้เทียบเคียงหลัก คือคดี North Sea Continental Shelf ที่ศาลชี้วิธีการพิจารณาหาจารีตประเพณีระหว่างประเทศจากการพิจารณาสนธิสัญญาไว้ครับ คือดูว่าในประเด็นนั้นระหว่างประชุมมีการถกกันว่าอย่างไร แล้วมีประเทศใดคัดค้านบ้าง มากน้อยเพียงใด แล้วในประเด็นนั้นเปิดโดกาสให้รัฐตั้งข้อสงวนได้ไหม? ถ้าประเทศส่วนใหญ่เห็นด้วย ไม่มีรัฐใดค้าน / ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งข้อสงวนได้ในข้อบทดังกล่าว ก็น่าจะเป็นจารีตประเพณีระหว่างประเทศนะครับ เพราะนอกจากเรื่องหลักเกี่ยวกับสนธิสัญญาแล้วยังมีหลักเรื่องการห้ามใช้กำลังในกฎหมายระหว่างประเทศที่ถือเป็นจารีตประเพณีระหว่างประเทศไปแล้วด้วยครับ

และในส่วนหนังสือของท่านอาจารย์จุมพตได้อธิบายประเด็นนี้ไว้ว่า หลักการดังกล่าวนี้มีผลเป็นLex lata คือเป็นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนะครับ นั้นก็หมายความว่านับจากมีกฎบัตรสหประชาชาติขึ้นหลักข้อนี้ได้กลายเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศไปแล้วครับ ซึ่งประเทศไทยย่อมมีสิทธิกล่าวอ้างหลักกฎหมายที่ปรากฏในจารีตประเพณีระหว่างประเทศได้เลยครับ

2.ในการเรียนให้รู้หลักเกณฑ์ทั้ง 2 แบบครับ แล้วก็ต้องดูนิติสัมพันธ์ระหว่างประเทศเอาว่าข้อเท็จจริงจะใช้กฎหมายใดมาปรับ จะใช้อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการทำสนธิสัญญา หรือใช้จารีตประเพณีระหว่างประเทศในการทำสนธิสัญญา อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้กฎหมายใดบังคับกับข้อเท็จจริงก็ตามหากไม่ใช่สนธิสัญญาที่ทำด้วยวาจาแล้วก็ต้องนำสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อเลขาธิการสหประชาชาติด้วยครับมิฉะนั้นย่อมไม่สามารถกล่าวอ้างได้

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี