ผมว่าทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านจากแหล่งต่างๆ กินอร่อยกว่าพวกพันธุ์ชะนี หมอนทอง เยอะเลยครับ
พวกหมอนทองและชะนีนี้กินลงไปก็บริหารความอ้วนเปล่าๆ ส่วนตัวก็ชอบก้านยาวครับ ให้มีรสชาดออกขมนิดหน่อย นี้ สุดยอดเลย แต่ที่เกลียดที่สุดของก้านยาวคือการแกะ แกะโคตรยากเลย
แต่ที่กินมาแล้วชอบที่สุดคือ พวงมณี พันธุ์พื้นบ้านของจันทบุรีหรือระยอง ไม่แน่ใจ ลูกใหญ่ประมาณทุเรียนบ้านบ้านเราลูกใหญ่ๆ ครับ เนื้อเป็นสีส้ม เนื้อแห้ง หนา กว่าทุเรียนบ้านของเรา รสชาดหวานเจือขมนิดหน่อย ที่สุดแล้วตอนนี้
แต่เดียวนี้ไม่ค่อยได้กินเพราะไม่ได้ส่งออกทุเรียนแล้ว ก็เลยไม่ได้กิน
แต่ทั้งหมดนี้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อยเกี่ยวพันกันกับลความแก่ของทุเรียนครับ เวลานี้พ่อค้ากังวลกับระยะเวลาการขายกับการขนส่งมากเลยทำให้ผู้บริโภคต้องกินทุเรียนที่ไม่แก่เต็มที่แล้วนำมาป้ายเอธิลินเร่งสุกที่ขั้วเพื่อจะได้สุกเร็วๆ จะได้ขายได้ไวไว
คิดดูก็แปลกดี เก็บอ่อนลงมาเพราะกังวลว่าจะต้องขนส่งบวกการขาย แต่พอมาถึงก็ต้องกังวลว่ามันไม่สุกเลยต้องป้ายน้ำยาเร่งสุก คิดดูก็น่าตลกดี
สิงคโปร์และมาเลย์เคยชินกับการกินทุเรียนพื้นบ้านของมาเลย์ที่ต้องเละๆ กัน แต่ที่เมืองจีนนี้เละสุดๆเลยครับ เพราะสินค้าที่ตั้งอยู่ในห้างทั้งแตกและเริ่มขึ้นราที่เปลือกแล้ว บางลูกต้องใช้ลวดผูกเอาไว้ สาเหตุหลักก็คือความไม่รู้และไม่มีการสอนการกินที่ถูกต้องให้กับเค้า เหตุผลประการที่สองคือ แทนที่พวกพ่อค้าในประเทศจีนหรือห้างจะนำไปทิ้งก็ใช้กลยุทธหลอกแดกคนกิน โดยยกเหตุผลมาบอกว่า ทุเรียนดี อร่อย ต้องกินแบบนี้ แต่ในความเป็นจริงพวกพ่อค้านำเข้าจัดการหักเงินค่าทุเรียนจากพ่อค้าไทยเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่พวกเค้ายังขายของได้ และยังเป็นการทำลายตลาดไปด้วย เหมือนกับที่นายกหอกหักไปเมืองจีน แล้วไปชิมไปบ่นไปว่า ทำไมมังคุดไทยที่ส่งไปจีนถึงมีคุณภาพทั้งแข็งทั้งดำ ทำไมทุเรียนหมอนทองถึงได้กลายเป็นปลาร้า
ชั่งน่าขันจริง ท่านนายกหอกหัก ผู้คับแคบและน่าสงสาร