ความเห็น


ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ

โออิตะ.. อยู่ภายใต้ระบบที่กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

ผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้ง จึงเลือกทีมงานที่ฝันและมุ่งมั่นไปในทิศเดียวกันและมีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าการรอนโยบายจากส่วนกลาง

นอกจากสหกรณ์แล้ว (ร่วมทุน แยกทำ ร่วมขาย) ชุมชนท้องถิ่นญี่ปุ่นก็ไม่ได้รวมกันมากนัก ดูๆแล้ว ทุนทางสังคมในพื้นที่ของไทยอาจจะแข็งแรงกว่าด้วยซ้ำ แรงยึดที่ก่อให้เกิดทุนทางสังคมของไทยมาจากฐานจิตใจ ความเอื้ออาทร และสายเลือดคือเครือญาติ แต่ดูเหมือนแรงยึดที่ก่อให้เกิดทุนทางสังคมในชนบทญี่ปุ่นคือ เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ (เพราะทรัพยากรจำกัด) แต่เมื่อเศรษฐกิจชนบทไทยประสบปัญหา ก็ต้องมาจัดกระบวนกันใหม่

การเปลี่ยนแปลงทางสถาบัน (กฎหมาย กติกา การรวมกลุ่ม การทำแผน)ของชนบทไทย เกิดขึ้นชัดเจนตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและ รธน. 2540 (ขอบคุณ sif ด้วย) เห็นด้วยว่า ปัจจุบันทิศทางของเราดึขึ้น การมีแผนระดับพื้นที่เป็นสิ่งดีค่ะ (ที่ดีมากคือ เกิดกระบวนการเรียนรู้ ขอบคุณน้าประยงค์) เป็นนวัตกรรมของสังคมไทยทีเดียวค่ะ

ญี่ปุ่นเองก็มีการสนับสนุนแผน/โครงการสวัสดิการท้องถิ่น (แต่ยังไม่มีเวลาอ่าน) "อาหารปลอดภัย" เป็นหนึ่งในเรื่อง "สวัสดิการ" ค่ะ จุดต่างชัดๆคือ สวัสดิการท้องถิ่นของญี่ปุ่นเป็นเรื่องของท้องถิ่น ส่วนกลางนั้นสนับสนุนอยู่บ้าง แต่ไม่มี "ส่วนภูมิภาค" มาเป็นตัวคั่นกลางที่ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนลักลั่นของงาน

จะว่าไป เรื่องสวัสดิการ เป็นเรื่องที่น่าจะ "กระจายอำนาจ" ได้เต็มที่ คงมีเรื่อง การจัดการสิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข(เฉพาะการป้องกันโรค) และการศึกษา ที่มีลักษณะบางอย่าง (ผลกระจายในวงกว้าง) ส่วนกลางจึงค่อยเข้ามาช่วยทำงานหรือจัดระบบในประเด็นเหล่านี้

ญี่ปุ่นมีฐานข้อมูลที่ดีมาก การเก็บภาษี เก็บค่าธรรมเนียมตามรายได้จึงทำได้เต็มที่ ระบบภาษี..ชัดเจนว่าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ด้วย

ที่สำคัญ สังคมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ "ความเท่าเทียม" ประเภทอวดร่ำอวดรวยนั้นไม่มีค่ะ คนกวาดถนนมีศักดิ์ศรีพอๆกับชาวนาและหมอ ...

สังคมที่พึงปรารถนานั้นต้องการองค์ประกอบมากมาย สังคมที่หลากหลายและเสรี (ไร้หลัก ลืมราก) อย่างสังคมไทย ...จะขยับยังไง ก็เหนื่อยค่ะ แต่ถ้าไม่ขยับวันนี้และไม่ช่วยกันขยับ ก็ไม่รู้จะถึงฝั่งเมื่อไหร่

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี