สวัสดีค่ะน้อง kmsabai

เห็นด้วยจริงๆค่ะว่าเราต้องเปิดกว้าง และศึกษาความรู้ที่หลากหลาย และการศึกษาจากการอ่านหนังสือก็เป็นเรื่องสำคัญ พี่ก็อ่านหนังสือหลายๆแนวที่สนใจ แต่ละเรื่องราวและความรู้จากท่านอาจารย์สายต่างๆ ล้วนแต่เป็นประโยชน์ มีหลักคำสอนดีๆที่น่าสนใจ และในพุทธที่แท้นั้น ไม่ว่าสายไหน สุดท้ายก็จะพบกันที่ทางเอก ซึ่งแต่ละสายอาจแนะนำเส้นทางที่แตกต่างกันไป

เราจะเริ่มต้นเดินไปทางไหน เส้นทางใด ขึ้นกับจริตของเรา ความชอบของเรา แต่เส้นทางทั้งหมดจะนำเราไปพบกันที่เส้นทางหลัก คือทางสายเอก มุ่งสู่พระนิพพาน

ความน่าสนใจของเราทั้งหลายอยู่ที่การศึกษาเรียนรู้และแลกเปลี่ยน บางทีเราเดินไปทางนี้ แต่มีทางลัดไปอีกทาง เราก็อาจจะลองเดินไปดู ถ้าไม่ชอบใจทางนี้ก็กลับมาเลือกใช้เส้นทางเดิมที่เราถูกจริตกว่า ขอเพียงเราไม่ปิดกั้นตัวเอง และเปิดใจที่จะเรียนรู้ อย่างลึกซึ้งจริงจังและไม่มีอคติ

พี่ก็ศึกษาหลายอย่าง และต้องขอยอมรับว่า ต้องขอบคุณเรื่องความไม่รู้ของตัวเองในทางพุทธศาสนา พี่จึงไม่ได้แบ่งแยกเลือกข้างว่า ฉันต้องเป็นเถรวาท เป็นมหายาน เป็นวัชรยาน และเรื่องราวของวิทยาสาตร์ยุคใหม่พี่ก็ยังสนใจค่ะ พี่ก็ยังสนใจอ่านอยู่เรื่อยๆ พี่เรียนรู้ทางเถรวาทที่มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ อ่านหนังสือของครูบาอาจารย์ทางเถรวาท ไปอบรมภาวนากับหลวงปู่ติช และลูกศิษย์ของท่าน เข้าร่วมกิจกรรมวันแห่งสติกับกลุ่มสังฆะพลัมน้อย ซึ่งเป็นเซน มหายาน ตามแนวทางหลวงปู่ติช ส่วนวัชรยานก็สนใจอ่านมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งนัก โดยเฉพาะวิถีแห่งการปฎิบัติ

เดือนหน้านี้พี่จะไปเรียนรู้แนวทางการปฎิบัติแบบวัชรยาน กับคุณวิจักขณ์ พานิช ที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยนาโรปะ USA ผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ และ บนเส้นทางแห่งการฝึกตน คุณวิจักขณ์มี blog ด้วยค่ะ www.vichak.blogspot.com สนใจเข้าไปอ่านได้ พี่เองก็ยังศึกษาเรียนรู้อยู่เช่นกัน ในเรื่องราวต่างๆ

ในความเห็นส่วนตน ที่ต้องคู่ขนานไปกับการเรียนรู้จากการอ่าน ก็คือวิถีแห่งการปฎิบัติ พี่พยายามใช้วิธีดูจิต บางทีตามลมหายใจ ในช่วงเวลาที่เราใช้ชีวิตประจำวัน ก็มีตื่นบ้าง เบลอๆบ้าง เลื่อนลอยไปตามความคิดบ้างเวลาที่สติจับไม่ทัน แต่จะพยายามเดินจงกรมและนั่งสมาธิทุกวันด้วย แม้บางวันทำได้มากบ้างน้อยบ้าง ก็พยายามทำค่ะ การปฎิบัติเช่นนี้ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในจิตได้ชัดเจนขึ้น แถมพอมาอ่านหนังสือคำสอนต่างๆ ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น วิถีการปฎิบัติดังกล่าวเหมือนการฟอกจิต หรือการกระเทาะอะไรสักอย่างออกจากจิตเราทุกวัน ทุกวันนี้พี่ก็ยังปฎิบัติเช่นนี้อยู่ค่ะ แต่ความเพียรก็ยังมีน้อยอยู่ จึงต้องหาเวลาไปปฎิบัติแบบหลายๆ วันในศูนย์ปฎิบัติธรรม หรือในงานภาวนาของหมู่บ้านพลัม และเดือนละครั้งพี่จะไปเข้าร่วมกิจกรรมวันแห่งสติกับกลุ่มสังฆะพลัมน้อยทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน ในความเห็นส่วนตน ความสืบเนื่องในการปฎิบัติสำคัญค่ะ

อ้อ เสาร์-อาทิตย์ที่ 12 -13 กรกฎาคมนี้ อาจจะได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมน้อง กับท่านสมคบ ที่โรงพยาบาลค่ะ พร้อมหมอเฉพาะทางหลายสาขา ทั้งหมอเด็ก หมอตา หมอผ่าตัด หมอดมยา และหมออายุรกรรม ไม่ได้มาออกหน่วยนะน้อง มาเที่ยว ( จริงๆ )