พวกเราศึกษาวิชาธรรมกาย อย่างเป็นหลักวิชาการ พร้อมผลปฏิบัติที่เห็นจริงตามภูมิธรรมของตน เราไม่ชอบศึกษาแบบปากต่อปาก เพราะสามารถผิดเพี้ยนง่าย ต่างคนต่างฟัง ผสมให้ความคิดเห็น พอนานไปก็เพี้ยนไปหมด เรื่องบางเรื่องสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำอยู่ หลวงพ่อคุมวิชา อะไรๆ หลวงพ่อก็ป้องกันหมด ปัจจุบันใครจะคุมวิชาให้ เป็นเรื่องพึงสำเหนียกให้หนักแน่นในใจ

และการที่มีท่านผู้รู้พิมพ์ตำรามาให้อ่าน ก็ต้องขาย เพราะการพิม์ตำราใช้เงินทั้งนั้นเป็นทุนดำเนินการ อยู่ที่ว่าเมื่อขายไปแล้ว ผู้แต่งตำรานั้นได้เงินหรือเปล่า และมีเจตนาขายตำรากินหรือเปล่า นั่นก็ต้องสอบทานกัน

ความรู้แบบนั้น ท่านก็ต้องศึกษาแบบอย่างนักปราชญ์ จะวิจารณ์อะไร ก็อย่าเป็นแบบหลบๆ ซ่อนๆ ถือว่าให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ถือเป็นนิสัยของผู้ดีพึงกระทำ เพราะในที่สุดแล้ว ตนนั่นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน และตนก็เป็นผู้รับผลของการกระทำของตนเองทั้งนั้น

ส่วนสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป ผู้กระทำนั้นก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับในผลของสิ่งที่เรากระทำทั้งนั้น พึงระลึกรู้ในธรรมให้เกิดขึ้นในใจเถิด จะมีสุขตลอดไป