ความเห็น 6744

kmของชาวเทคนิคพิจิตร

ธานินทร บุญยะกาพิมพ์
IP: xxx.129.4.163
เขียนเมื่อ 
Hello!  Good morning!   เสียงของคำทักทายทั้งสองนี้ ถูกเปล่งออกมาพร้อมด้วยความเบิกบาน และเป็นธรรมชาติ ในทุก ๆเช้า ที่วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ด้วยเหตุที่นักเรียน-นักศึกษาของสถานศึกษาแห่งนี้ ถูกปลูกฝังให้กล้าพูด กล้าทักทาย โดยใช้ภาษาอังกฤษที่มีความเป็นธรรมชาติ และออกมาจากจิตใจที่เบิกบานในยามเช้าของทุก ๆ วัน ไม่ว่าวันฝนตก วันแดดออก หรือแม้แต่ในวันที่เหน็บหนาว
หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมครูภาษาอังกฤษของวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร เขาฝึกเรื่องที่ง่าย ๆ ไม่เหมาะสมกับระดับการศึกษาของผู้เรียนเลย” เพราะการทักทายแบบนี้เขาใช้กันมาตั้งแต่เริ่มเรียน
ภาษาอังกฤษแล้ว
                ในฐานะที่เป็นหนึ่งในครูภาษาอังกฤษของวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ก็คงจะต้องรีบทำความเข้าใจกับผู้อ่านทุกท่านในประเด็นนี้ ถ้าจะบอกว่าคำทักทายดังกล่าวเป็นเรื่องง่าย เป็นเรื่องหมู ที่ฝึกกันมานาน  นานจนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติวิสัย แต่สิ่งที่พบกันเสมอ อาจจะเรียกได้ว่าไม่มีทางหนีพ้น ก็คือ คำทักทาย
ที่หลายคนคิดว่าง่ายนี้เอง กลับถูกเปล่งออกจากปากของผู้เรียนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับชั้น ด้วยความยากลำบาก ไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ก็ผิดพลาดเสมอ เช่น Good-s-mor-ning! หรือ Good-sa-morning! แล้วเสียงที่ตามมาหลังจากข้อความทักทายนี้ คือ เสียงหัวเราะที่บ่งบอก ถึงความอาย ความตลก ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร?  มีใครเคยให้ความสนใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้บ้างหรือไม่
                Hello! Good morning! นับว่าเป็นคำทักทายที่ใช้กันมากมายในภาษาอังกฤษ และเป็นคำพื้นฐานที่สุดในการเปล่งเสียงภาษาอังกฤษ ดังนั้นถ้าผู้เรียนสามารถเปล่งเสียงคำทักทายดังกล่าวด้วยความเคยชิน ด้วยความกล้า ด้วยความเข้าใจธรรมชาติของคำทักทายนี้แล้ว ผู้เขียนมั่นใจว่าการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในระดับต่อ ๆ ไปจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
                ด้วยความเชื่อดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้ Hello! Good morning! จึงดังกังวานในทุก ๆยามเช้าของวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ด้วยเจตนาที่ว่า “นี่แหละคือการเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร”
                เมื่อมีความสุข มีความเบิกบาน มีความมั่นใจในยามเช้าแล้ว การฝึกภาษาอังกฤษในลำดับต่อไปก็จะง่าย จะสะดวก และจะเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นถ้าผู้สอนภาษาอังกฤษรู้จักใช้เทคนิคง่ายๆ ที่ถูกลืมไปจากสังคมไทยแล้ว นั่นก็คือการทำซ้ำ ทำบ่อยๆ ดังเช่นที่สังคมไทยเคยใช้ในอดีตซึ่งก็คือเทคนิคที่ใช้
ในการท่องอาขยาน ผู้เขียนมั่นใจว่า สำหรับเยาวชนยุคปัจจุบันคงไม่รู้จัก คำว่า “อาขยาน” เป็นแน่แท้
                “จะฝึกแนวท่องอาขยานอย่างไร?”  คงเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบจากผู้เขียนแน่นอน คำตอบง่ายที่สุดที่ผู้เขียนอยากจะตอบให้เพื่อนครูภาษาอังกฤษนำไปใช้ ก็คือ การซักถามคำถามง่าย ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้เรียน โดยถามบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ในทุกต้นชั่วโมงที่ทำการสอน และให้ผู้เรียนได้มีโอกาสตอบอย่างทั่วถึง ทั้งนี้อาจจะใช้วิธีแข่งขัน หรือวิธีการให้แรงเสริมด้วยคะแนนก็ได้
                คำถามที่สามารถใช้ได้บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เพื่อฝึกความสามารถในการสื่อสาร ได้แก่
-          Where do you usually go to the market?
-          Where do you usually go to the hospital?
-          When do you usually go to school?
-          When do you usually go to bed?
-          How do you come to school?
-          How tall are you?
-          What is your last name?
-          What is your favourite subject?
-          Who is your best friend?.....................
ผู้อ่านคงคิดว่าคำถามข้างต้นล้วนเป็นคำถามง่าย ๆ แต่ผู้เขียนขอยืนยันว่า ง่าย ๆ แบบนี้ใช้แก้ปัญหาในการฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้อย่างแนบเนียนดีนักแล ที่สำคัญครูภาษาอังกฤษต้องถามอย่างเป็นกันเอง อย่างเป็นธรรมชาติ และอย่างมีความสุข ห้ามตำหนิผู้เรียนเมื่อตอบผิดโดยเด็ดขาด
                ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีผู้เรียนคนไหนอยากพูดภาษาอังกฤษที่ยาก และสลับซับซ้อน รวมทั้งไกลจากตัวเองมากนัก (เพราะผู้เรียนมิใช่นักภาษา แต่เป็นผู้ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารกัน) ดังนั้นการให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษที่ง่าย ไม่สลับซับซ้อน มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับตนเอง ให้โอกาสในการใช้บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ นับว่าเป็นเทคนิคที่ดี และเหมาะสมสำหรับเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กไทยที่เรียนภาษาอังกฤษในวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ถ้าท่านอยากได้ยินภาษาอังกฤษที่เปล่งออกมาด้วยความเบิกบาน ด้วยความสุข และเป็นธรรมชาติ ในยามเช้า ผู้เขียนคิดว่า วิทยาลัยเทคนิคพิจิตรเป็นหนึ่งในหลาย ๆแห่งทีท่านสามารถสัมผัสได้