ความเห็น 57197

Food Science/HR/2

น.ส.อโณทัย แก้วสำอางค์
IP: xxx.144.144.164
เขียนเมื่อ 
เรียนท่านอาจารย์จีระ , อาจารย์ยม ,อาจารย์พจนารถ และสวัสดีชาว blog ทุกท่าน            ครั้งนี้ได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์พจนารถอีกครั้งหนึ่ง ในหัวข้อ เรื่อง Balanced Scorecard (BSC) ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับดิฉัน เพราะไม่เคยรู้หรือเคยใช้ BSC มาก่อนเลย ดังนั้นวันนี้จึงเป็นการเพิ่มพูนความรู้ของดิฉันมากเลยทีเดียว และคิดว่าต่อไปจะนำเอา BSC นี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วย            สำหรับวันนี้ อ.จีระ ได้ฝากให้นักศึกษาลองไปคิดแล้วมา Share Ideas กันดูว่า เราจะสามารถวัดสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสได้ (Intangible)ได้อย่างไร  เอาอะไรมาวัด  ซึ่งในที่นี้จะขอพูดถึง ทุนต่างๆ ที่อยู่ในทฤษฎี 8K’s  ของท่านอาจารย์จีระ ดิฉันคิดว่าทุนที่เป็น Intangible มี 3 ทุนด้วยกันคือ ทุนทางปัญญา  ทุนทางจริยธรรม และทุนแห่งความสุข -          ทุนทางปัญญา คือเนื้อหาทางปัญญาและความคิด คนที่มีความรู้ใช่ว่าจะมีทุนทางปัญญาทุกคน แต่อยู่ที่การนำเอาความรู้ที่มีอยู่ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าต่างหาก ดิฉันจึงคิดว่าเราสามารถวัดได้จากผลงาน ผลสำเร็จนั่นเอง-          ทุนแห่งความสุข ความสุขนั้นมีผลมาจากปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ทั้งจากภายนอก และภายในตัวบุคคลเอง ซึ่งในการจะวัดทุนแห่งความสุขนั้น ดิฉันคิดว่า เราอาจทำได้ดังนี้1.      ความสุขส่วนบุคคล (ของแต่ละคน) ดิฉันคิดว่าความสุขเป็นประสบการณ์ ดังนั้นเราก็อาจวัดได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสอบถาม การวัดกระแสลื่นไฟฟ้าในสมอง เป็นต้น2.      ความสุขของสังคมโดยรวม เราอาจวัดได้จาก - พฤติกรรมการแสวงหาความสุขของมนุษย์ เพราะการแสวงหาความสุขเป็นธรรมชาติของมนุษย์ หากยังมีพฤติกรรมนี้มากก็แสดงว่ายังขาดความสุข- นโยบายสาธารณะ ว่ามีเป้าหมายเพื่อความสุข หรือลดความทุกข์หรือไม่- ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นการสร้างความสุขของบุคคลด้วย เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม- อัตราการว่างงาน- อัตราการอย่าร้าง - การศึกษา ว่ามุ่งเน้นสร้างความสุข เพิ่มปัจจัยภายในบุคคลเช่น มีการฝึกจิต กล่อมเกลาจิตใจหรือไม่ - การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม สภาพสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงจะทำให้สภาพจิตด้อยลง ความสุขลดลง -          ทุนทางจริยธรรม จริยธรรม คือ แนวทางของ การประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี เป็นประโยชน์สุขของตนเองและส่วนรวม  โดยทั่วไปจริยธรรมมักอิงอยู่กับศาสนา ทั้งนี้เพราะคำสอนทางศาสนามีส่วนสร้างระบบจริยธรรมให้สังคม  ดังนั้นในการที่จะวัดทุนทางจริยธรรมดิฉันคิดว่าเราอาจวัดได้จาก ความเชื่อถือและยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนานั่นเอง

สุดท้ายนี้ขอฝากให้เพื่อนๆ หรือใครที่จะเป็นนักธุรกิจในอนาคต ให้คำนึงถึงจริยธรรมในการประกอบอาชีพ โดยการตั้งคำถามถามตัวเอง 3 ข้อก่อนจะทำอะไร ดังนี้1.       ที่ทำนั้นขัดแย้งกับสามัญสำนึกของคุณไหม ถ้าขัดแย้งกับสามัญสำนึก คนอื่นเขาจะคิดอย่างไรกับคุณ2.       ธุรกิจที่ทำจะมีผลต่ออนาคตของคุณหรือไม่ ถ้ามี ผลนั้นเป็นบวกหรือลบ3.   ธุรกิจนั้นกระทบต่อสังคมไทยไหม ถ้ากระทบแล้วคุณยังทำ แสดงว่าคุณขาดจริยธรรมข้อที่       สำคัญที่สุดคือ ความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคม