ความเห็น 56735

Food Science/HR/2

พิมพ์พร เอี่ยมสอาด
IP: xxx.57.146.225
เขียนเมื่อ 

อาจารย์จีระฝากคำถามไว้ก่อนที่ท่านจะกลับว่าเราจะสามารถวัดค่าของ Intangible asset ได้อย่างไร 

Intangible asset หมายถึง ทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน และไม่สามารถจับต้องได้ เช่น สิทธิบัตร (Patents), เครื่องหมายการค้า (Trademark), ลิขสิทธิ์ (Copyrights), Business methodologies , โลโก้ (Brand), computer software, customer list, Licenses, Import quota, Franchises, Customer & supplier relationship เป็นต้นซึ่ง Intangible asset ได้มาจาก การซื้อ, จากส่วนหนึ่งของการรวมตัวกันของธุรกิจ,จากรัฐบาล,จากการแลกเปลี่ยนกันassets,โดยการคิดสร้างสรรค์ภายในองค์กร

Intangible asset แม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างตัวอาคารโรงงานหรืออุปกรณ์อื่นๆในองค์กร แต่ตัวมันเองสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่ามันมีค่าแค่ไหนต่อองค์กร และสามารถกลายเป็นจุดหักเหให้องค์กรที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้   ยกตัวอย่างเช่น  โค้กประสบความสำเร็จได้ก็เพราะว่าเขาทำ brand ให้เป็นที่รู้จักและจดจำได้แก่คนทั่วไป   การที่ผู้คนรู้จักแบรนด์และจดจำแบรนด์ ของเราได้เป็นอย่างดีนั้นจะเป็นทรัพย์สินที่เราไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้  แต่เราวัดได้จากbottom-line profits ที่สุดท้ายก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า brand โค้กประสบความสำเร็จและแข็งมากใน global sales

จริงๆแล้วดิฉันคิดว่าแบรนด์ไม่ได้หมายถึงแค่โลโก้ หรือสโลแกนแต่น่าจะหมายถึงส่วนประกอบทุกอย่างที่รวมกันสร้างเป็นสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงได้ และรวมถึงการจัดหน้าร้าน การบริการลูกค้า ลักษณะของตัวproduct ด้วย   หากเราต้องการส่งออกแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จในตลาดโลกเราจะต้องไม่ใช่แค่copyจากของเดิมที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในประเทศของตน แต่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวในส่วนประกอบต่างๆด้วย   ซึ่งหากเราจะวัดมูลค่าของแบรนด์ก็จะสามารถวัดได้จาก การประสบความสำเร็จในตัว product นั่นเอง

เราต้องสามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละภูมิภาคในตลาดโลกได้ เช่น ในตลาดประเทศอินเดีย  แมคโดนัลด์ก็จะยังคงยึดมั่นในคุณค่าของความรวดเร็ว สะดวก สะอาด แต่ได้มีการปรับส่วนประกอบของแบรนด์ให้เหมาะกับตลาดในอินเดีย เนื่องจากคนอินเดียจำนวนมากไม่ทานหมู หรือเนื้อวัว และอีกมากที่ไม่กินเนื้อเลย

อีกตัวอย่างที่เป็นประเทศที่น่ากลัวในการสร้างแบรนด์และนำแบรนด์นั้นส่งออก คือประเทศมาเลเซีย เช่น บริษัทปิโตรนาส ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของมาเลเซีย เข้ามารุกตลาดต่างประเทศ (รวมทั้งในประเทศไทยด้วย) นอกจากนี้ยังไม่รวมถึง สายการบิน Air asia, รถจักรยานยนต์ JRD ต่างๆเหล่านี้ที่เราเห็นอยู่ทั่วไปในประเทศเรา พอพูดถึง asset ที่ไม่สามารถมองเห็นจับต้องได้ ทำให้นึกถึง Happiness แล้วพอนึกถึง Happiness ก็ทำให้นึกถึง GNH (Gross National Happiness) ที่ประเทศภูฐานใช้เป็นตัววัดความเจริญของประเทศเขา  แม้ว่าจะยังไม่มีวิธีวัดค่า GNH อย่างเป็นทางการ แต่นโยบายของประเทศเขาน่าสนใจมาก เช่น นโยบายปลูกป่าทดแทนอย่างเคร่งครัด ทำให้ประเทศภูฐานยังมีป่ากว่า 70% ของประเทศ, มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวด้วยโควต้าคนและภาษีท่องเที่ยวที่แพงมาก (ประมาณ 200 ดอลล่าร์ต่อคนต่อวัน) และข่าวที่รู้ล่าสุดคือมีหมู่บ้านหนึ่งติดตั้งไฟฟ้าให้ทุกบ้าน แต่วันหนึ่งพบว่านกกระเรียนหลายตัวบินไปติดสายไฟฟ้า และถูกไฟช็อตตาย ชาวบ้านก็พร้อมใจกันถอนเสาไฟฟ้าออกหมด แล้วหันมาใช้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แทน    เราพอจะเข้าใจได้ว่า GNH เป็นการวัดระดับความสุขขั้นพื้นฐาน เช่น คุณภาพของโภชนาการ,การมีที่อยู่อาศัย,การศึกษา, สุขภาพ, และชีวิตชุมชน