ความเห็น 56463

Food Science/HR/2

Pattanan Sakulkrit
IP: xxx.156.190.21
เขียนเมื่อ 
สวัสดีคะท่านอ.จีระ  เรียนอาจาย์พจนารถ เพื่อนๆการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงสวัสดีผู้สนใจทุกท่าน                  ในธรรมชาติแล้วสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมีอยู่สองรูปแบบ คือ รูปธรรมและนามธรรม รูปธรรมคือ สิ่งที่สามารถเห็น สามารถสัมผัสและดูการเปลี่ยนแปลงของสิ่งเหล่านั้นได้โดยตรง สามารถวัดสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน เช่น การเจริญเติบโตทางร่างกายของมนุษย์  การโตบโตของต้นไม้ การหมดไปของน้ำมัน สิ่งที่วัดได้เหล่านี้จะออกมาในรูปตัวเลข หรือมาตรวัดล้วน ซึ่งที่เราจะสามารถนำตัวเลขเหล่านี้ไปกำหนด ควบคุม หรือหาทางแก้ไขได้  ในส่วนของนามธรรมป็นเรื่องที่เราคิค หรือ พูดออกมาจากความรู้สึก ไม่สามารถจับต้อง หรือ ไม่สามารถวัดการเปลี่ยนแปลง หรือ การเติบโตออกมาเป็นตัวเลขได้ แต่ก็มีแนวความคิดมากมายที่ต้องการจะวัดสิ่งที่เป็นนามธรรมออกมาเป็นตัวเลข โดยเฉพาะในสาขาเศรษฐศาสตร์ จะเป็นศาสตร์ของการตีความการคาดเดาสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความชอบ ความต้องการภายใน ความพึงพอใจ(อรรถประโยชน์) ความสูญเสียที่ไม่ออกมาเป็นตัวเลขแต่เป็นการสูญเสียทางจิตใจ ความดี   การวัดสิ่งเหล่านี้เป็นตัวเลขอาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะค่าของความพอใจ ความดี เป็นสิ่งที่คนคนนั้นเท่านั้นที่รู้ การที่เรามองว่าเค้าเป็นคนดี อาจเป็นภาพหรือความเป็นจริงก็ได้ ดังนั้นการวัด intangibles เป็นการที่เราวัดคุณค่าของเราเอง แล้วสร้างมาเป็นรูปธรรมออกทางกายภาพ ว่าเราเป็นคนเช่นไร แต่สำหรับการที่เราต้องไปประเมินคนอื่นนั้น เราต้องมีพรหมวิหาร 41.       เมตตา : การมองคนอื่นด้วยความปรารถนาดี ,มองด้วยความไม่โกรธ2.       กรุณา :มองคนด้วยความสงสาร ให้โอกาสกับคนที่เค้าคิดจะร่วมงานกับเรา3.       มุทิตา : เมื่อคนคนนั้นทำความดี เราควรรู้สึกยินดี  พลอยชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จของผู้อื่นโดยบริสุทธิ์ใจ4.       อุเบกขา : ความเป็นกลาง วางตัวเป็นกลางในการตัดสิน เสมือนไม่รู้จักกับคนเหล่านั้นมาก่อน โดยสรุปแล้วการวัดสิ่งที่วัดไม่ได้นั้น ต้องวัดด้วยความรู้สึกทางจิตใจ ต้องมองด้านดีและด้านไม่ดีด้วยความเสมอภาคและปลอยวางขอบคุณคะ