ความเห็น 56318

Food Science/HR/2

นางสาวศมน อิศรางกูร ณ อยุธยา
IP: xxx.19.221.6
เขียนเมื่อ 
   สวัสดีคะ อ.จีระ อ.ยม อ.พจนารถ ทีมงานและเพื่อนๆทุกคน เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ได้เรียนเรื่อง Balance scorecard กับ คุณพจนารถ จากครั้งที่แล้วเป็นการเรียนเรื่อง Workforce Alignment in an Organization ที่เป็นการทำให้คนในองค์กรมีแนวทางในการปฏิบัติงานไปในทางเดียวกัน มาถึงBSC ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนในองค์กรทราบว่าตนต้องทำอะไร อย่างไร เพื่ออะไร ได้ผลอย่างไร มีการจดบันทึกเพื่อวัดผลการปฏิบัติด้วย โดยเน้นความพอใจของลูกค้าควบคู่ไปกับผลสำเร็จทางการเงิน และประสิทธิภาพของการปฏิบัติการที่มีความสอดคล้องกัน พร้อมย้ำความเข้าใจด้วยการหัดทำ BSC เพื่อให้ทราบว่าเข้าใจจริงหรือเปล่ามีอีกเรื่องที่อยากร่วม Share ประสบการณ์ ในสิ่งที่วัดค่าไม่ได้แต่รู้สึกและสัมผัสได้ก็คือ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 49 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสบริจาคโลหิต กับโครงการ สายโลหิต สายใจ เทิดไท้พ่อของแผ่นดิน ซึ่งเป็นโครงการเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ที่ไปไม่ใช่ความบังเอิญแต่เป็นความตั้งใจ เพราะได้ยินมาตลอดว่ากาชาดกำลังขาดแคลนโลหิตสำรอง สำหรับช่วยชีวิตผู้ป่วยจากสาเหตุต่างๆ สิ่งที่ดิฉันได้รับจากการบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่วัดค่าได้เช่นผลตอบแทนในรูปของเงิน แต่เป็นผลตอบแทนทางความรู้สึกเช่น ได้รับทุนทางความสุข จาก  ·        ความภูมิใจ เมื่อได้คิดว่า โลหิต 350 cc.จากเรา จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยชีวิตใครสักคนได้·        ความประทับใจ ขอยกมา 2 เรื่อง คือo       ประทับใจผู้ร่วมบริจาคฯ§        ได้เห็นคนไทยตั้งแต่คนหลากหลายวัยพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง(ยกเว้นนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในเครื่องแบบ) ซึ่งตอนนี้เหมือนจะเป็นวัฒนธรรมของคนไทยไปแล้ว ดิฉันคิดว่าเป็นทุนทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่สะดุดตาชาวต่างชาติ ตามมาด้วยความชื่นชมในตัวพระมหากษัตริย์ไทย จากการที่เห็นชาวต่างชาติบางส่วนใส่เสื้อเหลืองไปในงานต่างๆเช่น นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว§        เนื่องจากมีผู้บริจาคฯเป็นจำนวนมากจึงต้องรอคิวพอสมควร ไม่เห็นใครขาดทุนทางอารมณ์ ทุกคนมีความอดทน รอได้ และบางครั้งเจ้าหน้าที่อาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง จึงได้เห็นการช่วยเหลือกันของคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เช่น คนรอคิวบริจาคหาน้ำและยาดมมาให้ผู้ที่กำลังบริจาค แสดงถึงความมีน้ำใจและการมีทุนทางจริยธรรมo       ประทับใจเจ้าหน้าที่ทุกคน เพราะทุกครั้งที่ได้บริจาคฯ ไม่ว่าที่ไหน เจ้าหน้าที่ทุกคนจะดูแลและให้ความสำคัญกับผู้บริจาคฯเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นหลักธุรกิจ ต้องเอาใจลูกค้า แต่ลูกค้าของกาชาดไม่ได้ให้เงินกับองค์กร สิ่งที่ทั้งผู้บริจาคและกาชาดต้องการคือ จำนวนโลหิตสำรองเพียงพอที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์ ทำให้นึกถึงการมีทุนทางจริยธรรม ที่มีความเสียสละ  มีความเมตตา ปรารถนาดี อยากให้ผู้อื่นมีความสุข เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้บังคับ และไม่ได้เจาะจงคนที่ต้องการจะช่วย จึงไม่มีเรื่องของการทำเพื่อผลตอบแทนมาเกี่ยวข้อง ขอฝากอีกเรื่องสำหรับผู้ที่ยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้อง เช่น การบริจาคโลหิตทำให้ได้รับเชื้อโรค ทำให้อ้วน สำหรับตัวเองแล้ว จากการบริจาคเลือดมาแล้ว 5 ครั้งยังไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าวตรงกันข้ามทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวอย่างเลือดไปวิเคราะห์เชื้อ เอดส์ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ หากมีเชื้อเหล่านี้จะทำการแจ้งผลให้ทราบ(เพื่อทำการรักษา) ทำให้ดิฉันนึกถึงทุนทางปัญญา ที่เกิดจากการพิสูจน์ด้วยตนเองเพื่อให้รู้จริง เพราะการรับฟังหรือรับรู้มานั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ถูกเสมอไป