ความเห็น 56189

Food Science/HR/2

นางสาวพรชนก สุขอาจ
IP: xxx.150.122.87
เขียนเมื่อ 
 

  กราบเรียนท่านอ.จีระ  เรียนอาจาย์พจนารถ รวมถึงสวัสดีผู้สนใจทุกท่าน  ดิฉันนางสาวพรชนก  สุขอาจ นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

 

  องค์กรแต่ละองค์กรต่างต้องการคนที่มีความรู้  ความชำนาญ  และเป็นคนดี  เข้ามาทำงานให้กับองค์กร  ซึ่งในกระบวนการคัดเลือกสรรหา  คนที่มีความรู้   ความชำนาญ สามารถทำได้ง่าย  เพราะมีเครื่องมือเข้ามาช่วยวัด แจงผลชัดเจน เช่น แบบทดสอบความเชี่ยวชาญ  ซึ่งสามารถสรุปมาเป็นผลคะแนนที่ชัดเจน  ว่าบุคคลผู้นั้นมีความรู้อยู่ในระดับความสามารถใด  แต่สำหรับการประเมิน  การเป็นคนดี  เป็นการยากมากที่จะประเมินออกมาเป็น  ค่าที่ชัดเจน  ว่าคนที่เข้ามาสัมภาษณ์งาน  เป็นคนดีตามที่องค์กรต้องการอย่างแท้จริงหรือไม่   เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น  วัดไม่ได้  ไม่มีเครื่องมือที่จะวัด  หรือ ที่จะไปแตะตัวผู้สมัครงานแล้วจะประเมินออกมาเป็นค่าระดับคะแนนต่างๆ ได้นั้นไม่มี  และทำไม่ได้ แม้จะวัดยากเพียงใด  แต่ก็จำเป็นต้องวัดค่า ( ความเป็นคนดี) ออกมาให้ได้  เพราะเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ต้องตรวจสอบบุคคลที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร  ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีวิธีวัดตรงจุดนี้

  

   ปกติการประเมินความเป็นคนดี  อาจใช้การกระทำของบุคคลคนนั้นเป็นตัวประเมิน   แต่ กรณีการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน  ไม่สามารถใช้วีนี้ได้  เพราะต้องการผลประเมินในช่วงระยะเวลาอันสั้น  ฉะนั้นจึงต้องใช้  สิ่งอื่นเป็นตัววัดและประเมินที่รวดเร็วกว่า  ซึ่งในที่นี้สิ่งที่เหมาะสมที่สุด  ก็คือ  การใช้  จิตวิญญาณของการเป็นฝ่ายบุคคล   คือ  มีใจปรารถนาดีกับองค์กร  อยากเห็นองค์กรประสบความสำเร็จ  และส่งผลให้เกิดการคัดสรรคนที่ดีเข้ามาทำงาน    โดย จิตวิญญาณของการเป็นฝ่ายบุคคล  จะเป็นเครื่องมือ  ที่ทำให้เกิดแรงผลักดันให้ผู้สัมภาษณ์สามารถเค้น  เอาความเป็นคนดีของผู้ถูกสัมภาษณ์ออกมาเช่น  ความเป็นคนใจดี, ความตั้งใจ ,ความร่าเริง เป็นต้น   หลังจากนั้นมาวิเคราะห์  และวัดประเมินค่าความดีที่แสดงออกมา  ซึ่งผลที่ได้อาจไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์นัก    แต่ถ้าผู้สัมภาษณ์   เป็นผู้ที่มีทุนทางจริยธรรม  ทุนปัญญา  และทุนทางมนุษย์   ก็จะช่วยให้ผลที่ได้  มีความถูกต้อง  และแม่นยำเพิ่มมากขึ้น   ส่งผลต่อองค์กรให้ได้บุคคลากรที่มีทั้งคุณภาพ  และมีคุณธรรมอย่างแท้จริงๆ  เข้ามาทำงาน  ทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายสำเร็จ

 

    ดิฉันเชื่อว่า  คนทุกคนอยากเป็นคนดี  อยากทำความดี  และรู้โดยจิตใต้สำนึกอยู่แล้ว ว่าอะไรคือ  สิ่งที่ดี  หรือสิ่งที่ไม่ดี  แต่ในทางปฏิบัตินั้น  จะแสดงในส่วนใดมากกว่ากัน  ถ้าแสดงในส่วนแรกมากกว่า  ก็ถือว่าเป็นคนดี  โดยเป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในคุณธรรม  ความดีงาม  และมั่นใจในหลักความเป็นเหตุผลที่นักปราชญ์  ศาสดาชี้นำไว้  และนำไปปฏิบัติ  อย่างเข้าใจ  จะเกิดการดำเนินชีวิตที่ฉลาด  เข้าใจโลก และชีวิต  จนสามารถช่วยบรรเทาทุกข์ให้ผู้อื่นได้อีก  ซึ่งโดยแท้ที่จริงแล้ว  สุดท้ายความดีจะช่วยให้เกิดผลเป็นความสุข ตลอดไป  (ทุนความสุข & ทุนยั่งยืน เกิดขึ้น)

 ข้อคิดเล็กๆ : ถ้าจะทำสิ่งไม่ดี  ให้ทำน้อย 

                   กว่าที่นึกและถ้าจะทำสิ่งดีๆ

                   ให้ทำมากกว่าที่นึก

    เข้าทำนอง  ถ้าทำดี...ให้แถม

                  ถ้าทำไม่ดี...ให้ถอย       

                                                 *** แล้วเราจะรู้สึกถึงคุณค่าชีวิต  โดยมีจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์เป็นเครื่องวัด***