ความเห็น 55628

Food Science/HR/2

ประชา กองสุข
IP: xxx.120.11.221
เขียนเมื่อ 
เรียนท่านอาจารย์จีระ อาจารย์ยม และอาจารย์พจนารถ ในวันที่ 30/07/49 ท่านอาจารย์จีระ ได้ให้หัวข้อในการแสดงความคิดเห็นในเรื่อง สิ่งที่วัดค่าไม่ได้ (Intangible)          ในหัวข้อนี้ผมมีความคิดเห็นว่า การวัดค่าหากมองในเรื่องรูปธรรมจะสามารถมองเห็นได้ง่าย เช่นการวัดค่าตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่อะไรที่อยู่ในรูปนามธรรม การวัดค่าจะทำได้ยาก เช่น ความซื่อสัตย์ เราไม่สามารถ วัดได้โดยตรงแต่ จะทำได้เพียงการตรวจสอบพฤติกรรม หรือผลจากการกระทำที่ผ่านมาเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่วัดค่าไม่ได้ ในความเห็นของผมนั้น คือเรื่อง อนาคต ทำไมผมถึงมองว่าเรื่องของอนาคตวัดค่าไม่ได้ เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ทำได้แต่เพียงการคาดการณ์เท่านั้น การคาดการณ์อาศัยข้อมูลในเรื่องอดีตมาประเมินค่า นั่นเท่ากับว่าเราวัดค่าอดีตเราได้ แล้วนำอดีตมาปรับปรุงในปัจจุบันเท่านั้น เพื่อให้คาดการณ์ได้ว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร จะดีกว่าอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ ผมแบ่งการกระทำที่ส่งผลต่ออนาคต 2 เรื่องคือ1.     การกระทำที่เป็นส่วนบุคคล บุคคลใดที่มีการกระทำในอดีตมาดี มีรูปแบบชัดเจน เช่น ขยันหมั่นเพียร มีวินัย ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี ก็คาดการณ์ได้ว่า น่าจะเป็นคนทีดีของสังคม เป็นแบบอย่างให้กับบุคคลอื่นๆได้ หรือมีทุนมนุษย์ติดตัวนั่นเอง คนคนนั้นย่อมเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าขององค์กร สังคมและประเทศชาติ2.     การกระทำของสังคม สังคมคือกลุ่มหลายๆกลุ่มที่มีการกระทำร่วมกัน ผมมองในรูปของการมีแนวความคิด หรือปฏิบัติไปในทางเดียวกัน ถ้าสังคมนั้นคนส่วนใหญ่มองเห็นประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว คิดและมองภาพกว้างมากกว่ามองแค่สิ่งที่เป็นส่วนตัว คาดการณ์ได้ว่าสังคมนั้นจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่มีความขัดแย้ง สังคมจะมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันหากกลุ่มบุคคลมีความคิดแต่ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้กลุ่มได้รับในสิ่งที่ปรารถนา สังคมก็จะขัดแย้ง ขาดสามัคคี ยกตัวอย่างง่ายๆ คือเรื่องกลุ่มการเมืองของประเทศไทย ทุกกลุ่มมุ่งที่ผลประโยชน์ของกลุ่มเป็นหลัก ไม่ได้มองผลเสียหายของภาพกว้าง สังคมจึงขัดแย้ง ความสามารถในการแข่งขันกับชาติอื่นก็อ่อนแอลง สังคมจึงวุ่นวายทางออกของเรื่องนี้สามารถ นำเอาทฤษฏีการวัดว่าไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสังคมไทยได้ คือ ปรับแนวความคิดของคนในสังคม ให้มองในเรื่องที่วัดค่าได้ให้น้อยลง เช่น ความคิดที่ว่า คนที่มีฐานะทางสังคมสูง น่าจะเป็นคนที่น่าเชื่อถือ มากกว่าคนที่ไม่มีฐานะอะไร แล้วเปลี่ยนให้หันมาคิดและพิจารณาในสิ่งที่อยู่ภายในตัวบุคคลแล้วแสดงออกมาในรูปความคิดเพื่อนำไปปฏิบัติแล้วเห็นผลจริง  น่าจะสามารถคาดการณ์อนาคตได้ว่าจะเป็นคนแบบใดได้มากกว่าในบทความของอาจารย์จีระ ที่กล่าวถึงการตรงต่อเวลา ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เนื่องจากคิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่มีค่าอย่างมากต่อสังคม เพราะเป็นสิ่งที่สามารถวัดค่าได้ แต่จะไม่มีประโยชน์ถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกคนในสังคมนำไปปฏิบัติให้เห็นผลจริง ผมมองว่าสังคมไทยยังขาดวินัยเรื่องการตรงต่อเวลามาก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการปลูกฝังหรือสร้างจิตสำนึกที่ดีตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่ครอบครัว ตามใจเด็ก เช่น การไม่ฝึกนิสัยการเข้านอน และตื่นนอนอย่างเป็นเวลาพอโตขึ้นเข้าโรงเรียน ครูผู้สอนก็มาทำงานสาย และกลับก่อนเวลาให้นักเรียนเห็นโดยยกข้ออ้างต่างๆนานา พอเด็กโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน วินัยด้านการตรงต่อเวลาก็ไม่สามารถนำมาปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้เด็กๆรุ่นต่อมาเห็นได้ ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเริ่มเป็นผู้รักษาเวลา สร้างทุนทางจริยธรรม(ด้านการมีวินัยในตนเอง) เพื่อให้สามารถนำสิ่งที่วัดว่าไม่ได้ คือเรื่อง อนาคตของทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งของประเทศ(ทรัพยากรมนุษย์) จะสามารถนำมาวัดค่าได้ว่า เป็นผู้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศชาติมากกว่าอยู่เพื่อเป็นภาระของสังคม หรือทำให้สังคมแย่ลง ขอบคุณครับ   ประชา  กองสุข