สรุปการฟังการบรรยาย ในวันที่ 6 ก.พ.2551 ของกลุ่ม 2 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์

ผู้นำกับการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร(Leader and Brand Image) Corporate public relations is the reputation of the entire company อาจารย์ลักขณา จำปา ได้บรรยายว่า ภาพลักษณ์ขององค์กรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของทั้งองค์กร ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารและสื่อสารมวลชน ทำให้คนในสังคมต่างๆรับทราบ ข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้อย่างกว้างขวาง ทุกคนต้องการรับรู้ และมีส่วนเกี่ยวข้องในการแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ ถ้าองค์กรใดมีภาพลักษณ์ที่ดีก็จะได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และการสนับสนุนร่วมมือให้องค์กรนั้นประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน แต่ถ้าองค์กรใดมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ย่อมได้รับการต่อต้านและการดูหมิ่นเกลียดชัง ภาพลักษณ์จึงเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงขององค์การ ปัจจัยที่สำคัญต่อภาพลักษณ์องค์กร ได้แก่บุคลากร ไม่ว่าบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์ ผู้รับโทรศัพท์ให้ข้อมูลข่าวสาร สถานที่ต้องสะอาดสวยงาม เป็นระเบียบ เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะห้องน้ำ ความสำเร็จที่โดดเด่นขององค์กรก็เป็นปัจจัยที่สำคัญของภาพลักษณ์  

การสร้างภาพลักษณ์  
1. สร้างให้เกิดความตระหนักในองค์กร2. สร้างความเชื่อถือ
3. เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลง ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์
4. เมื่อต้องการเข้าสู่ตลาดใหม่ สินค้าและบริการใหม่ องค์กรใหม่
5. เมื่อภาพลักษณ์ขององค์กรเกิดปัญหา ซึ่งปัญหาภาพลักษณ์ขององค์กรเกิดขึ้นจาก ลูกค้าผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และกลุ่มบุคคลที่สำคัญ
  

ขั้นตอนในการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร
1. Defining CPR Problems การรวบรวมข้อมูล/ปัญหา และการวิเคราะห์เพื่อการบริหารงานประชาสัมพันธ์ เครื่องมือที่ใช้ คือ ความจริง การวิเคราะห์สถานการณ์ SWOT Analysis
2. Planning and Programming  การสร้างแผนกลยุทธ์  แผนปฏิบัติการ สิ่งไรควรทำ สิ่งใดควรพูด
3. Taking Action and Communication การนำแผนไปใช้งาน การปฏิบัติ การสื่อสาร
4. Evaluating the Program ประเมินผลการดำเนินงาน การตรวจติดตาม โดยวิธี Focus group, Servey, One on one Interviews
  


บทเรียนที่ได้

                ภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อความสำเร็จขององค์กร จากการฝึกอบรม จากความเห็นของ อาจารย์ลักขณา จำปา กรมวิทยาศาสตร์ไม่เป็นที่รู้จักทั้งๆที่มีงานที่สำคัญมากมาย บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ วิธีการสร้างภาพลักษณ์
1. สำรวจเป้าหมาย2. สร้างการรับรู้ โดยปรับปรุงจัดทำโลโก้ที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองให้ชัดเจน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p>7 อุปนิสัยของผู้ทรงประสิทธิผลสูง(7 Habits of highly effective people)   ปลูกความคิด ผลที่ได้คือการกระทำ              ปลูกการกระทำ  ผลที่ได้คืออุปนิสัย              ปลูกอุปนิสัย ผลที่ได้คือคุณลักษณะ              ปลูกคุณลักษณะ ผลที่ได้คือชะตาชีวิต-Samuel Smiles               อาจารย์อดิสัย มนะเวส ได้แสดงให้เห็นว่า คนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำงาน ถึงแม้ว่าระบบไอที หรือเครื่องมือดีอย่างไร หากคนไม่มีคุณภาพ การดำเนินงานก็ไม่สัมฤทธิ์ผล คนสามารถพัฒนาให้มีศักยภาพได้ และอธิบายถึง 7 อุปนิสัยที่พัฒนาคนให้มีศักยภาพเป็นผู้ทรงประสิทธิผลสูง โดยอาศัยแนวทางของ Stephen R. Covey  สรุปได้ดังนี้ การพัฒนาศักยภาพของคน สามารถดำเนินการได้ 4 มิติ คือ1 Body มองดูที่ร่างกาย รูปร่าง ท่าทาง2 Heart  มองดูที่สติปัญญา3 Mind มองดูที่จิตใจ อารมณ์4 Spirit มองดูที่จิตวิญญาณ หรือความมุ่งมั่นในการทำงาน 7 อุปนิสัยที่ใช้ในการพัฒนาศักยภาพของคน คือ ระดับพึงพาผู้อื่น (Dependence)
1 Be Proactive   
ให้เราใช้สติ คิด แล้วเลือกการตอบสนอง เรียกว่า Proactive คือ ให้มีสติในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เผชิญอยู่นั่นเอง คนมักไปกังวลกับสิ่งที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น Proactive สอนให้เราทำในสิ่งที่เราเลือกทำได้ให้มากที่สุด ทำตัวเราที่ทำได้ให้ดีที่สุด  

2 Begin with the End in mind
ก่อนที่เราจะทำอะไรให้เราคิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายก่อน ว่าอยากให้เป็นอย่างไร แล้วจากผลลัพธ์ที่คิดในใจก็จะแปลเป็นวิธีการไปสู่จุดหมาย หากเราทำงานโดยที่ภาพสุดท้ายไม่ชัดเจน งานมันก็จะออกมาไม่ดี แต่ถ้าเรามีภาพสุดท้ายแล้ว ก็เหมือนมีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะรู้ว่าเราต้องเตรียมอะไรอย่างไรบ้าง

3 Put First Thing First
ก็คือ ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ก็จะมีคำถามต่อว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ เราต้องรู้บทบาทหน้าที่ของเราก่อน 1 คนมีได้หลายบทบาท เช่น พ่อ เพื่อน ลูก สามี ลูกจ้าง เจ้านาย พนักงาน ประชาชน ฯลฯ แล้วเราก็จะรู้ว่าในแต่ละบทบาทอะไรคือสิ่งสำคัญ แยกให้ออกระหว่าง สิ่งสำคัญ/ไม่สำคัญ งานเร่งด่วน/ไม่เร่งด่วน ถ้าเรารู้จักวางแผนดีๆ งานสำคัญไม่เร่งด่วนก็จะเยอะกว่างานด่วนและสำคัญ กับ งานด่วนแต่ไม่สำคัญ
ระดับพึงพาผู้ตนเอง (Independence)
4 Think win-win
ในการทำงาน/ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น คนส่วนใหญ่จะคิดแบบชนะหรือแพ้ ใครแพ้หรือชนะ จะเห็นได้ว่ามีความสูญเสียเกิดขึ้น ทัศนคติแบบ ชนะ-ชนะ บอกไว้ว่า เรามีทางเลือกเสมอ และมีทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย เป็นนิสัยสำหรับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

5 Seek first to
Understand then to be Understood   คือเข้าใจเขาก่อนที่จะให้เขาเข้าใจเรา   

6 Synergize
หรือ ผนึกพลังประสานความแตกต่าง คนเรามักไม่ยอมรับความเห็นของผู้อื่น ถ้าเราเปิดใจยอมรับความเห็นที่แตกต่างได้ นั่นย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง คนหนึ่งเลือก 1 คนหนึ่งเลือก 2 อาจจะมีทางเลือก 3 ที่ดีได้ เพราะการยอมรับในความแตกต่าง
ระดับพึงพาซึ่งกันและกัน  (Interdependence)
7 Sha
rpen the sawแปลง่ายๆ ว่า ลับเลื่อยให้คมเสมอ ก็คือหมั่นเติมพลังให้ชีวิต ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ ด้านร่างกาย เช่น หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ด้านสติปัญญา เช่น การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ด้านอารมณ์ และด้านจิตวิญญาณ    <p> </p>