ความเห็น 53365

Food Science/HR/2

สุพัชชา ขับกล่อมส่ง
IP: xxx.57.129.60
เขียนเมื่อ 
เรียน อาจารย์จีระ อาจารย์ยม และสวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคนจากการเรียนในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังนี้                        องค์กรในประเทศไทยหลายองค์กรมักทำงานล่าช้า ไม่คล่องตัว ทั้งนี้เนื่องมาจาก                        1. โครงสร้างขององค์กร เป็นโครงสร้างที่ยาวเกินไป ไม่กระจายอำนาจ  ทำให้การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรลำบาก มีหลายขั้นตอน จึงเกิดความล่าช้า ไม่คล่องตัวในการบริหารจัดการ                        2.  วิธีการบริหารงานภายในองค์กรมีระเบียบเคร่งครัดเกินไป  โดยเฉพาะในระบบราชการ ซึ่งดิฉันมีประสบการตรงในการทำงานในระบบราชการมาก่อน มีความยุ่งยากและหยุมหยิม และเคร่งครัดในส่วนที่ไม่จำเป็น ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความลำบาก  ซึ่งระบบดังกล่าวยังส่งผลให้บุคลากรเกิดความเบื่อหน่าย และไม่อยากทำงานอีกด้วย                        3.  คนในองค์กรทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก วิธีการบริหารงานภายในองค์กร  ประกอบกับคนภายในองค์กรซึ่งมีความหลากหลาย  แต่ละคนย่อมมีแนวคิด  ค่านิยม จุดมุ่งหมาย วิธีการทำงาน ต่างกัน เมื่อมาทำงานร่วมกันก็มักยึดตัวเองเป็นหลัก ทำให้ทำงานร่วมกันลำบาก ส่งผลต่อการทำงานล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ                        เราสามารถปรับปรุงองค์กรให้คล่องตัวขึ้นโดยใช้ทฤษฎี 3 วงกลม                        1.  content  เปรียบเหมือนบ้านที่น่าอยู่ ใช้การ re-engineering เพื่อให้องค์กรมีความกะทัดรัดและคล่องตัวในการบริหารมากขึ้น   โดยองค์กรที่เหมาะสมควรลดสายการบังคับบัญชาในแนวดิ่งลง  จัดโครงสร้างเป็นแบบ flat   ลดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นออก แต่แม้ว่าจะปรับใหม่ ทำงานวิธีใหม่ แต่องค์กรควรระมัดระวั ง  โดยคำนึงถึงสังคมและวัฒนธรรมของไทยด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายในองค์กร เพราะการ  re-engineering ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนในองค์กร                        2. competencies  สร้างให้คนในองค์กรมีทุนตาม ทฤษฎี 8k’s โดยฉพาะทุนทางปัญญา  ทาง knowledge, skill และ mind set ที่สำคัญคือ ทุนแห่งความสุข  โดยเมื่อพนักงานมีความรู้ ทักษะในการทำงานประกอบกับการทำงานอย่างมีความสุขด้วย ก็ย่อมทำงานได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น                        3.  motivation  โดยสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเรื่องของเงิน รายได้ เพียงอย่างเดียว  แต่การสร้างแรงจูงใจให้กับพนังานมีหลายแนวทาง เช่น ความก้าวหน้าในงาน  ได้รับผิดชอบงานที่ท้าทาย   การให้พนักงานมีโอกาสแสดงความสามารถ  บรรยากาศในการทำงานที่ดี ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน                        เราสามารถนำการ  re-engineering  มาใช้กับธุรกิจได้ทุกประเภท รวมไปถึงด้านอาหาร  โดยต้องคำนึงอยู่เสมอว่าองค์กรต้องปรับตัวให้กับสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น รสนิยมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง  เทคโนโลยีในการผลิตอาหารแบบใหม่ ๆ  จึงต้องปรับองค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  องค์กรต้องมองความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก  แล้วทำการปรับองค์กรใหม่ ทำงานวิธีใหม่ ปรับแนวคิดในการทำงานใหม่ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้อการของลูกค้า โดยทุกฝ่ายต้องมีส่วน แต่เนื่องจากการ  re-engineering  เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง จึงควรคำนึงถึงโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมของคนไทยด้วย เพราะสังคมไทยเป็นสังคมตะวันออก ซึ่งมีแนวคิดที่ต่างกับทางตะวันตก  ดังนั้นถ้าไม่ระมัดระวังก็อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้                        ในส่วนของอาจารย์ยม ดิฉันได้รับความรู้ในหลายประเด็น ดังนี้                        1.  คนทุกคนอยากเป็นคนดี  เมื่อทำความดีแล้วได้รับการสนับสนุน ได้รับการยอมรับจากสังคมย่อมทำให้เกิดความภูมิใจ มองตัวเองมีคุณค่า และอยากทำตัวเป็นคนดีต่อๆ ไป  ดังนั้นผู้บริหารควรสนับสนุนให้พนักงานทำสิ่งดี ๆ สร้างประโยชน์ให้องค์กร และสังคม  เมื่อพนักงานทำผิดพลาดก็ควรให้โอกาส   สร้างทุน ทั้ง 8k  โดยเฉพาะทุนทางจริยธรรมและความสุข                          2. ดิฉันเห็นว่า ทุนทางจริยธรรมและความสุข  มีความสำคัญมาก ๆ ที่จะทำให้มนุษย์อยู่ในสังคมได้ ทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิตปัจจุบัน  แม้ว่าคนเราจะมีทุนด้านอื่นมากมาย แต่หากขาดทุนทั้งสองนี้ก็จะทำให้อยู่ในสังคมลำบาก  อาจใช้ความรู้ความสามารถไปในทางที่ไม่ดี ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข  ผู้บริหารมักสนใจต่อผลประกอบการของบริษัท มักไม่ค่อยสนใจทุนเหล่านี้มากนัก ย่อมทำให้การดำเนินการขององค์กรไม่ยั่งยืน เหมือนการสร้างตึกที่หวังเพียงสร้างให้สูงขึ้น แต่ไม่ตอกเสาเข็มให้มั่นคง สักวันตึกก็อาจพังลงมาได้                        3. งานสำเร็จได้เพราะคน ขณะเดียวกันงานก็ล้มเหลวเพราะคนเช่นกัน  ดังนั้นการที่ HR มีส่วนช่วยสร้างคนในองค์กรให้มีคุณภาพ เพิ่มมูลค่าให้แก่พนักงานย่อมมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า                         4.  ทั้งผู้บริหารและ HR ควรให้ความสำคัญกับปัญหาพื้นฐานของพนักงาน เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน   ผู้บริหารและ HR ต้องทำตัวให้กลมกลืน แ ละให้พนักงานรู้สึกไว้วางใจ ให้เขารู้สึกว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา  ย่อมทำให้พนักงานกล้าที่จะขอความช่วยเหลือ  ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด                           5. ปัญหาในองค์กรมีมากมายหลากหลาย แต่ทุกปัญหาก็สามารถแก้ได้โดยใช้หลักการทางพระพุทธศาสนา คืออริยสัตย์ 4 ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับหลักทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ความเป็นเหตุเป็นผลตามความเป็นจริง และยังสอดคล้องกับวงจรเดมมิ่งด้วย คือ plan โดยต้องทราบสาเหตุก่อนแล้ววางแผนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร  do คือลงมือแก้ปัญหาดังกล่าว  check คือ ตรวจสอบดูว่าการแก้ปัญหาเกิดผลอย่างไร มีอะไรต้องแก้ไขเพิ่มเติม  action ทำการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ได้ผลสุดท้ายคือแก้ปัญหานั้น ๆได้สำเร็จ