ความเห็น 531508

ปลูกยางในทุ่งนา เสียทั้งเวลาและนาข้าว

สวัสดีครับพี่ชนันท์

        ขอบคุณมากๆ นะครับ ใช่ครับ การปลูกหรือทำการเกษตรจำเป็นต้องศึกษาว่าต้นไม้ที่จะปลูกมีนิสัยอย่างไร และพื้นที่ที่จะปลูกควรมีสภาพอย่างไร จะปรับสองอย่างนี้ให้เข้าหากันได้อย่างไร อย่างไหนปรับได้ อย่างไหนปรับไม่ได้หรือปรับได้น้อย หากเราศึกษากันจริงๆ จังๆ เราจะไม่พบกับปัญหาเหล่านี้เลย

        การทำนานั้น ไม่คุ้มเพราะเราดันไปลงทุนมากไปครับ สูญเสียในส่วนที่ไม่ควรเสียนะครับ อ.ดร.แสวง รวยสูงเนินได้พิสูจน์ การทำนาแบบไม่ไถไม่หวาน ไม่ดำ ให้เห็น ในระดับหนึ่ง น่าจะเป็นแนวคิดให้กับชาวนาได้ครับ

        เราลงทุนกันมากในส่วนของการไถ การจ้างถอน ปักดำ เก็บเกี่ยว ฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และอื่นๆ ล้วนแต่เป็นการลงทุนทั้งสิ้น ตลอดจนชาวนาแท้ๆ หักลบแล้วไม่เหลืออะไรเลย ทำนากันก็แค่ไว้กินเอง ขาดทุนก็ทำเพราะไม่ต้องไปซื้อข้าว

        แต่พอแนวคิดหลายๆ อย่างเรื่องยางลงมา เพราะราคาดี คนกลับคิดไปในทางว่า หากยางราคาดี ทำสวนยาง ได้ราคาดี เอายางไปขายแล้วไปซื้อข้าวสาร แค่คิดกันซักครึ่งประเทศ อาการก็หนักแล้วครับ

        เราพึ่งพาและอยากโตมากเกินไปในบางครั้ง ทั้งๆที่ในอดีตพวกยาฆ่าแมลง ใครไม่ได้ต้องฉีดในนาข้าว ปัจจุบันต้องสู้กับวัชพืชในนา ใส่ยาคุมดินครับ เมล็ดพันธุ์คลุกสารเคมี กันมด กันนก และอื่นๆ สารพิษตกค้างกินเข้้าไปก็ได้สารพิษเก็บไว้ในร่างกาย ป่วยก็จ่ายค่ายาอีก ในขณะที่เราพึ่งยาต่างชาติมากกว่ายาสมุนไพรบ้านเรา และอื่นๆ

        กลไกวนเวียนเหล่านี้ครับ ที่น่าเป็นห่วง  อย่างคนปลูกยางในนา ที่น่านิยมคือว่า ยางโตดีในช่วงแรกๆ ดูแลง่ายดีครับ เพราะวัชพืชน้อยกว่าปลูกในทีู่สูงที่ควรจะอยู่ แต่ทุกอย่างก็มีข้อยกเว้น อยู่ที่สภาพต้นยาง ก็มีพันธุ์ที่ทนน้ำขัง

        อย่างกกเอง ทางออกก็คงมีหลายๆ วิธีการครับ ได้ชื่อว่าที่นาแค่เป็นนาร้างสักปีก็อาการหนักแล้วหล่ะครับ  แถวๆ บ้านผม คนก็เริ่มไ่ม่ค่อยทำนากัน ลดจำนวนลง แต่ชาวบ้านยังไม่อยากให้เป็นนาร้างเพราะทราบดีว่าไม่งั้นจะต่อในปีต่อไปจะหนัก จะมีพืชที่ไม่ต้องการได้รับเชิญให้เป็นพระเอก

        หากมีนาที่เป็นน้ำขังตลอดปี ปลูกข้าวสู้ทำนาผักบุ้งไม่ได้หรอกครับ รายได้ดีกว่าหากจะเน้นรายได้ ที่ผมเป็นห่วงหนักกว่านั้นคือ ต่อไปเจ้าของที่นาจะทำนาในฐานะที่เป็นลูกจ้างบริษัท แทนการเป็นเจ้าของที่จะลิขิตว่าตัวเองจะำทำนาหรือไม่ทำนา แต่วันหน้าอาจจะเป็นต้องทำในที่ตัวเองแต่ทำตามที่บริษัทชี้นิ้วครับให้ทำในฐานะคนใช้แรงงาน เมื่อถึงภาวะนั้น เราอาจจะมีประสบการณ์หลายๆ อย่าง

        หากองค์กรที่มีความรู้ทางการเกษตรที่เป็นองค์กรที่ควรให้ความรู้ทำให้มีศักยภาพได้ อาจจะเป็นที่พึ่งและเป็นพี่เลี้ยงให้ชาวนาได้สบายครับ อย่างปลูกอย่างในนา ผมก็ทราบว่าเกษตรอำเภอจังหวัดทั้งหลาย ก็ตระหนักและทราบกันดีครับ ว่าควรจะให้คำแนะนำอย่างไร และในสภาวะหนึ่งชาวนาเองก็ถกเถียงเรื่องเหล่านี้กันเองตลอด เพียงแต่หากไม่ทำเป็นชุดให้เค้าเห็นว่าอะไรควรจะเป็นทางไหน แ่ต่ท้ายที่สุดแล้วคือการทำด้วยตัวเองคงเป็นการรู้ที่ดีที่สุดครับ  การเปลี่ยนนายางเป็นนาข้าวในรอบต่อไป อาจจะเป็นด่านที่น่าจะสนุกอีกก็ได้ในช่วงที่ราคาข้าวแพง และราคายางตกต่ำเพราะปลูกกันมากเหลือเกินตอนนี้ อะไรราคาสูงคนอื่นเค้าก็ปลูกเป็นครับ คราวนี้ แข่งกันที่คุณภาพ อยู่ที่ว่าเราจะผลิตได้ดีแค่ไหนหากจะแข่งขันจะสู้กับใคร

           หากระบบการผลิตเราส่งวัตถุดิบออกแล้วท้ายที่สุดเรารับซื้อผลิตภัณฑ์มาขายกันเองในไทย ในราคาที่สูงกว่า ก็น่าคิดครับ มีหลายๆ ประเทศที่ร่ำรวยในการนำวัตถุดิบจากบ้านเราไปแปรรูปแล้วส่งออกไปขาย โดยที่ไม่ต้องผลิตวัตถุดิบเอง เห็นไหมครับ ว่าในที่สุดแล้วปัญญาสำคัญมากๆ เลย แต่สมองกับหัวใจนั้นต้องทำงานสัมพันธ์กันถึงจะทำให้สังคมไม่ร้อนได้ ไม่งั้นก็ร้อนกันต่อไปครับ

ขอบพระคุณมากๆ เลยนะครับ