ความเห็น 53057

Food Science/HR/2

ประชา กองสุข
IP: xxx.120.0.7
เขียนเมื่อ 

(หัวข้อของอาจารย์ ยม)

เรียนท่านอาจารย์ จีระ อาจารย์ยม และอาจารย์สมภพ 

          การเรียนวันที่ 23/07/09 ในส่วนของอาจารย์ยม ได้นำเสนอประสบการณ์ในการบริหาร HR โดยเน้น เรื่อง ปัญหาในด้าน HR และการประยุกต์นำเอาทฤษฏี 8K และ 5K มาใช้แก้ปัญหา สำหรับสิ่งที่ได้จากการเรียนในส่วนนี้ ผมนึกถึงหลักการแก้ปัญหาตามแนวพระราชดำรัสขององค์ในหลวง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์เข้ากับการทำงานได้ดังนี้

 

1. การเข้าถึงปัญหา  ปัญหาในด้าน HR ผมมอง 3 ด้าน คือ ด้านคน ด้านนโยบาย และด้านระบบงาน  โดยเฉพาะในเรื่องคน ผมมองพนักงานเปรียบเสมือนลูกค้าคนหนึ่งที่เราต้องดูแล ที่เราต้องการให้จงรักภักดีกับองค์กร ดังนั้น การเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของพนักงานเป็นสิ่งจำเป็นมาก ปัจจัยพื้นฐานแห่งความจำเป็นในการดำเนินชีวิตต้องพอเหมาะ ความสุขจากทำงานต้องมี ตัวอย่างความต้องการของพนักงานที่เคยพบมา  และผมได้จัดทำให้ เช่น พนักงานแจ้งว่าการทำงานเครียดอยากฟังเพลงระหว่างทำงาน ถ้าดูอย่างผิวเผินแล้ว ดูเหมือนไม่น่าก่อประโยชน์อะไรกับองค์กรมากนัก แต่หลังจากที่ทดลองทำจริงปรากฏว่า พนักงานมีทุนแห่งความสุข(Happiness capital)อย่างมาก มีรอยยิ้มมีความคึกคักมีชีวิตชีวาในการทำงาน ส่งผลต่องานที่ได้ดีขึ้น

 2.การเข้าใจปัญหา ปัญหาทุกอย่างถ้าคิดตามหลักวิทยาศาสตร์นั้น ปัญหาคือ โจทย์ หรือสมมุติฐานที่เราต้องการค้นหาคำตอบให้ได้ วิธีการแก้ไขปัญหา ก็เปรียบเสมือนวิธีการทดลองที่เราออกแบบขึ้น ซึ่งมีหลากหลาย และการทดลองให้ทราบผลก็คือ วิธีการนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งก็อาจจะล้มเหลว หรือสำเร็จได้ จะขึ้นอยู่กับว่า เราวิเคราะห์โจทย์ได้อย่าเข้าใจถ่องแท้หรือไม่ เช่น พบว่างานมีความผิดพลาด  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าน่าจะเกิดจากบุคคลก็ต้อง แก้ที่การ Training แต่ถ้าแก้แล้วไม่หายก็อาจจะมองไปที่ระบบงานหรือเครื่องจักร  ดังนั้นก่อนการตัดสินใจใดๆ พื้นฐานความเข้าใจในงานต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถ้าไม่เข้าใจ

อาจะส่งผลต่อการให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชาได้

 3. การแก้ไขปัญหา หลังจากทำความเข้าใจ และวิเคราะห์ในตัวปัญหาเสร็จแล้ว ก็ต้องกำหนดลำดับขั้นตอนการแก้ไข ในขั้นตอนนี้สำคัญมาก ถ้าแก้ไขถูกปัญหาก็จะจบแต่ถ้าแก้ไขโดยขาดขั้นตอนที่ 1 และ 2 ก็จะก่อปัญหาอย่างไม่สิ้นสุด ดูได้จากปัญหาของการเมืองไทยในปัจจุบัน ทุกคนมองปัญหาในมุมมองของตนเองฝ่ายเดียว ก่อให้เกิดการแบ่งฝ่ายทั้งๆที่ ผู้ที่สูญเสียตลอดเวลา คือ ประเทศชาติและประชาชนส่วนรวม  ดังนั้นการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ต้องอาศัยทุนแห่งความรู้(Knowledge capital) ที่รู้จริงรู้ลึก มีทุนทางอารมณ์ (Emotional capital)ไม่พูดจาหรือนำเสนอความคิดเห็นโดยใช้อารมณ์พาไป ใช้ทุนทางวัฒนธรรม(Cultural capital) ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น เกรงกลัวต่อบาป การรู้รักสามัคคี การเมตตาและให้อภัย เป็นต้น  เพื่อให้สามารถสร้างทุนแห่งการสร้างสรรค์ (Creativity capital) พัฒนาประเทศชาติต่อไปได้                                                    ขอบคุณครับ                                                        ประชา