ความเห็น 52518

Food Science/HR/2

น.ส. พันธุ์ทิพย์ น้ำทิพย์
IP: xxx.121.23.136
เขียนเมื่อ 

เรียน ดร.จีระ, อ.ยม, อ.สมภพ

                จากเทปบักทึกบทสัมภาษณ์ระหว่าง ดร.จีระ กับ Dr.Michael Hammer ผู้เชี่ยวชาญทางด้านRe-engineering การ Re-engineering เป็นการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างรุนแรงโดยไม่คำนึงถึง วิธีการหรือกระบวนการทำงานที่ผ่านมาในอดีต ดังนั้นการที่จะทำการ Re-engineering ได้ต้องทำในขณะที่องค์การมีความพร้อม คือ

                1.มีความพร้อมในด้าน Leadership ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมองว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องคิดเสมอว่า เมื่อโลกไม่หยุด เราก็ต้องไม่หยุด

                2.Work process กระบวนการปฏิบัติงาน ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ ณ ช่วงนั้นๆเพื่อตอบสนองต่อตลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้ได้มากที่สุด

                3.Human คือ บุคคลากรที่พร้อมจะปรับเปลี่ยน ปรับตัวให้เข้ากับสภาพการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะนำเอาวิธีการปฏิบัติใหม่ๆ มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

                การ Re-engineering กับธุรกิจด้านอาหาร มี Concept คล้ายๆกัน คือ เน้นการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากที่สุด ขอยกตัวอย่าง ทฤษฎี 3 วงกลม ของ ดร.จีระ มาใช้ดังนี้

                1.Context ในแบบ Re-engineering คือ การปรับกระบวนการทำงาน การผลิต เพื่อให้เกิดผลผลิตมากที่สุด ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วย

                2.Competencies ความสามารถในการทำงาน ในแบบ Re-engineering บุคคลากรที่มีคุณภาพตอบสนองต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทางองค์การนำมาได้เป็นอย่างดี โดยที่บุคลากรสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองสามารถทำงานในทุกๆแผนกได้ และมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

                3.Motivation แรงจูงใจในแบบ Re-engineering  นั้น ขอพูดถึงความสำเร็จขององค์การ การพัฒนาในด้านของผลผลิต และการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเป็น Concept ที่สำคัญขององค์การธุรกิจด้านอาหาร แรงจูงใจที่สำคัญ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย มีคุณภาพ และมีผลผลิตสูงสุดเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้ได้มากที่สุด

                การเปลี่ยนแปลงในแบบ Re-engineering เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและไม่คำนึงถึงอดีต ดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงอาจเป็นปัญหาสำหรับวัฒนธรรมองค์การในประเทศไทย ซึ่งยังคงมีการทำงานแบบเดิมๆในแบบเก่าๆ ตามที่ทางองค์การดำเนินการปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยเริ่มตั้งบริษัท มีหลายบริษัทในประเทศไทยที่ยังคงเป็นแบบนี้ ดังนั้นการปฏิบัติในแบบ Re-engineering จริงๆจึงทำได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย มันคงต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน เพราะคนไทยจริงๆเป็นคนที่ยอมรับความจริง ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยต้องมีเหตุผล ในการกระทำนั้นๆเมื่อทำให้เค้ายอมรับได้แล้วก็ไม่ยากที่จะพัฒนาต่อ เพราะคนไทยเป็นคนที่มีความตั้งใจสูง ไม่ว่าจะมีอุปสรรค์แค่ไหนขอให้พวกเค้าเปิดใจยอมรับ พวกเค้าก็จะพยายามทำมันให้ได้ และได้ดีอย่างแน่นอน มีคำถามว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในแบบ Re-engineering แล้วถ้ามีคนยังปรับตัวไม่ได้ จะทำยังไง ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า เมื่อใดก็ตามที่ทำให้พวกเค้าเปิดใจยอมรับ การพัฒนา และการปรับตัวของพวกเค้าย่อมทำได้ไม่ยากโดยสิ่งนั้นต้องมีเหตุผลไม่ขัดกับคุณธรรมหรือจริยธรรมในการทำงาน ต้องเป็นการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ชัดเจน มีการวัดประเมินผลได้ กระบวนการปฏิบัติที่ดี ยอมเกิดแรงจูงใจในการพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับองค์การที่มีประสิทธิภาพ

  

เรียน อ.ยม, ดร.จีระ, อ.สมภพ

            อ.ยมได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในด้านทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งแนวทางการแก้ปัญหา สิ่งที่เห็นได้ชัด

                ประการแรก คือ การไม่มีทุนแห่งความสุข เมื่อไม่มีทุนแห่งความสุขในการทำงาน การทำงานที่ไม่มีความยุติธรรม ส่งผลให้การทำขาดปะสิทธิภาพ เมื่อขาดทุนแห่งความสุข มากขึ้น มากขึ้น ก็จะเกิดการประท้วง ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ก็จะขาดทุนทางปัญญาตามมา วิธีการแก้ไขเราก็ต้องดูว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกเค้าไม่มีความสุข แล้วเราก็เข้าไปแก้เหตุที่ทำให้พวกเค้าไม่มีความสุขนั้น จากภาพที่ อ.ยม ฉายภาพให้ดูจะเห็นได้ว่าพนักงานไม่มีความสุขเกิดการประท้วงเมื่อผู้บริหารทราบเหตุที่ประท้วงเข้าทำการแก้ไขสร้างความประนีประนอม ให้ความเป็นธรรมกับสภาแรงงาน รับข้อเสนอ ซึ่งกันและกันเมื่อตกลงกันได้ก็จะเกิดทุนแห่งความสุข จะเห็นได้ว่า ในตอนแรก

                ปัญหา เกิดจากการ ไม่มีทุนแห่งความสุขและเกิดการขาดทุนแห่งปัญญาตามมา

                การแก้ปัญหา ใช้ทุนทาง ปัญญา และจะทำให้เกิด ทุนแห่งความสุข

                ประการที่สอง คือ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในฝ่ายทรัพยากรมนุษย์มีมากมายเนื่องจากเป็นแผนกที่ใกล้ชิดกับคน ผู้ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจได้ยากที่สุด หลักในการจัดการกับปัญหาต่างๆที่มากมายหลากหลายนี้ อย่างแรกที่เราควรปฏิบัติคือ

                1.จะต้องจัดระบบการทำงานในฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้พร้อมกับปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น

                2.เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ควรที่จะหาสาเหตุของปัญหาต่างๆนั้นให้ได้

                3.ต้องมีวิธีการแก้ปัญหาที่ดีตามลำดับความสำคัญก่อนหลัง เพื่อให้เกิดผลกระทบที่น้อยที่สุดกับกระบวนการ การทำงานโดยรวมขององค์การ

            4.ลงมือแก้ปัญหานั้นๆโดยยึดหลักคุณธรรม ใช้ทุนทางจริยธรรม

                5.ติดตามและประเมินผลของการแก้ปัญหานั้นๆว่าเป็นไปตามการคาดหวังหรือเกินการคาดหวังหรือไม่

จากข้างต้นหากเราปฏิบัติได้ก็จะเกิดทุนแห่งความยั่งยืน

                ประการที่สาม คือ หากองค์การสามารถหาสาเหตุของปัญหาได้ มีวิธีการแก้ปัญหาที่ดี ลงมือปฏิบัติโดยยึดหลักคุณธรรม มีผลการปฏิบัติที่เป็นไปตามคาดหมาย ก็จะทำให้สังคมการทำงานขององค์การนั้น เป็นสังคมการทำงานที่มีความสุขและยั่งยืน.