ความเห็น


สวัสดีครับConductor 

ก่อนจะเรียนรู้เป็นหรือมองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงได้นั้น ก็ต้องได้รับโอกาสเสียก่อน เช่น พ่อแม่ ให้โอกาสแก่ลูกๆ ได้รับ "การศึกษา" การให้โอกาสทางการศึกษานั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ

ส่วนความมี หิริ-โอตตัปปะ นั้น มีอยู่แล้วในตัวของทุกคน เพียงแต่สภาพความเป็นจริงไม่รุนแรงถึงขั้นคอขาดบาดตายเลยไม่แสดงออกมา 

  • หิริ คือ ความละอายใจในการทำบาป
  • โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวผลของการทำชั่ว

ถ้านักการเมืองเรียนรู้เป็น มองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง และมีหิริโอตตัปปะ ประชาชนจะอยู่ดีกินดี+เมืองไทยจะเป็นมหาอำนาจไหมครับ?

เมื่อนักการเมืองมีหิริโอตตัปปะนี้แล้ว กฎหมายบ้านเมืองทุกมาตราไม่มีใครกล้าทำผิดหรอก อย่าว่าแต่ธรรมเลย การอยู่ด้วยกันเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวกหลายคนด้วยกัน ถ้ามีหิริโอตตัปปะแล้ว ไม่มีอิจฉาริษยาเบียดเบียนซึ่งกันและกันมันก็เป็นสุขเท่านั้น หากคิดผิดประทุษร้ายเกิดความละอายและกลัวขึ้นมา นั่นธรรมเตือนขึ้นมาแล้ว เลยไม่กล้าทำความชั่ว ครั้นทำลงไปก็เป็นเหตุให้เดือดร้อนวุ่นวาย ตนเองเดือดร้อนเพราะทำชั่ว คิดชั่ว แล้วก็เป็นเหตุให้คนอื่นเดือดร้อนอีกด้วย

เรียกว่า ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ผู้ประพฤติสุจริตก็มี หิริโอตตัปปะ อยู่ในตัวนั่นแหละ เรียกว่า ประพฤติธรรมสุจริต ผู้ประพฤติธรรมดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้ มันก็สวมหัวใจของเรามาแต่เบื้องต้นนั่นน่ะซี จะสุขที่ไหน สุขแต่เบื้องต้นที่เราประพฤติดี ประพฤติชอบ มันไม่เดือดร้อนวุ่นวาย คนอื่นก็สุข อยู่หมู่มากด้วยกันก็สุข หมู่น้อยก็เป็นสุขด้วยกันทั้งหมด ไม่มีเดือดร้อนวุ่นวาย จึงว่าธรรมอันนี้เป็นของดี

การให้โอกาสทางการ "ศึกษา" นั้นถือว่าเป็นการช่วยและการช่วยนี้ทำให้คนได้ดีมามากแล้วนะครับ ส่วนการทำเป็นนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถของแต่ละคนครับ

ดีใจครับที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน จากคนบ้านนอกธรรมดาคนหนึ่ง ขอบคุณครับ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท