สวัสดีครับอาจารย์ Ranee

ขอบพระคุณมากครับสำหรับข้อคิดเห็น

โดยส่วนตัวนะครับผมคิดว่า วัฒนธรรมทางการกินของวัยรุ่นนั้นเปลี่ยนไปทั่วโลกครับ โดยส่วนตัวผมเองไม่ต่อต้านการเข้ามาของอาหารชาติต่างๆนะครับ เพราะผมคิดว่าการเข้ามาของอาหารชาติต่างๆนั้น ก็เหมือนกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน และบ่อยครั้งเราอาจจะเห็นการประยุกต์ของอาหารแต่ละชาติได้ครับ เช่นมาม่าสปาเก็ตตี้ หรือก๋วยเตี๋ยวหมูสับ ที่น้ำซอสนั้นดูเหมือนซอสสปาเก็ตตี้สุดๆนะครับ (อันนี้ผมคิดเองนะครับ)

ผมเองก็ไม่ได้ตกใจที่เด็กไทยนั้นไปกินอาหารชาติอื่นๆมากกว่า เพราะเราอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วก็ได้ว่า เด็กไทยนั้นกระแสนิยมค่อนข้างแรงพอสมควร แต่ผมก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า อาหารที่เขาชอบ ถ้าให้เลือกมาสักสิบอย่าง โอกาสที่อาหารไทยจะติดอันดับอยู่ ก็คงมีอยู่มากพอสมควรครับ ผมคิดว่าคงมีเด็กไทยจำนวนน้อยที่จะไม่ชอบกินข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด

แต่ที่ผมค่อนข้างกังวล กลับเป็นวัฒนธรรมในการกินข้าวร่วมกันเป็นครอบครัวครับ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าแปลกใจพอสมควรที่ครอบครัวในปัจจุบันที่เล็กลงเรื่อยๆ กลับไม่สามารถทานข้าวพร้อมหน้ากันได้บ่อยๆ ผิดกับสมัยก่อนที่ครอบครัวถึงแม้จะใหญ่แต่ก็กินข้าวร่วมกันได้บ่อยกว่าปัจจุบัน ที่ผมค่อนข้างกังวล ก็เพราะว่า การทานข้าวร่วมกันนั้น มันเป็นการแลกเปลี่ยนกันถึงความอบอุ่น ความอาทร และความห่วงใยระหว่างคนในครอบครัวนะครับ และถ้าเราไม่มีตรงนี้ ก็คงไม่แปลกใช่ไหมครับว่า ทำไมเราจะเห็นภาพสะท้อนของอาหารแบบ delivery มากขึ้น

ขอบพระคุณครับอาจารย์ราณีที่ได้กรุณาเข้ามาครับ