P 

ที่น่าชื่นใจอีกประการหนึ่งของสังคมอินเดียก็คือการรักษาประเพณีอันดีงามเอาไว้อย่างดี โดยเฉพาะเรื่องศีล 5 และความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ในรัฐพิหารเราจะเห็นนักเรียนหญิงที่เดินไปเรียนเป็นกลุ่มเฉพาะผู้หญิง จะมีผู้นำคนหนึ่ง คนอื่นก็เดินตามไปเป็นแถว ทราบว่าผู้หญิงผู้ชายยังคงแยกกันด้วยความเชื่อที่ว่าต้องรักษาคุณค่าของเพศของตน

ประเพณีที่ว่าผู้หญิงต้องไปสุ่ขอผู้ชายมาเป็นสามีนั้น คนไทยเราจะทราบแต่เพียงว่าเป็นเรื่องที่เอาเปรียบผู้หญิง แต่ฟังพระท่านบรรยายแล้วก็มีแง่คิดว่า น่าจะเป้นเรื่องที่เป็นกุศโลบายให้สังคมดำรงของเขาอยู่ได้

กล่าวคือให้ทั้งเพศชายได้สร้างคุณค่าของตัวเองเพื่อที่จะให้ดีสำหรับการมาสู่ขอ ถ้าผู้ชายทำตัวไม่ดี ก็จะหมดคุณค่าสำหรับผู้หญิง

การที่ผู้ชายจะมีคุณค่าดีนั่นแหละทำให้ผู้ชายต้องเป็นผุ้ที่อยู่ในศีลในธรรม รักษาเนื้อรักษาตัวเพื่อที่จะได้มีคนมาสู่ขอ ให้เลี้ยงดูและปกป้องหญิงสาว

ในส่วนของหญิงสาว หญิงไทยอาจจะขัดใจและเดือดร้อนมากหน่อยเพราะยังมีประเพณีคลุมถุงชนอยู่มาก ลูกสาวของครอบครัวจะขึ้นอยุ่กับบิดาที่จะไปสู่ขอชายใดให้เป็นสามี ซึ่งก็นั่นแหละ บิดาต้องดูแล้วว่าชายที่ตนจะไปยกลูกสาวให้นั้นเป็นคนดีและเลี้ยงดูและปกป้องลูกสาวตนได้ตลอดไป....(เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากไป)

สรุปก็คือว่าเพราะประเพณีที่ยกให้ผู้ชายมีคุณค่าสูงในสังคม ทำให้ทั้งสองเพศอยู่ด้วยกันโดยมีการแบ่งแยกบนเส้นของศีลธรรมเพื่อรักษาคุณค่าของตัวเอง....ช่างฉลาดดีแท้........ไม่เหมือนความมีเสรีภาพของสังคมหนึ่งที่ แม้จะมีศีล 5 แต่ก็ไม่มีใครปฏิบัติตามเลย

คนไทยที่ไปเที่ยวอินเดียมักจะปรารภว่าไปอยู่ตั้งหลายวัน ยังไม่เห็นผู้หญิงอินเดียที่สวยเลยสักคน....ผมคิดว่าจริงเพราะคนอินเดียไม่แสดงออกที่ชวนให้คิดไปในเรื่องกามารมณ์เลย ซึ่งผิดจากบ้านเราที่ความรู้สึกดังกล่าวเป็นเรื่องสาธารณะ เฟื่องฟูมากและมากขึ้นทุกที

ในภาพความยากจน สกปรก ไม่เป็นระเบียบจึงมีสิ่งที่ยังมีคุณค่าแฝงอยู่ มิน่าละคนอินเดียจึงให้ความสำคัญในสาระมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก

ด้วยความปรารถนาดี