ความเห็น 414411

ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุไปเสียแล้ว

เขียนเมื่อ 

มีข่าวที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผู้สูงอายุจากกรมอนามัยค่ะ

อีก 25 ปี คนแก่เพิ่มขึ้น 2 เท่า กรมอนามัยจับมือ จ.นนทบุรี นำร่องพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพแบบบูรณาการแก่ผู้สูงอายุ



กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวโน้มไทยเป็นสังคมสูงอายุ อีก 25 ปี คนแก่เพิ่มขึ้น 2 เท่า เตรียมรับมือปัญหาภาวะพึ่งพาของผู้สูงอายุ จับมือ จ.นนทบุรี นำร่องพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบสุขภาพและสวัสดิการแบบองค์รวม เน้นกลยุทธ์สร้างเครือข่ายที่หลากหลาย และเพิ่มศักยภาพผู้สูงวัย

วันนี้ (15 มีนาคม 2550) นายแพทย์โสภณ เมฆธน รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผย ว่า จากการคาดประมาณประชากรของสหประชาชาติและ สนง. คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.8 ในปี 2513 เป็นร้อยละ 10.5 ในปี 2549 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 21.4 ในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ในระยะเวลา 25 ปี

 ซึ่งจากแนวโน้มคนไทยมีอายุยืนยาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้าจะก่อให้เกิดภาวะพึ่งพาของผู้สูงอายุ ที่ส่งผลต่อการขยายตัวของภาวะทุพพลภาพทางสังคม และก่อให้เกิดปัญหาสาธารณสุขตามมา 

 ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดทำโครงการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบสุขภาพและสวัสดิการสังคมเชิงบูรณาการสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยขึ้น

โดยขอรับทุนสนับสนุนทางวิชาการจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหา ภาวะประชากรสูงอายุในอนาคต ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมวิชาการ 4 กรม รับผิดชอบพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด

ได้แก่ กรมการแพทย์ รับผิดชอบ จ.เชียงราย, กรมสุขภาพจิต รับผิดชอบ จ.สุราษฎร์ธานี, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รับผิดชอบ จ.ขอนแก่น และกรมอนามัย รับผิดชอบ จ.นนทบุรี

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อไปว่า ในระหว่างที่รอผลการพิจารณาขอรับทุนจากญี่ปุ่น กรมอนามัยได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบสุขภาพฯ สำหรับผู้สูงอายุ ในจังหวัดนนทบุรี (ระยะที่ 1) ขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเพิ่มศักยภาพของความร่วมมือและพัฒนามาตรฐานการบริการระดับท้องถิ่น

โดยจัดเป็นการศึกษาแบบนำร่องและเรียนรู้จากบทเรียนที่ดี สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุในอนาคต และตอบสนองต่อสิ่งจำเป็นของผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่นได้ การชี้แจง แนะนำ ทำความเข้าใจแก่บุคลากรระดับจังหวัด และระดับอำเภอ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมทั้งระดมสมองให้เกิดรูปแบบการบริการแบบบูรณาการและการสรุปบทเรียน

นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลของชมรมผู้สูงอายุจังหวัดนนทบุรี พบว่า ผู้สูงอายุมีโรคทางกาย ร้อยละ 30.44 เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคทางจิต ร้อยละ 2.5    

 จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้สูงอายุ มีความเคลื่อนไหว ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการในการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือกันเอง และช่วยเหลือผู้อื่น 

 ดังนั้นการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุของ จ.นนทบุรี จึงเป็นกระบวนการทำงานแบบภาคีเครือข่ายที่มีความหลากหลายทางกลุ่มวิชาชีพโดยคำนึงถึงศักยภาพของกลุ่มผู้สูงอายุ

 ได้แก่ 1) กลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตนเองและสังคมได้ เช่น โครงการจิตอาสา และ โครงการเชื่อมสายใยสองวัยต้วมเตี้ยมเลี้ยงเตาะแตะ

 2) กลุ่มผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตนเองและกลุ่มเพื่อนได้ เช่น โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน

 และ 3) กลุ่มที่ต้องการรับการช่วยเหลือจากสังคม เช่น โครงการ Home Health Care โครงการจัดตั้งศูนย์บริการทางสังคมเพื่อผู้สูงอายุ โครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และ โครงการคลินิกผู้สูงอายุ เป็นต้น