ความเห็น 40158

HR for SMEs Clinic

ยม "บริษัทที่ดี สู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ ทำกันได้อย่างไร สอดคล้องกับ ทฤษฎี 8K's ของ ศ.ดร.จีระ หรือไม่"(ต่อจาก Blog ที่แล้ว)
IP: xxx.139.223.18
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

ต่อจาก Blog ที่แล้ว บริษัทที่ดี สู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ ทำกันได้อย่างไร สอดคล้อง สัมพันธ์กับ ทฤษฎี 8K's ของ ศ.ดร.จีระ หรือไม่"(ต่อจาก Blog ที่แล้ว) เชิญท่านติดตามได้จากข้อมูลตอนท้ายนี้ ขอความสวัสดี จงมีแด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

 สวัสดีครับ

ยม

 GOOD TO GREAT บริษัทที่ดี สู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ มีพฤติกรรมองค์กรอย่างไร

บริษัทที่ประสบความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศ เป็นที่ยอดรับกันทั่วไป
บริษัทที่ยังไม่สามรถสู่ความเป็นเลิศและยิ่งใหญ่ได้
·        เก่งในการกระตุ้นให้คนในองค์กรทำงานได้ดี แทบพูดได้ว่าล้างสมองเลย แต่เป็นการล้างสมองที่ดี เพราะทำให้พนักงานมีความจงรักภักดีต่อองค์กร เพื่อที่จะได้ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        เก่งในเรื่องผลิต หรือบริการลูกค้าอย่างเดียว ส่วนพนักงานขาดการกระตุ้นเชิงสร้างสรรค์
·        มีป้ายยินดีต้อนรับ…..เข้ามาเป็นพนักงาน และใช้เวลาในการสื่อสารให้เข้าใจถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดว่าจะต้องบริการลูกค้าด้วยความเป็นเลิศ ทั้งด้วยความเป็นมืออาชีพจากพนักงาน กฎข้อแรกของบริษัทคือ จงใช้วิจารณญาณที่ดี ในการตัดสินใจปัญหาในทุกสถานการณ์ โปรดถามหัวหน้างานหรือผู้จัดการของคุณเมื่อคุณสงสัยทุกเวลา (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        รีบรับคนเข้ามาทำงาน อบรมปฐมนิเทศน์ ใช้เวลาให้น้อยที่สุด เน้นที่ PRODUCTIVITY ·        ไม่ได้สร้างผู้นำให้เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำที่ดี  ผู้นำวัดผลที่ OUT PUT
·        เน้นและสนับสนุนให้พนักงานทำภารกิจ ให้ถึงความเป็นเลิศ (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        เน้นให้พนักงานทำงานตามวิธีการปฏิบัติงาน ตามเป้าหมายที่บริษัท กำหนดไว้เพียงอย่างเดียว
·        ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการอบรม หมายถึงความจงรักภักดี ความตื่นตัว และมีอุดมคติอย่างสูงที่จะบรรลุความสำเร็จ  (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        อบรมให้สั้นที่สุด เน้นเทคนิควิธี คุณภาพในการทำงาน 
·        พนักงานใหม่จะต้องเรียนรู้สิ่งซึ่งเป็นพื้นฐาน 3 ประการ คือ การฝึกพินิจพิจารณา การฝึกอบรมที่ต้องอบรม และปรัชญาทางด้านทักษะ พนักงานต้องเข้าใจในวัฒนธรรม และอุดมการ ของบริษัทเหมือนกัน  (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน)·        พนักงานใหม่ ส่งเข้าทำงานให้เร็วที่สุด เพื่อเร่งทำงานให้ทันกาล·        การอบรมเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต้องทำกันเอง
·        สร้างสถานที่สำหรับพนักงานโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ เป็นที่เรียนรู้และพักผ่อน  มีความเชื่อว่า สถานบันองค์การ เป็นสถานที่สร้างความเชื่อ ความศรัทธา เปรียบประดุจกับโรงเรียน โบสถ์ ทางศาสนา สอนให้พนักงานเสียสละตัวพนักงานเพื่อองค์การ ปลูกฝังให้พนักงานรู้สึกว่า การลาออกจากบริษัทเป็นการย้ายถิ่นหรืออพยพไปอยู่ดินแดนใหม่ สร้างความรู้สึกว่า องค์กรคือบ้านของเขา  (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        บริษัทหรือสถาบันคือที่ทำงาน ที่ที่มาร่วมกันสร้างกำไร เพียงอย่างเดียว ·        ไม่สนใจสร้างสถานที่ให้พนักงานได้มีการพบปะสังสรรค์ ไม่จำเป็นต้องสร้างความเชื่อถือศรัทธาใด มีหน้าทำงานก็ทำไป
·        เปลี่ยนโฉมพนักงานใหม่ ตั้งแต่พนักงานแรกเริ่มเข้าทำงานในบริษัท ฝึกทักษะ หรือฝีมือให้เป็นมืออาชีพจริง ๆ เพื่อรับใช้ลูกค้า  ถ้าคุณ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ ด้วยการทำตนให้มีคุณภาพ อยู่เสมอ คุณก็น่าจะไปอยู่ที่อื่นให้เร็วที่สุด(ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        สั่งการอย่างเดียว ไม่มีโครงการหรือความคิดที่จะเปลี่ยนโฉมพนักงาน ตั้งแต่แรกเข้าทำงาน ให้สามารถสนองตอบต่อนโยบาย ของบริษัท และความต้องการของลูกค้าได้
·        มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม  มีผู้บริหารระดับ 5 เป็นคนดีมีฝีมือ อ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายมนุษย์สัมพันธ์ดี แต่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        อยากจะเปลี่ยนแปลง แต่ยาก ขาดผู้บริหารที่ดี อ่อนน้อมถ่อมตน มีผู้บริหารที่เป็น one man show และมีผู้บริหารที่มีอาการของโรค หมาตัวใหญ่ที่สุด คือ ไม่มีปัญหาที่จะให้หมาตัวอื่น อยู่ในกรงด้วย ตราบใดที่ตัวเองยังคงเป็นใหญ่ที่สุด
·        เรียกร้องให้พนักงานทุกคน เข้ารับการฝึกอบรมในช่วงปฐมนิเทศ เพื่อที่จะอบรมให้พนักงานได้เข้าใจถึงปรัชญา อุดมการขององค์กร และวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัท   (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        งดหรือลดเวลาปฐมนิเทศน์ ให้น้อยที่สุด จัดพอเป็นพิธี ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรให้มาก  พนักงานมีหน้าที่ทำงานให้ได้โดยเร็ว
·        จัดครูฝึก ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษในการจัดอบรม ปฐมนิเทศ สัมมนา โดยพยายามที่จะชี้ให้เห็นประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ของบริษัท อุดมการณ์   ปลูกฝังและฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักว่า บริษัท สำคัญที่สุด (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        ให้ระดับพนักงานในฝ่ายบุคคล จัดอบรม ปฐมนิเทศน์ก็พอ ให้จัดเป็นพิธีนิดหน่อยก็พอแล้ว แค่ทำตาม WORK INSTRUCTION ที่กำหนดไว้ก็พอ
·        การฝึกอบรมปฐมนิเทศน์จะประกอบไปด้วยรูปภาพของประธานบริษัท ผู้บริหารที่ทรงเกียรติ เพื่อจะสร้างจินตภาพให้กับพนักงานว่า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนั้นนั่งร่วมอยู่ด้วย และมีผู้บริหารที่มีฝีมือ มีความรู้ ผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ที่บริษัท พนักงานจะรู้สึกราวกับว่าภูมิใจที่ได้เข้ามา และได้มีส่วนร่วม ในการสร้างบริษัทด้วยกัน (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        ปฐมนิเทศไม่จำเป็นต้องมีรูปอะไรให้มันเสียเวลา ทำให้ถือว่าได้ทำก็พอแล้ว ·        เรื่องปฐมนิเทศเป็นเรื่องธรรมดาๆ ผู้บริหารไม่ควรไปยุ่งหรอก
·        หลังจากฝึกอบรม  พนักงานจะถูกนำมาให้รู้จักกันเพื่อที่จะเข้าใจถึงงานหลักนั้นจริงๆ  สอนให้พนักงานเข้าใจบทบาท ภารกิจ  พนักงานใหม่ จะใช้เวลาส่วนมากในการพบปะกับพนักงานเก่าที่มีทัศคติที่ดีกับบริษัท(พี่เลี้ยง) จะยิ่งทำให้บริษัทปลูกฝังให้พนักงานได้ง่ายยิ่งขึ้น ราวกับอยู่สมาคมเดียวกัน และเป็นเหมือนเพื่อนบ้าน (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        พนักงานใหม่ หลังจากฝึกอบรม  ให้รีบส่งเข้าทำงานโดยเร็ว ·        ไม่มีระบบพี่เลี้ยง ·        บริษัทคือที่ทำงาน มาทำงาน ทำงาน ไป
·        สร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน เปรียบเสมือน พ่อกับลูก เพื่อคาดหวังให้พนักงานทุ่มเทอุทิศชีวิตตัวเอง และให้มีความมุ่งมั่น  ปั้นพวกเขาเหล่านั้นให้เข้าใจถึงความคิดและการปฎิบัติในทิศทางของผู้เป็นพ่อ(ประธานบริษัท) ขจัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไป ในขณะที่ผู้ที่ได้รับการดูแล สนับสนุน ผู้ที่รับใช้บริษัท คือผู้ที่อยู่ด้วยความจงรักภักดี  (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        พนักงานคือลูกจ้าง มาทำงาน ก็ทำไป  
·        สร้างให้พนักงานรู้สึกภูมิใจในบริษัท (ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        สร้างให้พนักงานกลัวเกรง ให้รู้ว่ามีกฎที่เข้มอะไร บ้าง และใครมีอำนาจ เบ็ดเสร็จ
·        มีกระบวนการสร้างความเป็นบึกแผ่นต่อองค์กร ตั้งแต่วันว่าจ้าง(ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        ไม่มีกระบวนการสร้างความเป็นบึกแผ่นต่อบริษัท ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานอัดกันเอง เพื่อจะได้มีข้อมูลบริหาร
·        มีกลไกที่ตอบสนองพนักงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การลงทุน ความสำเร็จจะได้รับการฉลองจากบริษัท(ทุนทาง IT ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )·        ความสำเร็จเป็นหน้าที่ ที่ต้องทำ จะไปฉลองอะไรกันให้เปลืองเงิน เปลืองเวลา
·        มีผลประโยชน์จากบริษัทให้กับพนักงานที่ทำตามอุดมการณ์ของบริษัท (ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        ไม่มีสิ่งดังกล่าว
·        มีรางวัล คำชมเชยต่อพนักงานทีมีความมุมานะ และจริงใจที่จะสร้างบริษัทให้ดียิ่งขึ้น ๆ ไปและทำโทษพนักงานที่ไม่เอาใจใส่ในการสร้างบริษัท (ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข)·        ตัดรางวัล การให้รางวัลไม่จำเป็น ·        เน้นให้พนักงานทำงาน ทำกำไร เพียงอย่างเดียว ยังขาดการมุมานะที่จะให้พนักงานสร้างบริษัทให้ยิ่งใหญ่ขึ้น
·        สร้างมหาวิทยาลัยภายในและศูนย์ฝึกอบรม ให้ฝึกงานเฉพาะสาขากับผู้บังคับบัญชา (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        บริษัท ไม่ใช่ที่เรียน ใครเรียนให้ออกไป หรืออยากจะเรียนก็รับผิดชอบตัวเอง อย่าให้เดือดร้อน ไม่งั้น ออก!
·        เขียนย้ำและจดจำเสมอถึงคำของบริษัทว่า พนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ (ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        พนักงานไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมใด ๆ มากนัก ·        ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพนักงาน
·        จัดให้มีความสมดุลย์ระหว่างอุมการณ์กับการกระตุ้นความเจริญเติบโตของพนักงานด้วย เพราะจะเสริมพลังให้กันและกัน ไม่ปล่อยให้ผู้มีความรู้หนีหายไป  ถึงแม้จะเน้นอุดมการณ์หลัก แต่ก็ให้อิสระต่อการ ปฏิบัติงาน โดยเริ่มปลูกฝังอุดมการณ์ให้พนักงานได้รู้ซึ้งตั้งแต่แรกเสียก่อน เพราะบริษัท จะต้องฝึกคน กำจัดคนไม่ดีเสียแต่ตอนแรก ก่อนที่คนไม่ดีจะเข้ามายังสถาบันอันทรงเกียรติ หลังจากนั้นก็จะให้พนักงานมีอิสระในการประยุกต์ทักษะและประสบการณ์เขาเอง พัฒนางาน (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ ทุนทาง IT ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        ผู้มีความรู้ ความสามารถ THEY CAME, THEY SEE AND THEY GO·        ไม่มีระบบกระตุ้นความเจริญก้าวหน้าแก่พนักงาน·        ไม่มีระบบกลั่นกรองคนไม่ดี ที่อาจจะหลุดเข้ามาในบริษัท ·        พนักงานไม่มีอิสระในการทำงาน ต้องเข้มงวดให้มาก
·        ฟังความเห็นทุกคนไม่ว่าจะดีหรือไม่ (ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        รับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ทุกคน
·        ยกพนักงานและสินค้าเป็นคุณค่าหลักก่อนตัวกำไรของบริษัทและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่สูงสุดคือการที่พนักงานได้มีส่วนร่วมในภารกิจที่นำผลไปกับความพอใจของลูกค้า (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        ยกตัวกำไร เป็นคุณค่าหลัก เน้นให้ผู้บริหารและพนักงานสร้างกำไร
·        สร้างระบบที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงระบบ (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม)·        ไม่มีระบบการให้พนักงานมีส่วนร่วมใด ๆ