สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และผู้สนใจทุกท่าน 

 เนื่องจาก เนื้อที่ของ Blog ที่แล้ว ไม่พอที่จะใส่เนื้อหาที่ผมเขียนไว้ ผมจึงนำมาใส่ไว้ในหน้านี้

สวัสดีครับ

 ยม

 

 GOOD TO GREAT จากบริษัทที่ดี สู่บริษัที่ยิ่งใหญ่ ทำกันได้อย่างไร (ต่อจาก blog ที่แล้ว)

บริษัทที่ประสบความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศ เป็นที่ยอดรับกันทั่วไป
บริษัทที่ยังไม่สามรถสู่ความเป็นเลิศและยิ่งใหญ่ได้
·        เก่งในการกระตุ้นให้คนในองค์กรทำงานได้ดี แทบพูดได้ว่าล้างสมองเลย แต่เป็นการล้างสมองที่ดี เพราะทำให้พนักงานมีความจงรักภักดีต่อองค์กร เพื่อที่จะได้ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        เก่งในเรื่องผลิต หรือบริการลูกค้าอย่างเดียว ส่วนพนักงานขาดการกระตุ้นเชิงสร้างสรรค์
·        มีป้ายยินดีต้อนรับ…..เข้ามาเป็นพนักงาน และใช้เวลาในการสื่อสารให้เข้าใจถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดว่าจะต้องบริการลูกค้าด้วยความเป็นเลิศ ทั้งด้วยความเป็นมืออาชีพจากพนักงาน กฎข้อแรกของบริษัทคือ จงใช้วิจารณญาณที่ดี ในการตัดสินใจปัญหาในทุกสถานการณ์ โปรดถามหัวหน้างานหรือผู้จัดการของคุณเมื่อคุณสงสัยทุกเวลา (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        รีบรับคนเข้ามาทำงาน อบรมปฐมนิเทศน์ ใช้เวลาให้น้อยที่สุด เน้นที่ PRODUCTIVITY ·        ไม่ได้สร้างผู้นำให้เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำที่ดี  ผู้นำวัดผลที่ OUT PUT
·        เน้นและสนับสนุนให้พนักงานทำภารกิจ ให้ถึงความเป็นเลิศ (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        เน้นให้พนักงานทำงานตามวิธีการปฏิบัติงาน ตามเป้าหมายที่บริษัท กำหนดไว้เพียงอย่างเดียว
·        ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการอบรม หมายถึงความจงรักภักดี ความตื่นตัว และมีอุดมคติอย่างสูงที่จะบรรลุความสำเร็จ  (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        อบรมให้สั้นที่สุด เน้นเทคนิควิธี คุณภาพในการทำงาน 
·        พนักงานใหม่จะต้องเรียนรู้สิ่งซึ่งเป็นพื้นฐาน 3 ประการ คือ การฝึกพินิจพิจารณา การฝึกอบรมที่ต้องอบรม และปรัชญาทางด้านทักษะ พนักงานต้องเข้าใจในวัฒนธรรม และอุดมการ ของบริษัทเหมือนกัน  (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ·        พนักงานใหม่ ส่งเข้าทำงานให้เร็วที่สุด เพื่อเร่งทำงานให้ทันกาล·        การอบรมเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต้องทำกันเอง
·        สร้างสถานที่สำหรับพนักงานโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ เป็นที่เรียนรู้และพักผ่อน  มีความเชื่อว่า สถานบันองค์การ เป็นสถานที่สร้างความเชื่อ ความศรัทธา เปรียบประดุจกับโรงเรียน โบสถ์ ทางศาสนา สอนให้พนักงานเสียสละตัวพนักงานเพื่อองค์การ ปลูกฝังให้พนักงานรู้สึกว่า การลาออกจากบริษัทเป็นการย้ายถิ่นหรืออพยพไปอยู่ดินแดนใหม่ สร้างความรู้สึกว่า องค์กรคือบ้านของเขา  (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ) ·        บริษัทหรือสถาบันคือที่ทำงาน ที่ที่มาร่วมกันสร้างกำไร เพียงอย่างเดียว ·        ไม่สนใจสร้างสถานที่ให้พนักงานได้มีการพบปะสังสรรค์ ไม่จำเป็นต้องสร้างความเชื่อถือศรัทธาใด มีหน้าทำงานก็ทำไป
·        เปลี่ยนโฉมพนักงานใหม่ ตั้งแต่พนักงานแรกเริ่มเข้าทำงานในบริษัท ฝึกทักษะ หรือฝีมือให้เป็นมืออาชีพจริง ๆ เพื่อรับใช้ลูกค้า  ถ้าคุณ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ ด้วยการทำตนให้มีคุณภาพ อยู่เสมอ คุณก็น่าจะไปอยู่ที่อื่นให้เร็วที่สุด(ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        สั่งการอย่างเดียว ไม่มีโครงการหรือความคิดที่จะเปลี่ยนโฉมพนักงาน ตั้งแต่แรกเข้าทำงาน ให้สามารถสนองตอบต่อนโยบาย ของบริษัท และความต้องการของลูกค้าได้
·        มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม  มีผู้บริหารระดับ 5 เป็นคนดีมีฝีมือ อ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายมนุษย์สัมพันธ์ดี แต่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ·        อยากจะเปลี่ยนแปลง แต่ยาก ขาดผู้บริหารที่ดี อ่อนน้อมถ่อมตน มีผู้บริหารที่เป็น one man show และมีผู้บริหารที่มีอาการของโรค หมาตัวใหญ่ที่สุด คือ ไม่มีปัญหาที่จะให้หมาตัวอื่น อยู่ในกรงด้วย ตราบใดที่ตัวเองยังคงเป็นใหญ่ที่สุด
·        เรียกร้องให้พนักงานทุกคน เข้ารับการฝึกอบรมในช่วงปฐมนิเทศ เพื่อที่จะอบรมให้พนักงานได้เข้าใจถึงปรัชญา อุดมการขององค์กร และวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัท   (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ) ·        งดหรือลดเวลาปฐมนิเทศน์ ให้น้อยที่สุด จัดพอเป็นพิธี ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรให้มาก  พนักงานมีหน้าที่ทำงานให้ได้โดยเร็ว
·        จัดครูฝึก ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษในการจัดอบรม ปฐมนิเทศ สัมมนา โดยพยายามที่จะชี้ให้เห็นประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ของบริษัท อุดมการณ์   ปลูกฝังและฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักว่า บริษัท สำคัญที่สุด (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        ให้ระดับพนักงานในฝ่ายบุคคล จัดอบรม ปฐมนิเทศน์ก็พอ ให้จัดเป็นพิธีนิดหน่อยก็พอแล้ว แค่ทำตาม WORK INSTRUCTION ที่กำหนดไว้ก็พอ
·        การฝึกอบรมปฐมนิเทศน์จะประกอบไปด้วยรูปภาพของประธานบริษัท ผู้บริหารที่ทรงเกียรติ เพื่อจะสร้างจินตภาพให้กับพนักงานว่า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนั้นนั่งร่วมอยู่ด้วย และมีผู้บริหารที่มีฝีมือ มีความรู้ ผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ที่บริษัท พนักงานจะรู้สึกราวกับว่าภูมิใจที่ได้เข้ามา และได้มีส่วนร่วม ในการสร้างบริษัทด้วยกัน (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทาง IT ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        ปฐมนิเทศไม่จำเป็นต้องมีรูปอะไรให้มันเสียเวลา ทำให้ถือว่าได้ทำก็พอแล้ว ·        เรื่องปฐมนิเทศเป็นเรื่องธรรมดาๆ ผู้บริหารไม่ควรไปยุ่งหรอก
·        หลังจากฝึกอบรม  พนักงานจะถูกนำมาให้รู้จักกันเพื่อที่จะเข้าใจถึงงานหลักนั้นจริงๆ  สอนให้พนักงานเข้าใจบทบาท ภารกิจ  พนักงานใหม่ จะใช้เวลาส่วนมากในการพบปะกับพนักงานเก่าที่มีทัศคติที่ดีกับบริษัท(พี่เลี้ยง) จะยิ่งทำให้บริษัทปลูกฝังให้พนักงานได้ง่ายยิ่งขึ้น ราวกับอยู่สมาคมเดียวกัน และเป็นเหมือนเพื่อนบ้าน (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ และทักษะ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )  ·        พนักงานใหม่ หลังจากฝึกอบรม  ให้รีบส่งเข้าทำงานโดยเร็ว ·        ไม่มีระบบพี่เลี้ยง ·        บริษัทคือที่ทำงาน มาทำงาน ทำงาน ไป
·        สร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน เปรียบเสมือน พ่อกับลูก เพื่อคาดหวังให้พนักงานทุ่มเทอุทิศชีวิตตัวเอง และให้มีความมุ่งมั่น  ปั้นพวกเขาเหล่านั้นให้เข้าใจถึงความคิดและการปฎิบัติในทิศทางของผู้เป็นพ่อ(ประธานบริษัท) ขจัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไป ในขณะที่ผู้ที่ได้รับการดูแล สนับสนุน ผู้ที่รับใช้บริษัท คือผู้ที่อยู่ด้วยความจงรักภักดี  (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        พนักงานคือลูกจ้าง มาทำงาน ก็ทำไป  
·        สร้างให้พนักงานรู้สึกภูมิใจในบริษัท (ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม )  ·        สร้างให้พนักงานกลัวเกรง ให้รู้ว่ามีกฎที่เข้มอะไร บ้าง และใครมีอำนาจ เบ็ดเสร็จ
·        มีกระบวนการสร้างความเป็นบึกแผ่นต่อองค์กร ตั้งแต่วันว่าจ้าง(ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ·        ไม่มีกระบวนการสร้างความเป็นบึกแผ่นต่อบริษัท ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานอัดกันเอง เพื่อจะได้มีข้อมูลบริหาร
·        มีกลไกที่ตอบสนองพนักงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การลงทุน ความสำเร็จจะได้รับการฉลองจากบริษัท(ทุนทาง IT ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม ) ·        ความสำเร็จเป็นหน้าที่ ที่ต้องทำ จะไปฉลองอะไรกันให้เปลืองเงิน เปลืองเวลา
·        มีผลประโยชน์จากบริษัทให้กับพนักงานที่ทำตามอุดมการณ์ของบริษัท (ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม) ·        ไม่มีสิ่งดังกล่าว
·        มีรางวัล คำชมเชยต่อพนักงานทีมีความมุมานะ และจริงใจที่จะสร้างบริษัทให้ดียิ่งขึ้น ๆ ไปและทำโทษพนักงานที่ไม่เอาใจใส่ในการสร้างบริษัท (ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข) ·        ตัดรางวัล การให้รางวัลไม่จำเป็น ·        เน้นให้พนักงานทำงาน ทำกำไร เพียงอย่างเดียว ยังขาดการมุมานะที่จะให้พนักงานสร้างบริษัทให้ยิ่งใหญ่ขึ้น
·        สร้างมหาวิทยาลัยภายในและศูนย์ฝึกอบรม ให้ฝึกงานเฉพาะสาขากับผู้บังคับบัญชา (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม) ·        บริษัท ไม่ใช่ที่เรียน ใครเรียนให้ออกไป หรืออยากจะเรียนก็รับผิดชอบตัวเอง อย่าให้เดือดร้อน ไม่งั้น ออก!
·        เขียนย้ำและจดจำเสมอถึงคำของบริษัทว่า พนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ (ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม) ·        พนักงานไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมใด ๆ มากนัก ·        ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพนักงาน
·        จัดให้มีความสมดุลระหว่างอุดมการณ์กับการกระตุ้นความเจริญเติบโตของพนักงานด้วย เพราะจะเสริมพลังให้กันและกัน ไม่ปล่อยให้ผู้มีความรู้หนีหายไป  ถึงแม้จะเน้นอุดมการณ์หลัก แต่ก็ให้อิสระต่อการ ปฏิบัติงาน โดยเริ่มปลูกฝังอุดมการณ์ให้พนักงานได้รู้ซึ้งตั้งแต่แรกเสียก่อน เพราะบริษัท จะต้องฝึกคน กำจัดคนไม่ดีเสียแต่ตอนแรก ก่อนที่คนไม่ดีจะเข้ามายังสถาบันอันทรงเกียรติ หลังจากนั้นก็จะให้พนักงานมีอิสระในการประยุกต์ทักษะและประสบการณ์เขาเอง พัฒนางาน (ทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ ทุนทาง IT ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม) ·        ผู้มีความรู้ ความสามารถ THEY CAME, THEY SEE AND THEY GO·        ไม่มีระบบกระตุ้นความเจริญก้าวหน้าแก่พนักงาน·        ไม่มีระบบกลั่นกรองคนไม่ดี ที่อาจจะหลุดเข้ามาในบริษัท ·        พนักงานไม่มีอิสระในการทำงาน ต้องเข้มงวดให้มาก
·        ฟังความเห็นทุกคนไม่ว่าจะดีหรือไม่ (ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ·        รับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ทุกคน
·        ยกพนักงานและสินค้าเป็นคุณค่าหลักก่อนตัวกำไรของบริษัทและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่สูงสุดคือการที่พนักงานได้มีส่วนร่วมในภารกิจที่นำผลไปกับความพอใจของลูกค้า (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม) ·        ยกตัวกำไร เป็นคุณค่าหลัก เน้นให้ผู้บริหารและพนักงานสร้างกำไร
·        สร้างระบบที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงระบบ (ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางความสุข ทุนทางสังคม) ·