ความเห็น 394799

สรุปการไปสัมมนาและวางแผนงานวิจัยทางการพยาบาล

Mitochondria
เขียนเมื่อ 

ผมขออนุญาตบ่นให้ฟังนะครับ....

  • ถ้าถามว่าอะไรเป็นสาเหตุที่คนเราไม่อยากทำวิจัย ผมคิดว่ากลุ่มแรกสรุปไว้ได้ดีแล้วครับ แต่ถ้าเข้าประเด็นหลักๆล่ะก็ ผมมองว่า เหลืออยู่สักข้อสองข้อครับ....
  • ข้อแรก ภาระงานมาก ไม่มีเวลาทำ แค่งานประจำก็หมดเวลาไปแล้ว.....อันนี้เป็นข้ออ้างเบื้องต้น ที่ใครๆก็ใช้ ดูเหมือนจะใช้บ่อยมากเสียด้วย ที่ไหนๆ ก็ใช้กันอย่างนี้แหละ แล้วถ้าถามต่อไปอีกว่า งั้นก็ลดเวลาทำงานให้น้อยลง เอาเวลาส่วนหนึ่งไปทำวิจัย เอามั้ย....คำตอบคือ....ไม่เอา....ขอลดแต่เวลาทำงานลง แต่ขอไม่ทำวิจัยได้ไหม......
  • ข้อ สอง.....คือทัศนคติต่อการทำงานวิจัย.... คือรู้จักว่าอย่างไหนเรียกว่างานวิจัย แต่ให้ทำน่ะ ทำไม่เป็น ไม่รู้จะทำเรื่องอะไร ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ขาดความรู้ ความเข้าใจไปหมด จนหลายครั้งผมเองก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า ไอ้ที่บอกว่ารู้จักว่างานวิจัยเป็นอย่างไร นี่ รู้ตรงไหนบ้าง เพราะถัดจากคำว่ารู้แล้ว....ก็เห็นแต่ไม่รู้สักอย่าง.....เอาล่ะ ถ้าบอกว่าไม่รู้ งั้นก็จะสอนให้รู้ ....ก็จัดอบรมเรื่องระเบียบวิธีวิจัยไปเลย เอาล่ะทีนี้เราจะสอนการทำวิจัย ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ว่าทำอะไรกันอย่างไร .....สอนไปเถอะ สอนไป แล้วก็จะรู้ว่า ได้แต่สอนครับ....เพราะถึงเวลาจริงๆ งานวิจัยสักเรื่องที่เกิดจากการสอนให้รู้ว่าวิจัยเป็นอย่างไรนี่ ....เกิดยากครับ.....
  • ส่วนที่บอกว่า ไม่มีใครให้ปรึกษา ไม่รู้ว่าจะขอทุนกันที่ไหน อย่างไร......นี่ก็เป็นอีกข้ออ้างครับ แม้ว่าจะจัดทีมงานสนับสนุนการทำวิจัยหรือทีมช่วยวิเคราะห์ทางสถิติ หรือจะรวมทีมช่วยเหลือด้านการออกแบบวิจัยขึ้นมาช่วยเหลือ ใครไม่รู้อะไรให้มาปรึกษา.....วิธีนี้ก็ไม่ work อีกเหมือนกัน เพราะสิ่งที่ได้ คือ คนที่มาปรึกษาคือคนที่ทำวิจัยอยู่แล้ว....มาขอความกระจ่างเพิ่มขึ้น เพื่อให้งานวิจัยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนคนที่ไม่ทำวิจัย .....แม่คุณเอ้ย....ยังไงก็ไม่มา
  • เอ ....ถ้างั้นเอาไงดีครับ  ลดงานลงก็แล้ว.... สอนให้รู้จักวิธีการทำวิจัยก็แล้ว....ตั้งทีมขึ้นมาช่วยก็แล้ว.....ยังไม่ได้ผลเหรอ ....งั้นทำไงดีเหรอ......
  • ในความเห็นส่วนตัวครับ....ขอย้ำ....เพราะไม่มีแหล่งอ้างอิง ผมเห็นว่า.....การมุ่งให้คนทำงานหันมาทำงานวิจัยเพิ่มขึ้น ต้องเริ่มจาก การมี commitment ร่วมกันครับ ว่าจะทำ....อย่างโครงการ หนึ่งวอร์ดหนึ่งโครงการวิจัย นี่แหละดีแล้วครับ แต่ละวอร์ด ส่งตัวแทนมา จะกี่คนก็ตาม ไม่ต้องมีเรืองอยู่ในหัวก็ได้ ขอให้ส่งตัวแทนมาก็พอ สัก 3-5 คน มาประชุมพร้อมกัน.....แล้วทีนี้ ก็ให้เวลาสัก 2 ชั่วโมง นั่งคุยกันในกลุ่มว่า แต่ละกลุ่มสนใจจะทำวิจัยเรื่องอะไร ......เอาเฉพาะหัวข้อเรื่อง พร้อมทั้งหาเหตุผลสนับสนุนว่าสนใจทำเรื่องนี้ เพราะอะไร ไม่ต้องสนใจวิธีการทำ การออกแบบวิจัย....เป็นเรื่องทีหลังครับ เอาหัวข้อก่อน ....เรื่องนี้พยาบาลจะเก่ง ในการวิเคราะห์ root analysis หาต้นตอของปัญหา....ไม่ยากครับ ระดับพยาบาลแล้ว ทางโปร่งโล่งสบายครับ แล้วทีนี้ก็ให้แต่ละทีม นำเสนอว่าวอร์ดของตัวเองจะทำเรื่องอะไร.....นั่นเป็น commitment เบื้องต้นครับ.....แล้วทีนี้ก็ให้เวลาแต่ละวอร์ด ไปหาข้อมูล เขียนเป็นร่างโครงการวิจัย ที่จะทำแบบสมบูรณ์ โดยให้เขาเลือกที่ปรึกษา หรือใครก็ตามที่เขาปรึกษาได้ในทุกเรื่อง มาช่วยในการออกแบบงานวิจัย....แล้วนัดกลับมาให้มานำเสนอโครงร่างวิจัยใหม่ครับ จัดเป็นงานการนำเสนอเลยครับ....เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการทำวิจัย สักคนสองคน มาช่วยให้ความเห็นเพิ่มเติม ถัดจากตรงนี้ แต่ละกลุ่มจะเริ่มมองเห็นภาพของกลุ่มตัวเองที่ต้องทำชัดเจนขึ้น แล้วให้เวลาทำครับ จะกี่เดือนก็ว่ากันไป อย่างเช่น 6 เดือน กำลังเหมาะ นัดกลับมานำเสนอผลงานวิจัยที่ทำผ่านไปครับ แล้วประกาศรางวัลผู้สมควรได้รับรางวัล ไว้เป็นแรงจูงใจ   วิธีนี้ผมมองว่า ค่อนข้างได้ผล.....เป็นวิธีการเดียวกับการนำการจัดการความรู้มาใช้ในองค์กร....เริ่มจากไม่ต้องสนใจว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับการจัดการความรู้บ้าง แต่เริ่มต้นที่ เราจะทำ และทำร่วมกัน......
  • การทำงานวิจัย....ถ้าจะให้รู้ทุกอย่างว่างานวิจัยเป็นอย่างไร ทำอย่างไร....เรียนไปแทบตาย ก็เริ่มต้นทำไม่ได้ครับ.... เอาอย่าง KM นี่แหละ กลับทิศมันซะ ......เริ่มต้นที่ทำก่อน แล้วระหว่างทำ ต้องการอะไรเพิ่ม เรามาหากัน สนับสนุนกัน ช่วยกัน....เมื่อมีเรื่องที่จะทำ มีงานที่ต้องทำ แล้วเริ่มทำ....มันต้องเสร็จสักวันสินะ....ดีกว่าวิธีการเดิมที่เริ่มต้นคิด....ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ทำครับ